
ชาติชายมุ่งปั้นออมสินยุคใหม่
ชาติชาย มอบนโยบายผู้จัดการสาขา ขยับรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่ม ออกผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ดึงดูดลูกค้า
ชาติชาย มอบนโยบายผู้จัดการสาขา ขยับรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่ม ออกผลิตภัณฑ์การเงินใหม่ดึงดูดลูกค้า
นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ได้มอบนโยบายให้กับที่ประชุมพนักงานระดับผู้จัดการสาขาของธนาคารทั่วประเทศกว่า 1,700 คน เมื่อวันที่ 2 มี.ค.ที่ผ่านมา โดยผู้อำนวยการธนาคารออมสินประกาศนโยบายเป็น “ธนาคารออมสินยุคใหม่ GSB New Era”
นายชาติชาย เปิดเผยว่า ธนาคารออมสินยุคใหม่ “GSB New Era” จะเน้นในเรื่องการทำให้บริการแบบใหม่ ออกผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ที่จะช่วยสร้างกำไรให้ธนาคาร ซึ่งในปีที่ผ่านมาธนาคารออมสินสามารถทำกำไรได้กว่า 2.43 หมื่นล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายที่ตั้งไว้ที่ 1.9 หมื่นล้านบาท และในปี 2558 ตั้งเป้าหมายกำไรสุทธิไว้ 2.1 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ หากเทียบธนาคารที่ขนาดใหญ่ใกล้เคียงกันจะสามารถทำกำไรได้ปีละ 4-5 หมื่นล้านบาท จึงเห็นว่าธนาคารออมสินที่มีความได้เปรียบกว่าในหลายด้าน น่าจะมีโอกาสที่จะเพิ่มอัตราการทำกำไรได้มากกว่านี้
นอกจากนี้ ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ยังได้กล่าวถึงเรื่องการหารายได้จากค่าธรรมเนียม ที่ตั้งเป้าหมายเพิ่มเป็น 6,000 ล้านบาทในปี 2558 เพิ่มขึ้น 35% จากปีก่อนที่มีรายได้ค่าธรรมเนียมสุทธิอยู่ที่ 4,008 ล้านบาท รายได้ค่าธรรมเนียมส่วนใหญ่มาจากค่าธรรมเนียมเงินกู้ และค่าธรรมเนียมจากธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์บาท โดยจะทำเรื่องการเพิ่มการบริการและการอำนวยความสะดวกให้ประชาชน
“ธนาคารออมสินจะเป็น Transactional Banking ผ่านช่องทางที่หลากหลาย ทันสมัย และครอบคลุมทุกพื้นที่ และจะเพิ่มผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ทั้งด้านสินเชื่อและเงินฝาก รวมถึงจะนำผลิตภัณฑ์เก่ามาทำใหม่ให้ตอบสนองความต้องการพฤติกรรมลูกค้าประชาชนในทุกกลุ่มมากขึ้น ทั้งนโยบายแบงก์กิ้ง บัตรอิเล็กทรอนิกส์ ทั้งบัตรเดบิต บัตรกดเงินสด และบัตรเครดิต” นายชาติชาย กล่าว
นายชาติชาย ยังได้เทียบรายได้ค่าธรรมเนียมที่มาจากการปล่อยสินเชื่อของธนาคารออมสิน อยู่ที่ 0.25% ของวงเงินสินเชื่อที่ได้รับอนุมัติ ขณะที่ธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่คิดค่าธรรมเนียมอนุมัติสินเชื่ออยู่ที่ 1-2% ซึ่งภาพรวมรายได้และค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์ขนาดใหญ่ เช่น ธนาคารกสิกรไทยอยู่ที่ 40% ธนาคารไทยพาณิชย์อยู่ที่ 50% แต่ของธนาคารออมสินอยู่ที่ 7-8%
สำหรับธุรกิจบัตรเดบิตที่มีฐานลูกค้าอยู่กว่า 6 ล้านใบ ที่ผ่านมาลูกค้าไม่นิยมใช้บัตรเดบิตของธนาคาร ก็ต้องปลุกกระแสเพื่อสร้างค่านิยมให้คนทำงานหรือคนที่ถือบัตรต้องมีการใช้จ่ายผ่านบัตร เพื่อจะมีรายได้ค่าธรรมเนียมเพิ่มขึ้น







