posttoday
ตอบโจทย์คนไทยหนี้ท่วม กสิกรฯ รุกบทที่ปรึกษาการเงิน

ตอบโจทย์คนไทยหนี้ท่วม กสิกรฯ รุกบทที่ปรึกษาการเงิน

25 มีนาคม 2558

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์

ปัญหาพื้นฐานที่คนไทยยังไม่มีความรู้ทางการเงิน (Financial Literacy) มากเพียงพอ ไม่เพียงแต่สะท้อนผ่านผลสำรวจทักษะทางการเงินโดย OECD ที่ไทยได้คะแนนต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของ 14 ประเทศที่ร่วมโครงการเท่านั้น แต่ยังเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ปัญหาหนี้ครัวเรือนของไทยขยายตัวขึ้นอย่างรุนแรง จนทุบสถิติ 85% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ
(จีดีพี) เมื่อสิ้นปี 2557 ที่ผ่านมาด้วย

ที่ผ่านมา หน่วยงานภาครัฐหลายแห่งจึงพยายามเข้าไปให้ความรู้ทางการเงินกับประชาชนอย่างต่อเนื่อง เช่น ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่านการจัดตั้งศูนย์คุ้มครองผู้ใช้บริการทางการเงิน และล่าสุดยังมีความร่วมมือระหว่างสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.)  สมาคมธนาคารไทย และ ธปท. ผลักดันการให้ความรู้ผ่านช่องทางสื่อโทรทัศน์

อย่างไรก็ตาม ช่องโหว่ที่ยังเติมไม่เต็มง่ายๆ ในเวลาอันสั้น จึงเป็นโอกาสดีเช่นกันที่ธนาคารพาณิชย์ ซึ่งมีความใกล้ชิดกับประชาชนมากที่สุดในเรื่องเงินๆ ทองๆ จะเข้ามาเล่นบทที่ปรึกษาทางการเงิน ซึ่งล่าสุด ธนาคารกสิกรไทย ได้เปิดตัวศูนย์ให้คำปรึกษาด้านการเงินครบวงจร K-Expert Center ที่อาคารจามจุรีสแควร์ กรุงเทพฯ ซึ่งไม่ใช่การเจาะกลุ่มลูกค้าระดับบนเพื่อต่อยอดความมั่งคั่งตามปกติของแบงก์ตามปกติ แต่จะรองรับลูกค้าทุกกลุ่ม โดยเฉพาะกลุ่มลูกค้าที่มาปรึกษาปัญหาหนี้สิน ที่ถือเป็นท็อป 3 ของเรื่องที่มีคนมาปรึกษามากที่สุด

ปกรณ์ พรรธนะแพทย์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ธนาคารเห็นสัญญาณลูกค้าเข้ามาขอรับคำปรึกษาทางการเงินในเรื่องการปลดหนี้ ผ่าน K-Expert มากขึ้นตั้งแต่ปี 2557 เป็นอันดับ 1 ของเรื่องที่ขอคำปรึกษา จากเดิมเรื่องที่คนสนใจปรึกษามากที่สุด คือ การลงทุน รองลงมา คือ การประหยัดภาษี และการปลดหนี้ เป็นอันดับ 3 ซึ่งสถานการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับภาวะหนี้ครัวเรือนในประเทศที่สูงขึ้น

“ผู้ที่มีปัญหาหนี้สิน ส่วนใหญ่เป็นหนี้บัตรเครดิตและบัตรกดเงินสด ซึ่งคำแนะนำจากเจ้าหน้าที่ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา มีทั้งแนะนำให้อดออมเพื่อทยอยปลดหนี้ที่มียอดต่ำที่สุดก่อน รวมทั้งขายสินทรัพย์บางส่วนเพื่อใช้หนี้เพื่อไม่ให้เกิดหนี้ทับถม แต่หากรุนแรงมาก เช่น เงินเดือน 2 หมื่นบาท มีหนี้ 5 แสนบาท ซึ่งส่วนใหญ่จะเห็นในกลุ่มหนี้นอกระบบ จะแนะนำให้ติดต่อกับธนาคารของรัฐ หรือชมรมคนเป็นหนี้ ที่มีวิธีแก้ไขปัญหาที่ได้ผล” ปกรณ์ กล่าว

