
ทีเอ็มบี ประเดิมตลาด รับกระแส ‘ติ่มซำบอนด์’
การออกหุ้นกู้สกุลเงินหยวน (ติ่มซำบอนด์) โดยธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา
โดย...ทีมข่าวการเงินโพสต์ทูเดย์
การออกหุ้นกู้สกุลเงินหยวน (ติ่มซำบอนด์) โดยธนาคารทหารไทย หรือทีเอ็มบี เมื่อวันที่ 9 มี.ค.ที่ผ่านมา นับว่าเรียกเสียงฮือฮาได้ไม่น้อยทั้งในและนอกประเทศ ในฐานะแบงก์ไทยรายแรกที่ประเดิมการระดมทุนเงินหยวน นับตั้งแต่ที่ติ่มซำบอนด์มีการออกโดยบริษัท/ธนาคารต่างชาติเป็นครั้งแรกในปี 2010
ในครั้งนี้ ทีเอ็มบี สาขาหมู่เกาะเคย์แมน ออกหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ และไม่มีหลักประกันสกุลเงินหยวนอายุ 3 ปี ในวงเงิน 600 ล้านหยวน หรือประมาณ 3,000 ล้านบาท ที่ผลตอบแทน 5.5% โดยได้รับการจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากมูดี้ส์อินเวสเตอร์ เซอร์วิส และฟิทช์เรทติ้งส์ ที่ Baa2 และ BBB- ตามลำดับ โดยมียอดสนใจจองสูงถึง 1.5 เท่าของจำนวนทั้งหมด ในจำนวนนี้เป็นนักลงทุนเอเชียเกือบ 100%
หากมองในแง่การใช้เงินหยวนในไทย ที่ยังมีีแค่ราว 1% หรือเศรษฐกิจไทยที่ยังไม่กระเตื้องมากพอจะขยับการใช้สินเชื่อ การออกหุ้นกู้ในรูปเงินหยวนหรือสวอปกลับมาเป็นบาท อาจดูไม่ตอบโจทย์นัก แต่สำหรับทีเอ็มบีนี่คือช่วงจังหวะที่ลงตัวที่สุดแล้ว
ถนอมศักดิ์ โชติกประกาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ธนาคารทหารไทย (ทีเอ็มบี) เปิดเผยว่า ทีเอ็มบีต้องการเพิ่มความหลากหลายในช่องทางระดมทุนเงินเหรียญสหรัฐ จากเดิมที่พึ่งพาช่องทางการสวอปอัตราแลกเปลี่ยนระหว่างเงินเหรียญสหรัฐ/บาท เป็นหลัก ที่สำคัญยังได้จังหวะดีที่อัตราดอกเบี้ยสัญญาแลกเปลี่ยนเงินตราต่างประเทศ (Cross Currency Swap : CCS) อยู่ในช่วงขาขึ้น ทำให้เมื่อสวอปเงินหยวนกลับมาเป็นเหรียญสหรัฐแล้ว มีต้นทุนที่ถูกลง และถูกกว่าการระดมทุนเป็นเงินเหรียญสหรัฐโดยตรง
“เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวกับสภาพสินเชื่อในประเทศมากนัก เพราะเราจะสวอปเป็นเงินเหรียญสหรัฐ และยังมีลูกค้าที่ยังต้องการเงินสกุลนี้อยู่ ที่สำคัญก็คือ เราต้องการลดการพึ่งพาช่องทางระดมทุนทางเดียวมากเกินไป ซึ่งได้จังหวะที่อัตราดอกเบี้ย CCS สูงขึ้นมาตั้งแต่ปลายปีที่แล้วพอดี ทำให้เมื่อสวอปมาเป็นเหรียญสหรัฐก็ยังถูกกว่ายิลด์ 5.5% ที่ออกไปอยู่ดี” ถนอมศักดิ์ กล่าว
ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านการเงิน ทีเอ็มบี กล่าวว่า ทีเอ็มบีมีแผนหาแหล่งเงินเหรียญสหรัฐใหม่มาตั้งแต่ปลายปี 2556 แต่เมื่อมีปัญหาทางการเมืองจึงต้องชะลอออกไปก่อน จนมาฟื้นแผนอีกครั้งในช่วงปลายปีที่แล้ว มีการลองหยั่งเสียงนักลงทุนโดยออกไปโรดโชว์ที่ฮ่องกงและสิงคโปร์ ในเดือน ธ.ค. 2557 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีพอสมควร จึงนำมาสู่การออกหุ้นกู้สกุลหยวนเป็นครั้งแรกในช่วงหลังตรุษจีน
สำหรับวงเงิน 600 ล้านหยวน ที่ถือว่าไม่สูงนัก จนมีการมองว่าทีเอ็มบีต้องการสร้างชื่อในต่างประเทศมากกว่าต้องการระดมทุนจริงๆ นั้น ถนอมศักดิ์ ยืนยันว่า วงเงินระดับ 500-600 ล้านหยวน ถือเป็นเบนช์มาร์กปกติของการออกหุ้นกู้ ไม่นับว่าน้อยเกินไป อีกทั้งพอร์ตเงินเหรียญสหรัฐของทีเอ็มบีก็ไม่ได้ใหญ่นัก จึงถือว่าเหมาะสมแล้ว แต่แน่นอนว่าทีเอ็มบีก็ต้องการทดสอบตลาดด้วย
