สปช.ชงยกเครื่องกม.แข่งขันเป็นธรรม
สปช. ชง ยกเครื่องกฎหมายแข่งขันเป็นธรรม หลัง 16 ปีบังคับใช้ไม่ได้ ปรับ สัดส่วน กก. ปลอดการเมือง ดึง รัฐวิสาหกิจเข้าแข่งกับเอกชนด้วยมาตรฐานเดียวกัน
สปช. ชง ยกเครื่องกฎหมายแข่งขันเป็นธรรม หลัง 16 ปีบังคับใช้ไม่ได้ ปรับ สัดส่วน กก. ปลอดการเมือง ดึง รัฐวิสาหกิจเข้าแข่งกับเอกชนด้วยมาตรฐานเดียวกัน
เมื่อวันที่ 1 เม.ย. ที่ประชุมสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) พิจารณารายงานการพิจารณาของคณะกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ โดยแบ่งเป็นเรื่อง การผูกขาดและการแข่งขันที่เป็นธรรม ปฏิรูปภาคเกษตร การสร้างสังคมผู้ประกอบการ นายเกริกไกร จีระแพทย์ ประธานกรรมาธิการปฏิรูปการเกษตร อุตสาหกรรม พาณิชย์ การท่องเที่ยวและบริการ กล่าวว่า ในส่นแรก การผูกขาดและการแข่งขันที่เป็นธรรม ซึ่งไทยมีกฎหมายแข่งขันการค้าครั้งแรก ปี 2542 ซึ่งเป็นที่รู้กันดีว่าหากกิจกรรมที่มีการผู้ขาดจะเป็นที่มาของคอรัปชั่น แม้จะมีกฎหมายทางการแข่งขันทางการค้าแต่ก็ไม่อาจบังคับใช้ได้จริงในช่วงที่ผ่านมา
สาระสำคัญ ของ ข้อเสนอคือกำหนดนิยาม "ผู้ประกอบธุรกิจ" ให้รวมถึงธุรกิจในเครือเพื่อให้เกิดความครอบคลุม กำหนดหลักเกณฑ์ ระเบียบ และแนวปฏิบัติในเรื่องต่างๆ ให้ชัดเจนครบถ้วน มีสภาพบังคับตามกฎหมายและมีบทลงโทษสำหรับผู้ฝ่าฝืน อีกทั้งยังกำหนดให้รัฐวิสาหกิจที่ประกอบธุรกิจเป็นทางการค้าปกติแข่งขันกับเอกชนอยู่ภายใต้กฎหมายการแข่งขันทางการค้า รวมทั้งขยายขอบเขตการบังคับใช้กฎหมายให้ครอบคลุมนโยบายหรือาตรการของรัฐที่ลดหรือจำกัดการแข่งขันและพฤติกรรมไม่เป็นธรรมที่ส่งผลต่อผู้บริโภค ตลอดจนให้มีอำนาจการบังคับใช้นอกราชอาณาจักร หรือ สิทธิสภาพนอกอนาเขต และปรับโครงสร้างคณะกรรมการการแข่งขันทางการค้าให้ปลอดจากการครอบงำทางการเมือง กลุ่มผลประโยชน์
ว่าที่ ร.อ.จิตร์ ศิรธรานนท์ สปช.กล่าวว่า ไทยเป็นประเทศแรกๆ ที่พ.ร.บ.กาารแข่งขันทางการเค้า แต่กลับไม่สามารถนำไปสู่การบังคับใช้ได้จริง เทียบกับประเทศอินโดนีเซีย ที่เร่ิมจากเจ้าหน้าที่ 40 คนปัจจุบันมี 400 คนงบประมาณ 400 ล้านบาท แต่ไทยมีสำนักงานอยู่ในกรมการค้าภายในเจ้าหน้าที่ 20 กว่าคน งบประมาณ 2-3 ล้านบาท และตั้งแต่ปี 2542 ถึงปัจจุบัน มีเรื่องเข้ามา 94 เรื่องแต่ไม่มีเรื่องใดสำเร็จ
ทั้งที่ กฎหมายนี้ถือเป็นกฎหมายที่ดีเขียนเรื่องป้องกันการใช้อำนาจเหนือตลาด การควบรวม การฮั้ง การกีดกันซื้อสินค้า หรือกระทำใดๆ ที่ขัดต่อการค้าเสรีเป็นธรรม ซึ่งไม่มีคำนิยามว่าเรื่องไหนที่เข้าข่ายบาง ดังนั้นหากไม่มีการบังคับใช้ สภาพแวดล้อมที่จะเอื้อให้เกิดการค้าเป็นธรรมก็จะไม่เกิด ก็จะกระทบกับการลงทุน