อย่างไรก็ตาม ปัญหาหนี้ครัวเรือนกระทบกับภาพรวมกำลังซื้อในประเทศ แต่สำหรับสถาบันการเงิน ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้ปานกลางที่ยังมีกำลังซื้อ ยอดการใช้จ่ายยังเติบโตได้ดี และความเสี่ยงต่ำ เห็นได้จากหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ยังไม่มีสัญญาณเพิ่มขึ้น โดยสายงานลูกค้ารายย่อยของธนาคารกสิกรไทยมีเอ็นพีแอลไม่ถึง 2% น้อยกว่าเอ็นพีเแอลสินเชื่อรายย่อยทั้งระบบ ซึ่งอยู่ที่ 2.4%

นอกจากแรงจูงใจที่ต้องการปลดหนี้หรือบรรเทาปัญหาหนี้สินในภาวะเศรษฐกิจยังไม่ฟื้นตัว และการส่งออกที่คาดว่าจะติดลบต่อเนื่อง 2 เดือนในปีนี้ คนอีกกลุ่มใหญ่ยังเดินเข้ามาเพื่อปรึกษาเรื่อง “การลงทุน” มากขึ้น

สะท้อนถึงความสำคัญของการวางแผนการเงินที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิต ยิ่งประเทศไทยจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุในอีก 10 ปีข้างหน้า คือ สังคมที่มีประชากรอายุมากกว่า 60 ปี เกินกว่า 20% ของจำนวนประชากร ทำให้ประชากรกลุ่มนี้จะต้องมีเงินออมที่เพียงพอ ดังนั้น คนไทยต้องมีทักษะด้านการเงิน เพื่อนำไปใช้วางแผนบริหารจัดการด้านการเงินและการลงทุนเพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับทรัพย์สินของตัวเองมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา

การที่แบงก์สลัดภาพที่ปรึกษาความมั่งคั่งคนรวย โดยหันมาเป็นที่ปรึกษาทางการเงินครบวงจรสำหรับคนทุกกลุ่ม นับว่าเป็นการปรับกลยุทธ์ที่รวดเร็วและตอบได้หลายโจทย์ ทั้งในด้านการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) ที่สามารถขยายวงกว้างขึ้นในกลุ่มชนชั้นกลาง นอกเหนือไปจากสมรภูมิใหม่ของดิจิทัลแบงก์กิ้ง ขณะเดียวกัน ยังตอบโจทย์ในเรื่องการขายผลิตภัณฑ์ต่างๆ ของแบงก์ ที่เสนอให้ลูกค้าผู้ต้องการช่องทางลงทุนต่างๆ ได้อีกด้วย

ปกรณ์ กล่าวว่า กสิกรไทยจะยกระดับการให้บริการ K-Expert เพื่อเป็นธนาคารให้คำปรึกษาทางการเงินของลูกค้า ซึ่งจากการเปิดให้บริการที่ปรึกษามากว่า 2 ปี มีผู้ขอเข้ารับคำปรึกษาทางการเงินแล้ว
กว่า 1 ล้านคน โดยมีเจ้าหน้าที่ K-Expert ที่เชี่ยวชาญด้านวางแผนการเงิน 4,000 คน คอยให้คำปรึกษาผ่านสาขาและช่องทางอื่นๆ เช่น เว็บไซต์ โซเชียลมีเดีย รวมทั้งกิจกรรมเวิร์กช็อป

สำหรับสาขาใหม่นี้จะเป็นศูนย์ให้คำปรึกษาด้านการเงินครบวงจรเป็นแห่งแรกของไทย เพื่อเพิ่มพูนทักษะการเงินที่อยู่ในวิถีชีวิตของคนไทยในทุกระดับ รวมทั้งช่วยกระตุ้นให้คนไทยเห็นถึงความสำคัญของการวางแผนการเงิน โดยจะมีการให้คำปรึกษาทั้งแบบตัวต่อตัว แบบทำกิจกรรมเวิร์กช็อป และเป็นคลังความรู้ด้านการเงินสำหรับผู้ที่ชอบค้นคว้าด้วยตัวเอง โดยมีเจ้าหน้าที่ K-Expert ที่มีความเชี่ยวชาญระดับสูงมีใบอนุญาต 3-5 คน ประจำอยู่เพื่อให้คำปรึกษาโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย 

เบื้องต้นตั้งเป้าหมายในปีนี้ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมที่ K-Expert Center ประมาณ 2 หมื่นคน และใช้บริการให้คำปรึกษาประมาณ 7,000 คน ส่งผลให้ในภาพรวม คาดว่าจะมีผู้เข้ารับบริการ K-Expert ทุกช่องทางเพิ่มขึ้นอีกประมาณ 1 ล้านคน รวมเป็น 2 ล้านคน ภายในปี 2558

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน