
เคาะใช้งบแสนล้านลงทุนน้ำ19มี.ค.นี้
พล.อ.ฉัตรชัย นัดรื้อใหญ่งบลงทุนยุทธศาสตร์น้ำ 19 มี.ค.นี้ แบไต๋ปีนี้ใช้งบ 1 แสนล้าน ลุย 1 หมื่นโครงการ
พล.อ.ฉัตรชัย นัดรื้อใหญ่งบลงทุนยุทธศาสตร์น้ำ 19 มี.ค.นี้ แบไต๋ปีนี้ใช้งบ 1 แสนล้าน ลุย 1 หมื่นโครงการ
พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.พาณิชย์ ในฐานะประธานคณะกรรมการกำหนดนโยบายและบริหารจัดการน้ำ เปิดเผยว่า ในวันที่ 19 มี.ค.นี้ จะเรียกประชุมคณะกรรมการเพื่อหารือสรุปแผนบริหารจัดการน้ำใหม่ โดยจะเร่งผลักดันยุทธศาสตร์บริหารจัดการน้ำปี 2558 ให้เสร็จโดยเร็ว เพื่อใช้สำหรับการบริหารจัดการน้ำของประเทศในระยะยาว ซึ่งจะต้องปรับรูปแบบการใช้งบประมาณใหม่ทั้งหมด เพราะงบประมาณเดิมที่ตั้งไว้ 3.5 แสนล้านบาท ไม่มีรายละเอียดแผนงานที่ชัดเจน
พล.อ.ฉัตรชัย ชี้แจงว่า งบประมาณใหม่จะยึดจากงบกลาง แต่ละปีที่ใช้ในการบริหารจัดการน้ำทั่วประเทศที่ตั้งไว้แล้ว 6 หมื่นล้านบาท โดยให้แต่ละหน่วยงานเสนอแผนงานลงทุนมา โดยแผนใหม่นี้จะครอบคลุมเรื่องภัยแล้ง น้ำท่วม พื้นที่การเกษตร และมุ่งเน้นการบริหารจัดการน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคเป็นอันดับแรก
“ในปีนี้คงต้องใช้งบประมาณ 1 แสนล้านบาท มาดำเนินงานใน 1 หมื่นโครงการ แต่ทุกแผนงานจะต้องผ่านการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนในพื้นที่ก่อน” พล.อ.ฉัตรชัย กล่าว
อย่างไรก็ตาม การแก้ปัญหาภัยแล้งระยะเร่งด่วนปีนี้ กระทรวงมหาดไทยจะเป็นผู้จัดทำแผนทั้งหมด เพราะเข้าสู่ภาวะเลวร้ายแล้ว
ขณะที่เมื่อวันที่ 14 มี.ค.ที่ผ่านมา พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับนายชินโสะ อาเบะ นายกฯ ญี่ปุ่น ในโอกาสเข้าร่วมการประชุมสหประชาชาติระดับโลก ว่าด้วยการลดความเสี่ยงจากภัยพิบัติ ครั้งที่ 3 ที่เมืองเซนได ประเทศญี่ปุ่น โดย ร.อ.นพ.ยงยุทธ มัยลาภ โฆษกประจำสำนักนายกฯ สรุปสาระสำคัญว่า ได้มีการหารือความร่วมมือด้านการบริหารจัดการน้ำ โดยนายกฯ แจ้งว่าไทยพร้อมที่จะร่วมมือกับญี่ปุ่น ขณะนี้รัฐบาลได้ทบทวนโครงการบริหารจัดการน้ำใหม่ทั้งหมด โดยกำลังจะให้เปิดประมูลโครงการ ไทยพร้อมและยินดีหากญี่ปุ่นสนใจจะส่งคณะมาพูดคุยกับฝ่ายไทยในรายละเอียด
สำหรับการพัฒนาเขตเศรษฐกิจพิเศษทวายนั้น ไทยยินดีที่ญี่ปุ่นแสดงความสนใจและเสนอให้มีการหารือระหว่างผู้นำ 3 ฝ่าย (ไทย-ญี่ปุ่น-พม่า) ระหว่างการประชุมผู้นำลุ่มแม่น้ำโขง-ญี่ปุ่น ที่โตเกียว ในเดือน ก.ค.นี้
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลังเปิดเผยว่า ในการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) วันที่ 17 มี.ค.นี้ สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) จะเสนอ ครม.ให้เห็นชอบแนวทางการกู้เงินรวม 5.7 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้ในโครงการบริหารจัดการน้ำ 2.3 หมื่นล้านบาท และโครงการก่อสร้างถนน 3.4 หมื่นล้านบาท จากกรอบวงเงินกู้จำเป็นเร่งด่วนในปีงบประมาณ 2558 จำนวน 8 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้เป็นเงินกู้ที่จะใช้ในการบริหารจัดการน้ำ 4 หมื่นล้านบาท โดยคาดว่าจะเริ่มทยอยกู้เป็นบางส่วนและสามารถเบิกจ่ายเม็ดเงินลงทุนได้ภายในปลายเดือน เม.ย.-พ.ค.นี้ โดยจะกู้ได้ทั้งจากต่างประเทศและในประเทศ
ก่อนหน้านี้ นักวิชาการจากวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย (วสท.) ออกมาแสดงความไม่เห็นด้วยกับร่างยุทธศาสตร์น้ำที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เนื่องจากโครงการภายใต้ยุทธศาสตร์ส่วนใหญ่เป็นแผนลงทุนเดิมของกรมชลประทานและกรมทรัพยากรน้ำ ซึ่งหลายโครงการถูกคัดค้านและไม่ผ่านการรับฟังความเห็นจากประชาชน และในภาคผนวกมีการบรรจุโครงการที่ประชาชนคัดค้านเข้าไป เช่น เขื่อนแม่วงก์ หรืออ่างเก็บน้ำในลุ่มน้ำยมที่ชาวบ้านค้าน และมีการซ่อนโครงการผันน้ำจากนอกประเทศเอาไว้ด้วย







