
ศพพูดได้
โดย...เกษมสันต์ วีระกุล
โดย...เกษมสันต์ วีระกุล
ไม่น่าเชื่อก็ต้องเชื่อนะครับว่า แม้จะถึงแก่อสัญกรรมไปแล้ว แต่วันสุดท้ายของรัฐพิธีศพที่รัฐบาลจัดให้กับเขา ลีกวนยิว ก็ยังพูดกับคนที่ติดตามการถ่ายทอดพิธีได้อย่างน่าสนใจ
ตอนผู้คนไปเคารพศพเขาในอาคารรัฐสภา ลีกวนยิว บอกว่า เขาทำงานในสภามานานถึง 56 ปี นานที่สุดในประวัติศาสตร์สิงคโปร์ เมื่อขบวนพิธีผ่านเข้าเขตปาดัง เขาก็บอกว่า นอกจากปาดังจะเป็นเขตเลือกตั้งของเขาแล้ว ศาลาว่าการเมืองที่อยู่ในเขตนี้ก็เป็นสถานที่สำคัญกับชีวิตการเมืองของเขาอย่างมาก เพราะเป็นจุดที่เขาสาบานตนเป็นนายกฯ ประกาศรวมตัวและแยกตัวกับมาเลเซียก็ที่นี่
เมื่อผ่านอาคารที่ทำการสหภาพการค้า ลีกวนยิว บอกว่า ชีวิตเขาเริ่มต้นด้วยการเป็นตัวแทนสหภาพเพื่อต่อรองเงินเดือนและสวัสดิการกับผู้บริหารชาวอังกฤษ ตอนเป็นนายกฯ เขาให้ความสำคัญกับรายได้และสวัสดิการของแรงงาน เพราะต้องการให้การเคลื่อนไหวของสหภาพเป็นไปในทิศทางเดียวกับยุทธศาสตร์ของรัฐบาลเพื่อพัฒนาประเทศ
เมื่อผ่านแม่น้ำสิงคโปร์และเขื่อนมาริน่า ลีกวนยิว บอกว่า ถ้ารัฐบาลทุ่มเทแก้ไขจริงจัง แม่น้ำที่เน่าก็จะกลายเป็นแม่น้ำที่ใส ประเทศที่เคยขาดแคลนน้ำจะกลายเป็นประเทศที่เก่งที่สุดด้านเทคโนโลยีเรื่องน้ำได้ และเมื่อผ่านการ์เด้นบายเดอะเบย์ เขากำลังบอกว่าจากประเทศที่แห้งแล้งไม่มีต้นไม้ ถ้าตั้งใจจริงจะเนรมิตให้เป็นเมืองแห่งต้นไม้เขียวชอุ่มได้ไม่ยาก
เมื่อผ่านหมู่ตึกสูงระฟ้ากลางเมือง ลีกวนยิว บอกว่า ที่สิงคโปร์สามารถเป็นศูนย์กลางการค้าการเงินโลกได้ ก็เพราะเขาทำให้ประเทศมีมาตรฐานระดับโลกและทำให้การเมืองมีเสถียรภาพสำเร็จ และเมื่อผ่านท่าเรือ เขาบอกว่า ท่าเรือคือหัวใจของสิงคโปร์ และทำท่าเรือสิงคโปร์ดีที่สุดในภูมิภาค
เมื่อผ่านย่านที่อยู่อาศัยที่รัฐบาลสร้างให้ประชาชน เขากำลังบอกว่าถ้าคนมีบ้านอยู่ก็จะรู้สึกผูกพัน รู้สึกเป็นส่วนหนึ่งและรักประเทศ วันนี้การที่คนสิงคโปร์กว่า 90% มีบ้านเป็นของตนเอง จึงเป็นผลงานที่เขาภูมิใจ
เมื่อผ่านอาคาร CPIB หรือ ป.ป.ช.ของสิงคโปร์ เขากำลังบอกว่าสิงคโปร์มีวันนี้ได้เพราะเขาเอาจริงเอาจังกับการปราบคอร์รัปชั่น จนสิงคโปร์ได้รับยกย่องเป็นประเทศที่โปร่งใสติดอันดับโลก และเมื่อขบวนได้ไปหยุดที่มหาวิทยาลัยแห่งชาติสิงคโปร์ ลีกวนยิวกำลังบอกว่าคนเป็นทรัพยากรที่มีค่าที่สุดของประเทศ ระบบการศึกษาคือหัวใจในการพัฒนาคน
ขนาดเหลือแค่ร่างที่ไร้วิญญาณ ลีกวนยิวยังบอกเล่าเรื่องราวที่ดีๆ ได้มากมายขนาดนี้ เราๆ ท่านๆ ที่ยังมีชีวิตอยู่น่าจะคิดให้ดี คิดให้มาก ก่อนจะพูด ว่ามั้ยครับ?







