
สมาร์ทโฟนติดไวรัส
โดย...เมาท์ คลองเตย
โดย...เมาท์ คลองเตย
โทรศัพท์มือถือในปัจจุบันได้ถูกพัฒนาให้กลายเป็นเครื่องคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก สามารถใช้งานได้ทุกที่ตลอดเวลา ทำให้คนใช้ได้รับความสะดวกสบายอย่างมาก
ฉะนั้น เมื่อเครื่องไม้เครื่องมือเป็นใจขนาดนี้ ธนาคารพาณิชย์หลายแห่งจึงได้พัฒนาระบบโฟน แบงก์กิ้ง (Phone Banking) เพื่อให้บริการธนาคารทางอินเทอร์เน็ตผ่านโทรศัพท์มือถือ
ดังนั้น เมื่อทำธุรกรรมการเงินทางโทรศัพท์ได้ สมาร์ทโฟนของเราก็ตกเป็นเป้าหมายการโจมตีของแฮ็กเกอร์ทั้งหลายได้เหมือนกัน ซึ่งวิธีการโจมตีสมาร์ทโฟนของเราก็คือปล่อยไวรัสตัวร้ายเหมือนที่ปล่อยมัลแวร์ไปฝังในสมาร์ทโฟนของเรา และฟิชชิ่งเข้าไปทำอันตรายต่อเครื่องได้ง่าย
อย่าคิดว่าสมาร์ทโฟนของเราจะปลอดภัย ลองมาดูเคสที่เกิดขึ้นกับโทรศัพท์มือถือในอเมริกา ได้มีการพบแฮ็กเกอร์พยายามฝังไวรัสลงในเกม 3D Anti-Terrorist และ PDA Poker Art เวอร์ชั่นสำหรับเล่นบนสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบปฏิบัติการวินโดวส์โมบาย (Windows Mobile) ทำให้ผู้ใช้ชาวอเมริกันต้องพบกับภาวะค่าโทรออกต่างประเทศบานปลายหลายร้อยล้านเหรียญ
ไวรัสตัวนี้จะทำให้โทรศัพท์โทรออกไปยังประเทศโซมาเลีย อิตาลี และประเทศอื่นๆ แบบอัตโนมัติ โดยในช่วงแรกผู้ใช้งานโทรศัพท์จะไม่มีทางทราบว่าโทรศัพท์ของตนติดไวรัสจนกว่าจะได้รับใบแจ้งหนี้ค่าโทรศัพท์ ซึ่งจะพบว่าค่าโทรสูงขึ้นโดยที่เราไม่ได้ใช้งาน
ปัจจุบัน แฮ็กเกอร์ทั้งหลายเริ่มหันมามุ่งสร้างความเสียหายให้กับสมาร์ทโฟน ซึ่งไม่ใช่แค่เพียงวินโดวส์โฟนเท่านั้น แต่ยังรวมไปถึงไอโฟน หรือระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์อีกด้วย
ทางไมโครซอฟท์แนะนำลูกค้าให้เปิดใช้ไฟร์วอล อัพเดทซอฟต์แวร์สม่ำเสมอรวมถึงติดตั้งโปรแกรมแอนตี้ไวรัสและสปายแวร์บนโทรศัพท์มือถืออีกด้วย
ในประเทศไทย อาจจะพบแฮ็กเกอร์จัดการกับสมาร์ทโฟนน้อยกว่าในต่างประเทศ แต่ก็ไม่อาจจะประมาทได้ เพราะหากสมาร์ทโฟนเป็นเหมือนคอมพิวเตอร์เล็กๆ และใช้เชื่อมต่อกับอินเทอร์เน็ตได้ ก็ยังมีความเสี่ยงในเรื่องของความปลอดภัยจากเจ้าไวรัสและสปายแวร์ต่างๆ อยู่
โดยหลักการแล้ว เราควรจะกันไว้ดีกว่าแก้ เพราะแย่แล้วจะแก้ไม่ทัน พรุ่งนี้ยายเมาท์จะมาว่าต่อในเรื่องนี้ให้จบว่า วิธีป้องกันไม่ให้ไวรัสติดสมาร์ทโฟนจะต้องทำอย่างไรบ้าง







