
การจะเป็นสัญญาณเตือนภัย ทางด้านหนี้สินของผู้คน
เมื่อตัวเรารู้สึกว่ามีไข้ ตัวร้อน ปวดเมื่อยตามตัว เราก็ต้องใช้เป็นปรอทวัดไข้ หนี้สินครัวเรือนในระดับประเทศก็เหมือนกัน ก็ต้องมีองค์กร มีสถาบันออกมาทำหน้าที่นั้น เครดิตบูโรในปัจจุบันในฐานะสถาบันที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจก็ต้องทำหน้าที่ครับ
เมื่อตัวเรารู้สึกว่ามีไข้ ตัวร้อน ปวดเมื่อยตามตัว เราก็ต้องใช้เป็นปรอทวัดไข้ หนี้สินครัวเรือนในระดับประเทศก็เหมือนกัน ก็ต้องมีองค์กร มีสถาบันออกมาทำหน้าที่นั้น เครดิตบูโรในปัจจุบันในฐานะสถาบันที่เกี่ยวข้องกับระบบเศรษฐกิจก็ต้องทำหน้าที่ครับ
เครดิตบูโรในปัจจุบันมีสมาชิกรวม 80 แห่ง มีประวัติข้อมูลในระบบ 77.8 ล้านบัญชี แบ่งเป็นข้อมูลเครดิตบุคคลธรรมดา 74.4 ล้านบัญชี และข้อมูลเครดิตบริษัท 3.4 ล้านบัญชี (เชิงพาณิชย์)1.บทบาทการเป็นศูนย์กลางรวบรวมข้อมูลลูกค้าเพื่อช่วยลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยสินเชื่อหรือเงินกู้หรือป้องกันหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ในระบบ เป็นจุดเด่นของเครดิตบูโรที่บรรดาสมาชิกมองเห็นถึงคุณประโยชน์มากขึ้น โดยเฉพาะแนวโน้มของการอำนวยสินเชื่อที่มีความหลากหลายของผลิตภัณฑ์ และผู้ประกอบการที่จะเพิ่มปริมาณตามมาในอนาคต
2.ในส่วนของผู้เป็นเจ้าของข้อมูลเครดิตที่ต้องการรู้ถึงสถานะทางการเงินของตนเอง ขณะที่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้ดำเนินการอย่างแข็งขันและมีส่วนสำคัญในการสร้างความตระหนักรู้และชี้ให้เห็นความสำคัญ ก็คือ เครดิตบูโร
3.ในภาวะที่หนี้ครัวเรือนไต่ระดับขึ้นมาจนถึง 10.2 ล้านล้านบาท และแม้สำนักพยากรณ์เศรษฐกิจส่วนใหญ่สะท้อนข้อมูลตรงกันว่า อัตราการเร่งตัวของหนี้ครัวเรือนมีแนวโน้มชะลอตัว แต่ทั้งสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) หรือแม้กระทั่งศูนย์วิจัยกสิกรไทยคาดการณ์ว่าสิ้นปีนี้หนี้ครัวเรือนจะขยับอยู่ที่ 88-89% ซึ่งภาวะดังกล่าวส่งผลต่อระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะต่อการบริโภคที่แม้ว่าความเชื่อมั่นจะมีสัญญาณฟื้นตัวดี แต่ภาระหนี้ที่ต้องจ่ายในแต่ละเดือนที่ลูกหนี้ต้องแบกรับไม่ว่าจะเป็นค่าผ่อนบ้าน บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด สินเชื่อรถยนต์ สินเชื่อส่วนบุคคลและอื่นๆ ในกลุ่มคนผู้มีรายได้น้อย ปานกลาง ล้วนทำให้ไม่มีกำลังจะบริโภคในปัจจุบันและอนาคตอันใกล้
