posttoday
เปิดใจนายกฝอ พัฒนาแม่สอดรับเขตศก.พิเศษ

เปิดใจนายกฝอ พัฒนาแม่สอดรับเขตศก.พิเศษ

03 เมษายน 2558

ชายแดนไทย-พม่า ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 เรื่อง ที่ต้องติดตาม คือ 1.การจัดตั้งเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และ 2.การเตรียมยกฐานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รูปแบบพิเศษ นครแม่สอด ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการเมืองให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นงานด้านการจัดบริการสาธารณะ รองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต

ชายแดนไทย-พม่า ที่ อ.แม่สอด จ.ตาก กำลังก้าวสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ 2 เรื่อง ที่ต้องติดตาม คือ 1.การจัดตั้งเป็นเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษ และ 2.การเตรียมยกฐานะเป็นองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) รูปแบบพิเศษ นครแม่สอด ปรับโครงสร้างการบริหารจัดการเมืองให้ทันสมัย มีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นงานด้านการจัดบริการสาธารณะ รองรับการเติบโตของเมืองในอนาคต

เทอดเกียรติ ชินสรนันท์ หรือนายกฝอ นายกเทศมนตรีนครแม่สอด จึงถือว่าต้องรับบทหนักในช่วงของการเปลี่ยนแปลงนี้

“เราต้องการให้ อปท.รูปแบบพิเศษเกิดขึ้นเร็ว เพราะเป็นการจัดบริการสาธารณะ เป็นบทบาทขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเทศบาลนครแม่สอดจะต้องเตรียมบริหารจัดการเมืองในทุกมิติ ทั้งโครงสร้างพื้นฐาน สังคม การศึกษา สาธารณสุข การจัดการด้านสิ่งแวดล้อม รับมือปัญหาขยะ จัดหาน้ำประปา ไฟฟ้าให้เพียงพอ เพื่อรองรับการลงทุนในเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษตาก ซึ่งเทศบาลนครแม่สอดถือว่าเป็นเจ้าภาพใหญ่ในการพัฒนาเมือง รองรับการค้าการลงทุนและการเติบโตของเมือง รวมถึงประชากรแฝงจำนวนกว่า 2 ล้านคน ที่จะเข้ามาในพื้นที่” นายกฝอ บอกถึงความท้าทายที่ต้องเผชิญ

นายกฝอบอกว่า ปัจจุบันแม่สอดกำลังประสบปัญหาขยะล้นเมืองถึงวันละ 100 ตัน แนวโน้มจะยิ่งสูงขึ้นเป็นทวีคูณ หากเป็นเขตเศรษฐกิจพิเศษ แต่ขณะนี้เทศบาลไม่มีงบประมาณในการกำจัด หรือทำโรงไฟฟ้าพลังงานขยะ เนื่องจากมีงบฯ ลงทุนเพียง 60 ล้านบาท

“หากนครแม่สอดกลายเป็น อปท.รูปแบบพิเศษ รัฐบาลจะต้องให้อำนาจในการจัดเก็บภาษีหรือจัดแบ่งรายได้จากการจัดเก็บภาษี เช่น ภาษีป้ายรถยนต์ ภาษีหัวจ่ายน้ำมัน หรือจัดเก็บภาษีมูลค่าเพิ่มจากกลุ่มโมเดิร์นเทรดได้ เพราะปัจจุบันส่วนใหญ่จะเสียภาษีที่ส่วนกลาง ซึ่งท้องถิ่นไม่ได้ หากรัฐบาลจัดแบ่งเงินจากการจัดการจัดเก็บภาษีเหล่านี้ จะทำให้ท้องถิ่นมีรายได้ประมาณปีละ 1,000 ล้านบาท สามารถนำไปพัฒนาได้อย่างทั่วถึง”

รายได้ท้องถิ่นที่มากขึ้นก็ย่อมมีโอกาสที่จะพัฒนาได้มากขึ้น

“ด้านการศึกษาก็ต้องเร่งพัฒนานักเรียนของเรามีความรู้ภาษาอังกฤษในเกณฑ์ต่ำ แตกต่างจากนักเรียนฝั่งเมียนมาร์ที่มีทักษะภาษาอังกฤษที่ดีกว่าเทศบาลจึงมีแนวคิดที่จะตั้งมหาวิทยาลัยนานาชาติขึ้นมา เพื่อเตรียมบุคลากรรองรับการแข่งขัน ส่วนด้านสาธารณสุข โรงพยาบาลแม่สอดมีรองรับผู้ป่วยได้อย่างจำกัด และมีงบประมาณไม่เพียงพอ ซึ่งมีชาวเมียนมาร์เข้ามาใช้บริการเป็นจำนวนมาก จึงมีแนวคิดที่จะนำโมเดลโรงพยาบาลชุมชน ใช้งบประมาณดำเนินการราว 100 ล้านบาท ให้บริการเฉพาะคนไทย รองรับประชากรตามทะเบียนราษฎรประมาณ 3 แสนคน  ส่วนโครงการ อื่นๆ ได้เตรียมแผนจะสร้างศูนย์ราชการแห่งใหม่บนเนื้อที่ 2,000 ไร่ บริเวณใกล้กับมหาวิทยาลัยราชภัฏกำแพงเพชร วิทยาเขตแม่สอด”

อีกด้านที่สำคัญคือการสานสัมพันธ์กับเมืองคู่ค้า “เมียวดี” ซึ่งตั้งอยู่ฝั่งตรงข้ามแม่น้ำเมย นายกฝอบอกว่า กำลังดำเนินนโยบาย เปิดประตูวัฒนธรรมอาเซียน ของการเป็นเมืองคู่แฝด บ้านพี่เมืองน้อง Sister City แม่สอด-เมียวดี ซึ่งที่ผ่านมาก็มีการจัดงานโอท็อป 2 แผ่นดิน แสดงสินค้าไทย-และพม่า จัดที่เมืองเมียวดี รวมทั้งการจัดกิจกรรมประเพณีปีใหม่ สงกรานต์ 2 แผ่นดิน กระชับความสัมพันธ์เป็นประจำ

จังหวะก้าวของการพัฒนาแม่สอดน่าจับตายิ่ง ไม่เพียงเขตเศรษฐกิจพิเศษที่กำลังคืบหน้า ร่าง พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการนครแม่สอด ก็กำลังจะปรากฏออกมาในเร็วๆ นี้

ข่าวล่าสุด

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม

การบินไทย ออกมาตรการเยียวยาผู้โดยสาร กระเป๋าตกค้าง ยกเลิกเที่ยวบิน ช่วงน้ำท่วม