แม้ว่าล่าสุด คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลงมาอยู่ที่ 1.75% แต่ถนอมศักดิ์มองว่าไม่ได้กระทบต่อการออกติ่มซำบอนด์มากนัก เนื่องจากเป็นดอกเบี้ยเงินบาทและธนาคารก็ไม่ได้ต้องการสวอปหยวนกลับมาเป็นบาท แต่ต้องการระดมทุนเงินเหรียญสหรัฐเป็นหลัก เพราะหากต้องการเงินบาท การออกเงินฝากในประเทศยังคงตอบโจทย์ได้ดีกว่า เพราะได้ทั้งฐานลูกค้าและอื่นๆ ตามมาด้วย
ทั้งนี้ ข้อมูลของทอมป์สันรอยเตอร์ส ระบุว่า สัดส่วนต่างชาติทั่วโลกที่ออกติ่มซำบอนด์ขยับขึ้นเป็น 56% ในช่วงไตรมาส 4 ปีที่แล้ว จาก 47% ในช่วงไตรมาสแรกปีเดียวกัน และยังมีแนวโน้มกลับมาคึกคักขึ้นต่อเนื่องในปี 2558 นี้ เนื่องจากอัตราดอกเบี้ย CCS ที่สูงขึ้น ทำให้แบงก์ต่างชาติสามารถระดมทุนได้ถูกลง ทั้งการสวอปเป็นเงินเหรียญสหรัฐหรือสวอปมาเป็นสกุลเงินท้องถิ่น
ล่าสุด ธนาคาร ANZ ในออสเตรเลีย ประกาศออกติ่มซำบอนด์ในรูปของบาเซิล 3 เป็นรายแรกในวงเงิน 500 ล้านหยวน เมื่อเดือน ม.ค.ที่ผ่านมา ถือเป็นการฟื้นกระแสติ่มซำบอนด์ที่ซบเซาลงไปช่วงหนึ่งให้กลับมาอีกครั้ง
อย่างไรก็ตาม สำหรับธนาคารกรุงไทย ซึ่งเพิ่งออกหุ้นกู้บาเซิล 3 เป็นรายแรกของไทยไปเมื่อปีที่ผ่านมานั้น กิตติยา โตธนะเกษม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส สายงานบริหารการเงิน กล่าวว่า โดยปกติแล้ว หากธนาคารต้องการระดมทุนเงินเหรียญสหรัฐเพื่อปล่อยกู้ให้ลูกค้า ก็มีช่องทางหลากหลาย เช่น การกู้ยืมจากธนาคารต่างชาติ การกู้เดี่ยว หรือการกู้ร่วม และการออกหุ้นกู้ไม่ด้อยสิทธิ โดยสามารถออกในสกุลเงินที่ต้องการโดยตรงหรือสวอปกลับมาได้ ตราบเท่าที่ตลาดยังน่าดึงดูดอยู่ แต่ขณะนี้กรุงไทยมีสภาพคล่องเงินเหรียญสหรัฐเพียงพออยู่แล้ว หลังจากที่ออกหุ้นกู้ 700 ล้านเหรียญสหรัฐไปเมื่อกลางปี 2557 ดังนั้น จึงยังไม่มีแผนที่จะออกเพิ่มในขณะนี้
ขณะที่ สุธีร์ โล้วโสภณกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบริหารเงิน ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย กล่าวว่า ธนาคารยังไม่มีแผนออกหุ้นกู้เงินหยวนในขณะนี้ เนื่องจากการเติบโตของสินเชื่อปัจจุบันยังค่อนข้างนิ่ง ทำให้ไม่มีความจำเป็นต้องระดมทุนเพิ่ม อีกทั้งซีไอเอ็มบี ไทย ก็เพิ่งออกหุ้นกู้สกุลเงินริงกิต ไปเมื่อปีที่ผ่านมา วงเงิน 400 ล้านเหรียญสหรัฐ จึงยังไม่ต้องออกหุ้นกู้เพิ่ม ซึ่งต้องออกในปริมาณที่มากพอด้วยถึงจะคุ้มค่า
“ถ้าจะออกหุ้นกู้ใหม่ก็ต้องออกในวงเงินที่มากพอให้คุ้มค่ากับต้นทุนด้วย แต่เราเพิ่งออกไปเมื่อปีที่แล้ว และสถานการณ์เงินกู้ในปีนี้ก็ยังค่อนข้างนิ่ง จึงยังไม่มีแผน แต่ถ้าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นได้อย่างชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังนี้ ก็อาจต้องมาวางแผนกันใหม่” สุธีร์ กล่าว
ด้านแหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์รายหนึ่งให้ความเห็นว่า ปัจจัยการออกติ่มซำบอนด์ของแต่ละแห่ง ส่วนใหญ่มีความต้องการเงินทุนสกุลหยวน และมีกำหนดเวลาในการใช้ฟันดิ้งนั้นชัดเจน เพราะการออกหุ้นกู้ถ้ายังไม่ใช้ ถือว่ามีต้นทุนต้องจ่ายดอกเบี้ย อย่างไรก็ตาม กรณีที่ออกหุ้นกู้สกุลเงินหยวนเพราะเห็นจังหวะต้นทุนต่ำก็มีความเป็นไปได้ แต่ต้องคำนึงไปถึงการสวอปเป็นสกุลท้องถิ่นหรือสกุลเหรียญสหรัฐด้วย แล้วมาคำนวณดูว่าคุ้มค่าไหม ซึ่งส่วนตัวมองว่าหุ้นกู้ในเงินสกุลหลักมีสภาพคล่องมากกว่า
“ตลาดบอนด์สกุลหยวนยังไม่ใหญ่มาก ต้องรอการพัฒนาอีกระยะหนึ่งจึงจะเป็นที่ติดตลาด ระหว่างนี้ การตัดสินใจออกหุ้นกู้หยวนจึงต้องแมตช์กับความต้องการใช้ หรือต้องดูครอบคลุมรอบด้านว่าจะได้กลับมาคุ้มค่าหรือไม่่” แหล่งข่าวเปิดเผย







