posttoday
แบงก์แห่ขยายสาขา รับโอกาสเออีซี

แบงก์แห่ขยายสาขา รับโอกาสเออีซี

26 มีนาคม 2558

แม้ว่าเศรษฐกิจในช่วง 2 เดือนแรกของปีจะฟื้นตัวได้เชื่องช้ากว่าที่คาดการณ์กันไว้

โดย...พรสวรรค์ นันทะ ศุภลักษณ์ เอกกิตติวงศ์

แม้ว่าเศรษฐกิจในช่วง 2 เดือนแรกของปีจะฟื้นตัวได้เชื่องช้ากว่าที่คาดการณ์กันไว้ แต่ทุกวิกฤตย่อมมีโอกาสเสมอ และโอกาสสำคัญของไทยในปีนี้ก็กระจายไปจังหวัดหัวเมืองใหญ่ทั่วประเทศ กับการค้าและการลงทุนที่มาพร้อมการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปลายปีนี้

จึงไม่น่าแปลกใจที่อุตสาห กรรมธนาคารพาณิชย์ ซึ่งปรับทิศทางไปลงทุนกับดิจิทัลแบงก์กิ้งมากขึ้น ยังจำเป็นต้องขยายสาขาเพื่อรองรับการให้บริการเหล่านี้อยู่

จากข้อมูลล่าสุดของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เรื่องจำนวนสาขาของธนาคารพาณิชย์ทั้งระบบ ประกอบด้วย ธนาคารพาณิชย์ที่จดทะเบียนในประเทศ (ธพ.) ธนาคารพาณิชย์ที่เป็นบริษัทลูกของธนาคารต่างประเทศ (Subsidiary) และธนาคารพาณิชย์เพื่อรายย่อย (ธย.) ณ สิ้นเดือน ก.พ.ที่ผ่านมา พบว่าทั้งระบบมีสาขาที่ทำการธนาคารพาณิชย์ทั้งสิ้น 7,015 สาขา เพิ่มขึ้น 270 สาขา หรือ 4% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ภาคกลางเป็นพื้นที่ที่มีการเปิดสาขาเพิ่มขึ้นมากที่สุดเมื่อเทียบกับเดือนเดียวกันของปีก่อน เพิ่มอีก 105 แห่ง หรือ 5.04% เป็น 2,187 แห่ง ส่วนหนึ่งเป็นเพราะภาวะเศรษฐกิจในปัจจุบันขยายไปสู่จังหวัดหัวเมืองมากขึ้น รองลงมาเป็นภาคตะวันออกเฉียงเหนือ หรืออีสาน มีสาขาเพิ่มขึ้น 68 แห่ง หรือเพิ่มขึ้น 7.7% เป็น 952 แห่ง สอดคล้องไปกับการเปิดเออีซีที่มีการขยายตัวของการค้าระหว่างชายแดนสูงขึ้น ส่วนภาคใต้มีสาขาเพิ่ม 36 แห่ง เป็น 859 แห่ง และภาคเหนือมีสาขาเพิ่ม 32 แห่ง เป็น 829 แห่ง สำหรับในพื้นที่กรุงเทพฯ มีการขยายสาขาเพิ่มน้อยที่สุดเพียง 29 แห่ง เป็น 2,188 แห่ง

สำหรับธนาคารพาณิชย์ที่มีจำนวนสาขามากที่สุด 5 ลำดับแรก คือ อันดับ 1.ธนาคารกรุงไทย 1,200 แห่ง 2.ธนาคารไทยพาณิชย์ 1,199 แห่ง 3.ธนาคารกสิกรไทย 1,128 แห่ง 4.ธนาคารกรุงเทพ 1,116 แห่ง และ 5.ธนาคารกรุงศรีอยุธยา และธนาคารธนชาต มีเท่ากันที่ 617 แห่ง

ธวัช อยู่ยอด ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ผู้บริหารสายงาน สายงานเครือข่ายธุรกิจขนาดเล็กและรายย่อย ธนาคารกรุงไทย กล่าวว่า ในปี 2558 จะมีการเปิดสาขาไม่เกิน 40 สาขา จากเดิมที่เคยเปิดเป็นร้อยแห่งในปีเดียว เพราะยุทธศาสตร์เน้นไปยังดิจิทัลแบงก์กิ้งมากขึ้น สาขาที่เปิดส่วนใหญ่จะอยู่ในห้างสรรพสินค้า และในพื้นที่ธุรกิจหรือสถานที่ท่องเที่ยวที่เห็นโอกาสแข่งขันได้

สำหรับสาเหตุที่หลายธนาคารเน้นเปิดสาขาใหม่ในภาคกลางมาก เพราะเป็นพื้นที่เศรษฐกิจสำคัญ เช่น จ.พระนครศรีอยุธยา ที่เป็นแหล่งอุตสาหกรรมสำคัญ จ.สระบุรี แม้จะเป็นเมืองผ่านไปภาคอีสาน แต่ก็มีสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญและมีการเติบโตของเมืองเกิดใหม่จำนวนมาก เช่นเดียวกับ อ.หัวหิน ที่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม ธนาคารไม่ได้มีเป้าหมายที่จะเป็นผู้นำในแง่จำนวน แต่ต้องการรองรับความต้องการของลูกค้าเป็นหลัก หากสาขาใดเปิดมานานแล้วยังมีธุรกรรมน้อยก็จะตัดสินใจปิดลง หรือย้ายไปทำเลที่ดีกว่า แต่สาขาในหน่วยงานราชการจะไม่ปิดแน่นอน เพราะข้าราชการเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก

ด้าน ทวี ธีระสุนทรวงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ธนาคารไม่มีแผนขยายสาขาเพิ่มในปีนี้ แต่อาจจะมีเปิดสาขาใหม่เพิ่มขึ้นบ้างซึ่งค้างมาจากแผนของปีที่แล้ว คาดว่าสิ้นปีนี้ธนาคารจะมีสาขารวมทั้งสิ้น 1,145 สาขา ไม่รวมศูนย์บริการห้องรับรองพิเศษ วิสดอม เลานจ์

อย่างไรก็ดี การชะลอเปิดสาขาเป็นไปตามยุทธศาสตร์ของธนาคารที่จะมุ่งพัฒนาการให้บริการผ่านระบอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งเครื่องเอทีเอ็มอินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง และโมบายแบงก์กิ้ง ที่มียอดธุรกรรมเติบโตอย่างก้าวกระโดด แต่ยอมรับว่ายังมีลูกค้าอีกถึง 70% ที่นิยมใช้บริการที่สาขา ซึ่งธนาคารได้ใช้งบประมาณกว่า 100 ล้านบาท ปรับปรุงระบบการให้บริการธุรกรรมลูกค้าครั้งใหญ่ตั้งแต่ปีที่แล้ว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน