
EPG ซื้อกิจการเร่งโต
กำลังเจรจา 2 บริษัทรวมหลักพันล้าน หวังรายได้ปีนี้เติบโต 25-30%EPG ชูกลยุทธ์ลุยซื้อกิจการหนุนโตเผยเจรจาอยู่ 2 บริษัททั้งในไทยและจีน มูลค่ารวมหลักพันล้านขึ้นไปพร้อมหวังรายได้โต 8,500 ล้านบาท
กำลังเจรจา 2 บริษัทรวมหลักพันล้าน หวังรายได้ปีนี้เติบโต 25-30%EPG ชูกลยุทธ์ลุยซื้อกิจการหนุนโตเผยเจรจาอยู่ 2 บริษัททั้งในไทยและจีน มูลค่ารวมหลักพันล้านขึ้นไปพร้อมหวังรายได้โต 8,500 ล้านบาท
นายภวัฒน์ วิทูรปกรณ์ ประธานคณะกรรมการบริหาร บริษัท อีสเทิร์นโพลีเมอร์ กรุ๊ป (EPG) เปิดเผยถึงแผนการสร้างการเติบโตงวดบัญชีปี 2558/2559 (สิ้นสุด มี.ค. 2559) โดยระยะยาวมีนโยบายจะใช้วิธีการเข้าซื้อกิจการต่อเนื่องในกลุ่มผลิตภัณฑ์โพลีเมอร์ และพลาสติกแปรรูปใน 3 กลุ่มธุรกิจหลักของบริษัท คือ ฉนวนกันความร้อน ชิ้นส่วนยานยนต์และบรรจุภัณฑ์ เพื่อสร้างประโยชน์ร่วมกับธุรกิจของบริษัท และเพิ่มโอกาสการเติบโตเพิ่มขึ้นจากธุรกิจปกติ ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาเพื่อเข้าซื้อกิจการจำนวน 2 ธุรกรรม ประกอบด้วย ธุรกิจกลุ่มชิ้นส่วนยานยนต์มูลค่าการลงทุนเป็นหลักพันล้านบาทในประเทศจีน และบรรจุภัณฑ์ในประเทศมูลค่าประมาณ 500-600 ล้านบาท ซึ่งทั้งหมดจะเห็นความชัดเจนภายในสิ้นปีนี้
นอกจากนี้ สนใจจะเข้าซื้อกิจการธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ในประเทศเยอรมนีซึ่งจากภาวะการชะลอตัวเศรษฐกิจยุโรปเป็นโอกาสที่จะเข้าซื้อได้ในราคาที่ต่ำ ขณะที่ก่อนหน้านี้บริษัทได้ชะลอการขยายกำลังการผลิตโรงงานที่เยอรมนีออกไปเป็นปี 2560 จากเดิมที่จะลงทุนในปี 2558 จากผลกระทบจากเศรษฐกิจยุโรป
"ภายหลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เมื่อเดือน ธ.ค. 2557 ถือเป็นปัจจัยสนับสนุนสำคัญให้มีความพร้อมทางการเงินมากขึ้น เพราะหนี้สินต่อทุน (ดี/อี) ลดต่ำลงเหลือ 0.5 เท่าจากก่อนเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชน (ไอพีโอ) อยู่ที่ 1.6 เท่า ทำให้บริษัทมีความสามารถในการกู้เงินมาลงทุนได้ถึงประมาณ 5,000 ล้านบาท แต่มีนโยบายจะรักษาดี/อีไม่ให้เกิน 1-1.2 เท่า"
สำหรับผลดำเนินงานในงวดบัญชีปี 2558/2559 ตั้งเป้าหมายรายได้รวมไว้ที่ประมาณ 8,500-8,600 ล้านบาทเติบโตราว 25-30% จากงวดปี 2557/2558 (สิ้นสุด มี.ค.2558) ที่มีรายได้ประมาณ 6,900 ล้านบาท ประกอบด้วยการเติบโตจากการรับรู้รายได้เข้ามาเต็มปี หลังจากที่บริษัทเข้าซื้อกิจการบริษัท TJM Products Pty (TJM) ประเทศออสเตรเลีย ซึ่งเป็นบริษัทผลิตชิ้นส่วนและอุปกรณ์ตกแต่งส่วนยานยนต์ ซึ่งในปี 2557 บริษัท TJM มีรายได้ประมาณ 1,000 ล้านบาท ขณะที่ธุรกิจปกติของบริษัทหากไม่รวมรายการซื้อกิจการจะมีรายได้เติบโตประมาณ 7-10% อีกทั้งสนับสนุนให้สัดส่วนรายได้จากต่างประเทศงวดบัญชีปี 2558/2559 เพิ่มเป็นประมาณ 60% จากงวดปีก่อนที่ประมาณ 46% ที่เหลือเป็นรายได้จากต่างประเทศ
อย่างไรก็ดี ในงวดบัญชีปี 2560-2561 (สิ้นสุด 30 มี.ค. 2561) ตั้งเป้าหมายจะมีรายได้มากกว่า 1 หมื่นล้านบาท จากการเติบโตของฐานธุรกิจเดิม และยังไม่นับรวมโอกาสในการเข้าซื้อกิจการเพิ่ม และตั้งงบลงทุน 3 ปีไว้ที่ 2,416 ล้านบาท โดยงบลงทุนหลักเพื่อขยายกำลังการผลิตในประเทศและต่างประเทศใน 3 ธุรกิจหลัก และบริษัทอยู่ระหว่างหาแนวทางการเพิ่มสัดส่วนผู้ถือหุ้นรายย่อย (ฟรีโฟลต) โดยปัจจุบันกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ถือหุ้นรวมกัน 75%