ดังนั้นเห็นว่าควรจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย เพื่อให้สอดคล้องกับสภาวะการมีกรรมการที่เป็นอิสระ มีรูปแบบคณะกรรมการที่เป็นอิสระปราศจากการเมือง และต้องทำหน้าที่ส่งเสริมการแข่งขัน ไม่ใช่ตรวจจับเพียงอย่างเดียว และเพ่ิมนิยามที่เป็นข้อสงสัยในช่วงที่ผ่านมาให้ชัดเจน ต้องกำหนดแนวปฏิบัติ เพื่อทำให้ประเทศเก้าวสู่ "เทรดดิ้งเนชั่น" อย่างที่ตั้งเป้าหมายให้ได้และหาก แก้ไขกฎระเบียบเหล่านี้เชื่อว่าจะทำให้ธุรกิจการค้าบริการโตขึ้นกว่า 50 %
นายอลงกรณ์ พลบุตร สปช. กล่าวว่า ปัญหาของกฎหมายนี้อยู่ที่การบังคับใช้กฎหมาย และเกี่ยวข้องกับสามประสานอันตรายคือ การเมือง ธุรกิจผูกขาด และ ข้าราชการ ทั้งที่อยู่ในหน้าที่และเกษียณอายุ อีกทั้งต้องยอมรับว่ากลุ่มการเมืองได้รับทุนสนับสนุนจากบริษัทขนาดใหญ่ทำให้ร่วมกันฮั้วไม่บังคับใช้กฎหมาย ทำให้ 16 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยบังคับใช้กฎหมายได้เลย ดังจะเห็นว่าที่ผ่านมาเมื่อไม่มีการบังคับใช้กฎหมาย ทำให้เอ็สเอ็มอีเสียหาย โชห่วยย่อยยับ
ทั้งนี้ เช่นเดียวกับข้าราชการที่ไม่กล้าเอาผิด เพราะข้าราชการส่วนหนึ่งที่เกษียณอายุราชการก็ไปนั่งเป็นที่ปรึกษา กรรมการบริษัทเหล่านี้ ทำให้การบังคับใช้กฎหมายทำไม่ได้ อีกด้านหนึ่งที่ต้องพัฒนาคือ ธรรมาภิบาลภาคธุรกิจ ดังนั้นการแก้ไขปัญหาต้องแก้ไขสามประสานอันตรายที่จะทำให้ประสบความสำเร็จ
นายเจิมศักดิ์ ปิ่นทอง สปช. กล่าวว่า เห็นด้วยกับการปรับปรุงกฎหมาย โดยปัญหาที่เกิดขึ้นมาจาก สามฝ่าย คือ การเมือง ธุรกิจ ข้าราชการ อีกทั้งยังพบว่าธุรกิจขนาดใหญ่อยู่ข้างหลังพรรคการเมือง โดย กฎหมายฉบับนี้มีจุดอ่อนคือประธานคณะกรรมการตามกฎหมายเป็นรัฐมนตรีโดยตำแหน่ง ปัญหาถัดมาคือ ข้าราชการไม่มีความกล้าหาญ
อย่างไรก็ตาม ส่วนข้อเสนอเรื่องทำให้คณะกรรมการตามกฎหมายเป็นอิสระไม่ขึ้นกับกระทรวงพาณิชย์ บทเรียนทีผ่่านมาจากรัฐธรรมนูญ 2540 พบว่ามีการแทรกแซงองค์กรอิสระอยู่ดี จึงต้องตั้งคำถามว่านอกจากจะแก้กฎหมายแล้วจะแก้ไขเรื่องการเมืองอย่างไร โดยเฉพาะธุรกิจผูกขาดทุนใหญ่อยู่หลังพรรคเกรรเมือง บางคนแอบอยู่หลายพรรคการเมือง บางคนเข้ามาเล่นการเมืองโดยตรง หวังเอาประโยชน์ จากการผูกขาดธุกิจ
น.ส.สารี อ๋องสมหวัง สปช. กล่าวว่า เห็นด้วยกับการปรับปรุงแก้ไขปัญหานี้ เพราะหลังการบังคับใช้กฎหมายนี้ รอบ 16 ปี มีเรื่องร้องเรียน เฉลี่ยปีละ 2 อีกทั้ง สนับสนุน แก้ไขกฎหมายให้กฎหมายนี้บังคับใช้ครอบคลุมรัฐวิสาหกิจ นกจากนี้ จากที่เคยลงไปรับฟังความคิดเห็นประชาชนของสปช.พบตัวอย่างว่าร้านขายข้าวผัด จ.สมุทรสงครามต้องปิดตัวเพราะสู้้ร้านสะดวกซื้อไม่ได้ เรื่องนี้ไม่ได้กระทบแค่เจ้าของร้านค้า ข้าวผัด อาหารตามสั่ง แต่ยังกระทบมั่นคงทางอาหาร เพราะกระบวนการผลิต ของร้านสะดวกซื้อมีเจ้าเดียวผลิต แต่ร้านค้าทั่วไปมีการผลิตที่หลากหลาย นี่คือสิ่งที่จะเป็นปัญหา จากการผูกขาด