ในช่วงหนี้ครัวเรือนสูงที่ผ่านมา จึงเป็นโอกาสกับเครดิตบูโรในการทำหน้าที่ส่งสัญญาณเตือนภัย ซึ่งทิศทางถูกระบุชัดว่า “เครดิตบูโรจะไม่เป็นเพียงถังเก็บข้อมูล แต่เป็นสิ่งที่ต้องผลักดันตัวเอง รวมถึงสิ่งที่ต้องผลักดันร่วมกับสมาชิกและสิ่งที่ต้องผลักดันจากทางการทั้ง 3 เรื่อง ประกอบด้วย 1.ทำอย่างไรให้คนไทยเข้าใจเครดิตบูโรและนำประโยชน์จากข้อมูลเครดิตไปใช้ให้เกิดวินัยทางการเงิน 2.ประเทศไทยจะเข้าสู่ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี อย่างเป็นทางการปลายปีนี้ แล้วความร่วมมือระหว่างประเทศในเรื่องข้อมูลแบบนี้จะทำกันอย่างไร 3.การจัดการข้อมูลจำนวนมากให้เกิดประโยชน์ในเชิงของการบริหารความเสี่ยงในระดับประเทศจะทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดอย่างไรอีกได้บ้างภายใต้กฎหมายข้อจำกัดในเวลานี้” และท้ายสุดการทำความเข้าใจกับผู้คนนั้นเป็นโจทย์ที่ยาก เพราะไม่มีทางอื่นนอกจากออกไปคุยให้ชัดๆ แบบเจอหน้ากันตรงๆ “เหตุคนไทยไม่ค่อยอ่านหนังสือจึงเป็นหน้าที่ในการออกไปพูดคุย บอกเล่า ทั้งลงพื้นที่ หรือบรรยาย รวมถึงการเขียนบทความสื่อสาร เป็นเคพีไอ เป็นเรื่องที่บอร์ดอยากให้ผู้บริหารเครดิตบูโรรับไปดำเนินการอย่างเข้มแข็งและเข้มข้น”
จากบทบาทบริหารและภาพที่เห็นในอดีตว่า
1.ภาพลักษณ์ติดลบ
2.ความสัมพันธ์ของเครดิตบูโรกับสังคมมีน้อย
3.ประชาชนยังไม่เห็นประโยชน์ของการใช้ข้อมูลเครดิตไปสร้างวินัยทางการเงินกับตัวเอง ขณะที่ระบบการรายงานข้อมูลยังไม่สมบูรณ์
จึงมาสู่การพัฒนาอย่างที่เห็นในวันนี้ การปรับปรุงและตั้งเป้าจะมีการสื่อสารแทนที่จะนั่งยอมรับคำตำหนิ โดยออกสู่แสงไฟทั้งไปบอกเล่าความจริง สื่อสารสร้างความเข้าใจและขอโทษในสิ่งที่ทำให้เกิดความเข้าใจผิด เดินสายพบผู้บริหารของสถาบันสมาชิกเพื่อแสดงเจตนารมณ์ในการเป็นหุ้นส่วนเพื่อแก้ปัญหา เพราะว่าเครดิตบูโรคือโครงสร้างพื้นฐานในระบบการเงินไทยด้านข้อมูลครับ
ในเรื่องความพอใจในการทำหน้าที่เตือนภัยนั้น เครดิตบูโร ตอนนี้น่าจะทำได้แล้ว 60% เห็นได้จากทีมข้อมูลสนับสนุนมีการประสานข้อมูลกับหน่วยงานเศรษฐกิจทั้ง ธปท. สศช. หรือสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง เพื่อติดตามภาวะหนี้ทุกไตรมาส อย่าง สศช.จะขอข้อมูลเป็นระยะขึ้นอยู่กับข้อมูลที่สนใจภายใต้นโยบายและมาตรฐานการรักษาความลับ ความปลอดภัยตามมาตรฐานสากล ISO27001 เวอร์ชั่น 2013 ซึ่งเป็นเวอร์ชั่นล่าสุดเท่าที่มีอยู่ครับ







