
สัญญาณเศรษฐกิจไม่ดี เตือนเอสเอ็มอีระวังตัว
นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอทีเอสเอ็มอี) เห็นสัญญาณไม่ดี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนที่ทยอยลดกำลังการผลิตลง รวมถึงลดจำนวนชั่วโมงการทำงานของพนักงานลง
นางเพ็ญทิพย์ พรจะเด็ด นายกกิตติมศักดิ์ สมาคมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (เอทีเอสเอ็มอี) เห็นสัญญาณไม่ดี โดยเฉพาะในอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนที่ทยอยลดกำลังการผลิตลง รวมถึงลดจำนวนชั่วโมงการทำงานของพนักงานลง
สัญญาณดังกล่าวได้รับการยืนยันจากค่ายรถรายใหญ่ว่าไม่เป็นความจริง แต่บางรายเกิดขึ้นจริง บางรายลดกำลังผลิตลง 20% บางรายลด 40% บางรายลดถึง 50% เพราะมีการย้ายฐานการผลิตไปประเทศเพื่อนบ้าน เช่น อินโดนีเซีย เป็นต้น
อย่างไรก็ตาม สัญญาณดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขยอดรถยนต์เดือน ก.พ.ที่ผ่านมา ปรากฏว่ายอดขายรถยนต์ในประเทศ 2 เดือน (ม.ค.-ก.พ.) ลดลง 11% ซึ่งค่ายรถยนต์ส่วนใหญ่ยังกังวลกับกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ไม่ดี เป็นปัญหาสะสมจากตัวเลขหนี้ครัวเรือนที่พุ่งสูงขึ้น
สำหรับกลุ่มเอสเอ็มอีที่เกี่ยวข้องกับชิ้นส่วนยานยนต์ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ ซึ่งเรื่องนี้นายกกิตติมศักดิ์เอทีเอสเอ็มอี ได้ส่งข้อมูลให้สำนักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (สสว.) เพื่อจับตาดูผู้ประกอบการกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิด ไม่ให้กระทบถึงแรงงานระดับล่าง หากมีการปลดคนงานจะยิ่งซ้ำเติมเศรษฐกิจให้แย่ยิ่งขึ้น
นอกจากนี้ อยากกระตุ้นให้กลุ่มผู้ประกอบการเอสเอ็มอีขอสนับสนุนเงินทุนดอกเบี้ยต่ำจากรัฐบาล ที่ให้การสนับสนุนดอกเบี้ยต่ำ 3-4% โดยรัฐบาลชดเชยให้ส่วนหนึ่ง เชื่อว่าจะช่วยต่อชีวิตผู้ประกอบการต่อไปได้ รวมทั้งการลดดอกเบี้ยนโยบายก็ช่วยให้หนี้ลดลง ในช่วงที่สถานการณ์เศรษฐกิจยังแย่ โดยเฉพาะแนวโน้มตัวเลขการส่งออกที่ติดลบต่อเนื่อง
นางเพ็ญทิพย์ บอกว่า สิ่งที่น่าเป็นห่วงที่สุด คือ กำลังซื้อของประชาชน ซึ่งตอนนี้ต้องถือว่าแย่มาก เงินช่วยเหลือภาคเกษตรกรไร่ละ 1,000 บาท หรือ 4,000 บาท ช่วยได้น้อยมาก เมื่อเงินหมดกำลังซื้อก็ไม่เหลือ แต่สิ่งที่ภาครัฐควรดำเนินการ คือ เร่งสร้างอาชีพให้ประชาชนเพื่อเพิ่มเงินในกระเป๋า
“ตอนนี้ภาคเอกชนต่างรอเมกะโปรเจกต์ของรัฐบาลที่จะออกมา แต่ด้วยความล่าช้าจะยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลง รัฐบาลควรแบ่งเป็นโครงการย่อยๆ เพื่อเข้าถึงชุมชนโดยเร็วที่สุด เช่น โครงการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท ควรจะแบ่งเป็นโครงการย่อยๆ เพื่อลงชุมชน ทำให้คนมีอาชีพ ถือเป็นเพิ่มเงินในกระเป๋าให้ประชาชนได้” นางเพ็ญทิพย์ กล่าว
สุดท้ายอยากให้เอสเอ็มอีให้ความร่วมมือกับรัฐบาลในการไปขึ้นทะเบียนเพื่อจะได้สิทธิพิเศษด้านภาษี เพื่อที่รัฐบาลจะให้การช่วยเหลือได้เต็มที่







