posttoday
อีเซ็ตดันระบบใหม่ รับมือภัยไซเบอร์พุ่ง

อีเซ็ตดันระบบใหม่ รับมือภัยไซเบอร์พุ่ง

17 มีนาคม 2558

โดย...จะเรียม สำรวจ

โดย...จะเรียม สำรวจ

จากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ปรับตัวเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ซึ่งเป้าหมายที่ถูกโจมตีส่วนใหญ่จะเป็นกลุ่มบริษัทที่มีชื่อเสียง ผลกระทบที่เกิดขึ้นดังกล่าวถือเป็นภัยคุกคามต่อทรัพย์สินทางปัญหา และทรัพย์สินทางการค้าที่สำคัญของธุรกิจ โดยเฉพาะด้านชื่อเสียงและความไว้วางใจ

ปัญหาดังกล่าว ส่งผลให้อีเซ็ต ผู้บุกเบิกระบบรักษาความปลอดภัย เล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจ ด้วยการแต่งตั้งบริษัท แอ็กทีฟ มีเดีย เป็นตัวแทนจำหน่ายระบบรักษาความปลอดภัยรายเดียวในประเทศไทย หลังจากดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมาเป็นระยะเวลา 13 ปี พบว่าลูกค้าคนไทยให้ผลการตอบรับเป็นอย่างดี โดยในส่วนของสินค้าที่สร้างชื่อให้กับ อีเซ็ต คือ อีเซ็ต นอด 32

พาร์วินเดอร์ วา-เลีย ผู้อำนวยการฝ่ายขายประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก บริษัท อีเซ็ต กล่าวว่า จากจำนวนผู้ใช้อินเทอร์เน็ตที่ต้องเผชิญหน้ากับการโจมตีทางไซเบอร์นับไม่ถ้วน บริษัทจึงเล็งเห็นโอกาสทางธุรกิจ ด้วยการพัฒนาเทคโนโลยีใหม่เข้ามาใช้งาน เพื่อป้องกันอาชญากรรมทางไซเบอร์ให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

สำหรับเทคโนโลยีใหม่ที่ได้พัฒนาขึ้นมานี้ อีเซ็ตได้สร้างโซลูชั่นรักษาความปลอดภัยด้านไอทีให้กับองค์กรธุรกิจ ซึ่งถือเป็นกลุ่มเป้าหมายหลักของอีเซ็ต โดยในส่วนของเทคโนโลยีใหม่ที่พัฒนาขึ้นมาจะมีการวางระบบการป้องกันสูงสุดในรูปแบบเชิงรุก เพื่อให้โครงสร้างพื้นฐานไอทีขององค์กรได้รับผลกระทบน้อยที่สุด

ในส่วนของสินค้าใหม่ที่ได้เปิดตัวเข้ามาทำตลาดในครั้งนี้มีทั้งหมด 6 เวอร์ชั่นใหม่ ประกอบด้วย ESET ENDPOINT SECURITY, ESET ENDPOINT ANTIVIRUS, ESET ENDPOINT SECURITY, ESET ENDPOINT ANTIVIRUS, ESET ENDPOINT SECURITY และ ESET FILE SECURITY 

คุณสมบัติของสินค้าใหม่ที่นำมาเสนอในครั้งนี้ อีเซ็ตจะเน้นไปที่ความครบครัน เช่น การป้องกันบ็อตเน็ต ตัวบล็อกช่องโหว่ การป้องกันฟิชชิ่ง และการป้องกันโจรกรรม ซึ่งสามารถรองรับระบบปฏิบัติการได้หลายแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น แมค วินโดวส์ แอนดรอยด์ หรือลีนุกซ์

นอกจากนี้ ยังได้มีการพัฒนาระบบการใช้งานที่ง่ายและมีประสิทธิภาพสามารถป้องกันโครงสร้างไอทีได้ในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นองค์กรขนาดใหญ่หรือองค์กรขนาดเล็ก เนื่องจากอีเซ็ตได้ออกแบบการใช้งานบนเครือข่ายได้ทั่วรูปแบบธรรมดาและซับซ้อน

จากแนวทางการดำเนินธุรกิจดังกล่าวที่ดำเนินงานมาตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีทั่วโลก และกว่า 10 ปีในประเทศไทย ส่งผลให้เทคโนโลยี อีเซ็ต นอด 32 มีขีดความสามารถในด้านการตรวจจับมัลแวร์ที่เหนือกว่าผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์ความปลอดภัยสำหรับระบบไอทีรายอื่นได้รับรางวัล VB100 ติดต่อกันถึง 87 ครั้ง

ปัจจุบัน อีเซ็ตมีสัดส่วนลูกค้าองค์กรอยู่ที่ประมาณ 80% อีก 20% เป็นกลุ่มลูกค้าบ้าน (ที่อยู่อาศัย)ซึ่งในอนาคตก็ยังจะคงสัดส่วนลูกค้าไว้เช่นนี้ เนื่องจากกลุ่มลูกค้าองค์กรเป็นตลาดใหญ่ โดยในส่วนของสินค้าที่จะนำมาเน้นทำตลาดดังกล่าว คือ แบรนด์อีเซ็ต

ขณะที่แบรนด์นอดจะเน้นทำตลาดเฉพาะลูกค้าบ้านเท่านั้น ทั้งนี้ก็เพื่อสร้างความชัดเจนของแบรนด์ที่สะท้อนถึงภาพลักษณ์องค์กร

พาร์วินเดอร์ กล่าวว่า หลังจากเดินหน้าขยายธุรกิจในประเทศไทยอย่างต่อเนื่อง คาดว่าสิ้นปีนี้จะมีส่วนแบ่งตลาดขึ้นเป็นอันดับ 3 ได้อย่างแน่นอน จากปัจจุบันอยู่อันดับ 4 จากมูลค่าตลาดรวมสินค้ารักษาความปลอดภัยด้านไอทีประมาณ 700 ล้านบาท และปีนี้คาดการณ์ว่าจะมีมูลค่าอยู่ที่ 800 ล้านบาท

การประกาศแผนเชิงรุกของอีเซ็ตครั้งนี้ เป็นไปตามแนวโน้มเทคโนโลยีที่ยังพัฒนาไม่หยุดยั้ง

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่