
ธปท.ชงตั้งองค์กรอิสระกำกับสหกรณ์
โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงษ์ พรสวรรค์ นันทะ
โดย...ชีวรัตน์ กิจนภาธนพงษ์ พรสวรรค์ นันทะ
ปัญหาการยักยอกเงินของผู้บริหารสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นสร้างมูลค่าเสียหายกว่า 1.5 หมื่นล้านบาท เป็นคดีการสั่นสะเทือนแวดวงการสหกรณ์ทั้งระบบที่มีเงินฝากกว่า 2 ล้านล้านบาท กระแสความแตกตื่นประชาชนผู้ฝากเงินสหกรณ์เกิดความไม่เชื่อมั่นระบบสหกรณ์ แห่ที่จะถอนเงินและมีกระแสเรียกร้องให้รัฐบาลเข้ามาตรวจสอบและแก้ปัญหาสหกรณ์ที่หมักหมมมานาน แนวทางหนึ่งคือการยืมมือกระทรวงการคลังและธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ในฐานะที่กำกับดูแลสถาบันการเข้ามาช่วยผ่าตัดและยกเครื่องระบบการกำกับดูแลสหกรณ์ใหม่
เมื่อวันที่ 19 มี.ค. ในการประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปเศรษฐกิจ การเงินและการคลัง สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในการจัดทำร่างรายงานกรอบปฏิรูปฯ กมธ. ได้มีการหยิบยกประเด็นแนวทางการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศ โดยเชิญผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ประสาร ไตรรัตน์วรกุล เข้าร่วมหารือด้วย
ผู้ว่าการ ธปท.ได้เสนอแนวคิดการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ว่า ควรที่จะมีการจัดตั้งองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับมาดูแลสหกรณ์โดยเฉพาะ ซึ่ง ธปท.คงไม่รับโอนสหกรณ์เข้ามาอยู่ภายใต้การกำกับดูแลโดยตรง เนื่องจากปัจจุบัน ธปท.มีภารกิจมากอยู่แล้ว อีกทั้งเนื้องานในการดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ก็มีมาก เพราะสหกรณ์ออมทรัพย์ทั่วประเทศมีมากถึง 1,400 แห่ง เฉพาะสหกรณ์ออมทรัพย์ขนาดใหญ่มีถึง 180 แห่ง
ปริมาณงานที่จะมีเพิ่มขึ้นอย่างมาก ธปท.คงไม่สามารถรับมาดูไหว ดังนั้น เห็นว่าควรจะมีการจัดตั้งองค์กรอิสระ ซึ่งเป็นหน่วยงานกำกับดูแลโดยเฉพาะน่าจะดีกว่า
อย่างไรก็ตาม การตั้งองค์กรใหม่คงไม่ใช่ง่ายๆ และไม่ใช่จะประสบความสำเร็จเสมอไป เพราะที่ผ่านมามีบางตัวอย่างไปได้ดี และบางตัวอย่างก็ทำไม่ได้ตามความคาดหวัง แต่การที่กรมส่งเสริมสหกรณ์หันมาดูแลปรับปรุงในการตรวจก็เป็นเรื่องที่ดี และหากสหกรณ์จะส่งคนไปฝึกฝนในระบบธนาคารพาณิชย์ด้วยดูแล้วก็น่าจะทำได้
“ถึงแม้ว่า ธปท.จะไปได้ดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์โดยตรง ธปท.ก็ได้ให้ความร่วมมือกับกรมส่งเสริมสหกรณ์และกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ช่วยกันพัฒนาการกำกับดูแลสหกรณ์ออมทรัพย์ให้ดีขึ้น” ประสาร กล่าว
ปัญหาการยักยอกเงินสหกรณ์ฯ คลองจั่น เป็นจุดชนวนที่ทำให้ต้องมีการรื้อโครงสร้างกำกับดูแลสหกรณ์ทั้งประเทศ และในวันนี้ก็จะต้องลุ้นศาลล้มละลายกลางว่าจะมีคำสั่งให้สหกรณ์ฯ คลองจั่นหรือไม่ ซึ่งคดีนี้ถือว่าเป็นคดีประวัติศาสตร์ในแวดวงสหกรณ์ ซึ่งเจ้าหนี้มากขึ้น 5.6 หมื่นราย และมีทุนทรัพย์ 2.1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ แนวทาง 3 แนวทาง คือ 1.กรณีที่ศาลสั่งให้ฟื้นฟูกิจการและตั้งผู้ทำแผน เจ้าหนี้ต้องยื่นคำขอรับชำระหนี้ภายใน 1 เดือน ผู้ทำแผนจะต้องส่งแผนให้สำนักงานฟื้นฟูกิจการ ภายใน 3 เดือน ขยายเวลาในการส่งแผนได้ไม่เกิน 2 ครั้ง ครั้งละไม่เกิน 1 เดือน จากนั้นจะมีการนัดประชุมเจ้าหนี้เพื่อพิจารณาแผน แล้วจึงรายงานให้ศาลพิจารณาต่อไป
2.กรณีศาลสั่งให้ฟื้นฟูกิจการแต่ยังไม่ได้ตั้งผู้ทำแผน จะต้องมีการนัดประชุมเจ้าหนี้ เพื่อพิจารณาเลือกผู้ทำแผน จากนั้นรายงานผลประชุมให้ศาลทราบ และเมื่อศาลมีคำสั่งตั้งผู้ทำแผนแล้วให้เจ้าหนี้ยื่นคำขอรับชำระหนี้เช่นเดียวกับกรณีแรก
และ 3.กรณีที่ศาลสั่งยกคำร้องขอฟื้นฟูกิจการ โดยผลของคำสั่งนี้ เจ้าหนี้สหกรณ์ฯ คลองจั่น สามารถดำเนินการฟ้องร้องทั้งคดีแพ่งและคดีล้มละลายต่อไปได้







