
บูมตลาดบ้าน-อาคารสีเขียว แนะลดภาษี-ดอกเบี้ยจูงใจ
8...โชคชัย สีนิลแท้
บ้านประหยัดพลังงานหรือบ้านเขียว เป็นแนวคิดหนึ่งที่สถาปนิกและวิศวกรบ้านเราได้พยายามผลักดันให้เกิดขึ้นมาหลายสิบครั้งแล้ว แต่การพัฒนาให้เกิดขึ้นจริงนั้นค่อนข้างยาก เนื่องจากมีต้นทุนในการก่อสร้างและวัสดุอุปกรณ์ต่างๆ นั้นราคาค่อนข้างสูง บ้านประหยัดพลังงานที่เกิดขึ้นในเมืองไทยจึงมีให้เห็นในกลุ่มเฉพาะบ้านของคนมีสตางค์ที่นิยมแนวคิดอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดลล้อมเป็นส่วนใหญ่
อย่างไรก็ตามผลกระทบจากสภาวะโลกที่นับวันจะทวีความรุนแรงขึ้น จึงทำให้วงการสถาปนิกและการก่อสร้างต้องออกแรงผลักดันอย่างจริงจังให้โครงการอาคารเขียวถูกนำมาใช้อย่างเป็นรูปธรรม โดยมีหน่วยงานด้านสิ่งแวดล้อมแห่งองค์การสหประชาชาติ (UNEP) ให้การสนับสนุน ด้วยการรณรงค์ให้ประเทศกำลังพัฒนาหันมาก่อสร้างหรือซ่อมแซมบ้านให้เป็นบ้านประหยัดพลังงาน หลังจากที่ประเทศพัฒนาแล้วส่วนใหญ่ได้นำแนวคิดดังกล่าวไปใช้อย่างจริงจัง
สำหรับในประเทศกำลังพัฒนา โครงการดังกล่าวจะเริ่มต้นที่ประเทศบราซิลและไทยเป็นประเทศนำร่อง ซึ่งในไทยได้ร่วมมือกับสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์เป็นหัวหอกในการผลักดัน
เนื่องจากปัจจุบันประเทศไทยมีการก่อสร้างบ้านใหม่ทั่วประเทศปีละ 1.6 แสนหน่วยต่อปี และเป็นบ้านถูกที่มีราคาต่อหน่วยไม่เกิน 1 ล้านบาทถึง 60% ซึ่งก่อสร้างโดยผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ ผู้ประกอบการธุรกิจรับสร้างบ้าน รวมไปถึงหน่วยงานภาครัฐอย่างการเคหะแห่งชาติ แต่ก็ยังไม่สามารถผลักดันให้เกิดบ้านประหยัดพลังงานได้อย่างจริงจัง
ชูสถาปัตย์สีเขียวสร้างมูลค่า
จากปัญหาภาวะโลกร้อนและน้ำมันแพงได้นำไปสู่แนวคิดด้านสถาปัตยกรรมที่ช่วยลดผลกระทบสิ่งแวดล้อม หรือที่รู้จักกันในนามสถาปัตยกรรมสีเขียว (Green Architecture) ในเมืองไทยแนวคิดดังกล่าวได้การตอบรับที่ดีในแวดวงวิชาการ และเป็นแนวทางแห่งอนาคตที่สถาปัตยกรรมพยายามสร้างจุดขายในประเด็นความใกล้ชิดกับธรรมชาติ เพื่อเป็นการเพิ่มมูลค่าทางการตลาด
เฉลิมวัฒน์ ตันตสวัสดิ์ อาจารย์ประจำคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ กล่าวว่า เทคนิคการออกแบบอาคารแห่งอนาคต คือการตลาดรูปแบบใหม่ คือขายความหรูคู่ธรรมชาติ โดยใช้การผสมผสานเข้ากับเทคนิคการทำความเย็นโดยธรรมชาติ หรืออาคารลูกผสม (Hybrid Buildings)
การนำคำว่า Green Building ไปใช้เป็นจุดขายเพื่อแสวงหาประโยชน์ทางการตลาดในโครงการอสังหาริมทรัพย์ หรือแม้แต่สมัครขอความช่วยเหลือจากภาครัฐหรือองค์การนานาชาติด้านสิ่งแวดล้อม ทำให้มีการโฆษณาชวนเชื่อว่าโครงการที่กำลังก่อสร้างเป็นอาคารสีเขียว แต่การที่จะพิสูจน์ว่าโครงการสร้างได้ตามมาตรฐานหรือไม่ จะต้องมีการให้คะแนนตามรายการ หรือแบบประเมินอาคาร เหมือนในต่างประเทศที่มีการทำเรื่องนี้อย่างจริงจัง
ยกตัวอย่างเช่นในประเทศอังกฤษ ได้มีการประเมินอาคารสีเขียวที่เรียกว่า BREEAM (Building Research Establishment
’s Environment Method) หรือในประเทศสหรัฐอเมริกามีหน่วยงาน The U.S.Green Building Council (USGBC) ได้พัฒนาแบบประเมินอาคารที่เรียกว่า LEED หรือ Leadership in Energy & Developmental Design ซึ่งอาคารที่ผ่านเกณฑ์แต่ละข้อจะได้คะแนนสะสมไปจนได้ดาว ได้แก่ อาคารที่ได้คะแนนในระดับดาวเงิน ดาวทอง หรือดาวแพลทินัม เป็นต้นลดภาษีดอกเบี้ยกระตุ้น
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาการออกแบบบ้านประหยัดพลังงานส่วนใหญ่จะเน้นไปที่รูปแบบ โดยมุ่งไปที่กลุ่มลูกค้าระดับบนเป็นหลักซึ่งสามารถสร้างการรับรู้ได้ระดับหนึ่ง แต่แนวคิดที่จะนำเอามาตรการทางเศรษฐศาสตร์หรือการนำเอาภาษี หรือการลดดอกเบี้ยมาจูงใจในการซื้อบ้านหรือซ่อมแซมบ้านนั้นยังไม่เกิดขึ้นในไทย
สุนทร สถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เฉลิมนคร ผู้พัฒนาโครงการบ้านสถาพร ให้ความเห็นว่า หากผู้ประกอบการที่พัฒนาบ้านประหยัดพลังงานหรือผู้บริโภคที่ซื้อบ้านประหยัดงาน หรือซ่อมแซมเพื่อให้เป็นบ้านประหยัดพลังงานได้ประโยชน์ในเรื่องของอัตราภาษี เช่น นำมาหักลดหย่อนภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาได้ น่าจะได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น
“
ต้องได้ประโยชน์ด้านภาษีทั้งสองฝ่ายทั้งผู้ซื้อและผู้ขาย เพราะมีต้นทุนก่อสร้างหรือปรับปรุงที่เพิ่มขึ้น ขณะเดียวกันรัฐบาลจะต้องสนับสนุนด้านอัตราดอกเบี้ยต่ำทั้งกับผู้ประกอบการ และผู้ซื้อบ้านในโครงการหมู่บ้านประหยัดพลังงาน จากเดิมอาจจะเห็นอัตราดอกเบี้ย MLR7% จะต้องลด MLR2% เป็นต้น”ที่ผ่านมาภาครัฐมีแต่การส่งเสริมให้ประกวดออกแบบบ้านประหยัดพลังงาน โดยมีแต่ประกาศเกียรติคุณ เพื่อที่จะบอกว่าหมู่บ้านนั้นหรือแบบบ้านนั้นประหยัดพลังงาน แต่ต้องสร้างแนวคิดใหม่ออกมา อย่างเช่น การไฟฟ้าฯ ที่สนับสนุนเครื่องใช้ไฟฟ้าเบอร์ 5 หรือสนับสนุนให้รับประทานข้าวกล้อง เนื่องจากประหยัดไฟฟ้าในการสีข้าวและข้าวที่ได้ยังเป็นประโยชน์ต่อสุขภาพ
ขณะที่สมเชาว์ ตันฑเทอดธรรม กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ็น.ซี. เฮ้าส์ซิ่ง เห็นว่าผู้ประกอบการพยายามออกแบบและก่อสร้างบ้านประหยัดพลังงานออกมาสู่ตลาดมากขึ้น แต่ปัจจุบันต้นทุนการก่อสร้างบ้านสูงมาก รูปแบบของการประหยัดพลังงานทำได้เพียงบางส่วน ที่เห็นได้ชัดคือบ้านหรูราคาแพงๆ แต่หากนำเรื่องภาษีและอัตราดอกเบี้ยพิเศษมาใช้จะทำให้บ้านประหยัดพลังงานเป็นที่นิยมมากขึ้น
เรียนรู้ธรรมชาติสร้างบ้านเขียว
สำหรับบุคคลทั่วไปที่ต้องการจะปรับปรุงบ้านให้กลายเป็นบ้านประหยัดพลังงานก็สามารถทำได้ในเบื้องต้น ต้องอาศัยแนวทางธรรมชาติมาเป็นองค์ประกอบ ได้แก่ การวางตัวอาคารให้สอดคล้องกับทิศทางลม การรับแสงธรรมชาติจากภายนอกอาคาร พื้นที่ใช้สอยลงตัวภายใต้งบประมาณที่สอดคล้อง ประโยชน์สูงสุดต่อผู้อยู่อาศัย วัสดุที่นำมาใช้จะต้องเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม
ทั้งนี้องค์ประกอบหลักในการปรับปรุงบ้านประหยัดพลังงาน ได้แก่ การปรับปรุงสิ่งแวดล้อม การวางทิศทางอาคาร การลดความร้อนจากหลังคาและใช้ประโยชน์จากแสงธรรมชาติ การลดความร้อนจากผนัง ลดความร้อนจากช่องเปิดประตูหน้าต่าง การจัดสภาพพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน การออกแบบให้เกิดความสบายในแนวธรรมชาติ การจัดประโยชน์ใช้สอยและการบำรุงรักษา ระบบแสงสว่าง ระบบสุขาภิบาล และระบบป้องกันผลกระทบสิ่งแวดล้อม
หากมีการนำแนวคิดดังกล่าวเพื่อมาสร้างบ้านประหยัดพลังงาน รวมถึงได้การสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งในแง่สถาปัตยกรรมและเศรษฐศาสตร์ ก็เชื่อได้ว่าการลดปัญหาโลกร้อนนั้นทำได้ หากร่วมมือกันอย่างจริงจัง







