
ดึงเวียดนามร่วมทีมกำหนดราคายาง
เกษตรฯ บินชวนเวียดนามร่วมดึงราคายางพารา 1 เม.ย.นี้ หารือตั้งตลาดส่งมอบจริงในไทย
เกษตรฯ บินชวนเวียดนามร่วมดึงราคายางพารา 1 เม.ย.นี้ หารือตั้งตลาดส่งมอบจริงในไทย
นายปีติพงศ์ พึ่งบุญ ณ อยุธยา รมว.เกษตรและสหกรณ์ ได้เดินทางไปสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม เพื่อหารือร่วมกับนายกาวดึ๊กฟัด รมว.เกษตรและพัฒนาชนบทประเทศเวียดนาม เมื่อวันที่ 12 มี.ค. 2558 โดยได้หารือกันใน 3 เรื่อง คือ 1.การแลกเปลี่ยนข้อคิดเห็นเกี่ยวกับความเป็นหุ้นส่วนด้านยางพารา 2.การศึกษารูปแบบความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและเอกชน หรือ PPP และ 3.ความร่วมมือด้านการเกษตรในด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืชระหว่างไทย-เวียดนาม
นายปีติพงศ์ กล่าวว่า ในวันที่ 1 เม.ย.นี้ เวียดนามจะส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาสังเกตการณ์การประชุมสภาไตรภาคียาง (ITRC) ระหว่างประเทศ 3 ประเทศ เช่น ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย ที่กรุงเทพมหานคร และมีบริษัท ร่วมทุนยางพาราระหว่างประเทศ (IRCo) เข้าร่วมหารือในการจัดตั้งสภาไตรภาคียางด้วย โดยรอบนี้จะเสนอให้เวียดนามเข้าร่วมการจัดตั้งสภาไตรภาคียาง เพื่อเป็นพันธมิตรด้านยุทธศาสตร์ยางพารา รักษาราคาให้สูงกว่าต้นทุนการผลิตและมีเสถียรภาพ ร่วมมือจัดตั้งตลาดยางพาราส่งมอบจริง ใช้เป็นราคาอ้างอิงของตลาดโลกที่สะท้อนอุปทานอุปสงค์ยางพาราที่แท้จริง
นอกจากนี้ ได้หารือถึงความเป็นหุ้นส่วนระหว่างภาครัฐและเอกชน (Public-Private Partnership : PPP) ซึ่งเวียดนามเป็น 1 ใน 11 ประเทศที่ดำเนินโครงการนำร่อง PPP ด้านการเกษตรไปแล้ว และมีบริษัทชั้นนำกว่า 20 บริษัททั่วโลก ได้เข้ามาลงทุนด้านการเกษตรในเวียดนามใน 6 สินค้า ได้แก่ ผัก ผลไม้ กาแฟ ชา สินค้าประมง เช่น Monsanto, Nestlé, Pepsi Co ได้ร่วมกันสร้างความเจริญเติบโตทางการเกษตรอย่างยั่งยืน และส่งเสริมตราสินค้า “Made in Vietnam” ให้เป็นที่รู้จักทั่วโลกนั้น กระทรวงเกษตรฯ จะผลักดันแนวทางนี้ให้เหมาะสมกับประเทศไทย
สำหรับประเด็นสุดท้ายที่หารือกันคือ การขยายความร่วมมือด้านสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช โดยจะประชุมในต้นเดือน เม.ย.นี้เพื่อกำหนดกรอบและรายละเอียด โดยเฉพาะสินค้าเกษตรของไทยที่ส่งออกไปยังเวียดนาม ได้แก่ ผลไม้ 4 ชนิด ที่อยู่ระหว่างการเจรจาอนุญาตนำเข้าตามระเบียบใหม่ของเวียดนาม
นายเยี่ยม ถาวโรฤทธิ์ ประธานเจ้าหน้าที่ผู้บริหาร บริษัท IRCo กล่าวว่า วันที่ 1 เม.ย.นี้ ไทย อินโดนีเซีย มาเลเซีย จะหารือจัดตั้งยางพาราส่งมอบจริงในภูมิภาคและร่วมมือในการจัดตั้งสภายางพาราอาเซียน เพื่อเป็นศูนย์กลางความร่วมมือพัฒนาอุตสาหกรรมยางพาราของประเทศผู้ปลูกในภูมิภาค







