posttoday
อย่าลืมรถเมล์

อย่าลืมรถเมล์

02 มีนาคม 2558

รัฐบาลกำลังมุ่งให้ความสนับสนุนการพัฒนาขนส่งทางรางขนานใหญ่ ซึ่งผมและประชาชนก็สนับสนุนเต็มที่

โดย...ศ.ดร.สุชัชวีร์ สุวรรณสวัสดิ์

รัฐบาลกำลังมุ่งให้ความสนับสนุนการพัฒนาขนส่งทางรางขนานใหญ่ ซึ่งผมและประชาชนก็สนับสนุนเต็มที่ เพราะถึงเวลาแล้วที่จะต้องพัฒนาและจะต้องยกระดับขนส่งมวลชนทางรางเสียที แต่การทุ่มทุนและการให้ความสำคัญกับการสร้างระบบรางแต่อย่างเดียว อาจทำให้เราลืมขนส่งมวลชนอีกส่วนหนึ่ง ซึ่งมีความสำคัญมากไม่แพ้เรื่องรถไฟ โดยเฉพาะสำหรับคนกรุงเทพฯ นั่นก็คือ “รถเมล์”

เชื่อหรือไม่ว่า ปัจจุบันคนกรุงเทพฯ เดินทางโดยรถเมล์มากถึง 33% มากกว่าการขนส่งทางด้านอื่น ทั้งทางรถยนต์ ทางรถไฟ และทางเรือ แต่ดูเหมือนว่า “รถเมล์” ถูกละเลย ภาพลักษณ์ก็ย่ำแย่ การให้บริการและความปลอดภัยก็ยังไม่ได้มาตรฐาน

คุณภาพของรถทั้งที่เป็นของ ขสมก. และรถเมล์ รถตู้ ที่เป็นของเอกชนร่วมบริการ ก็มีสภาพทั้งเก่า ทั้งปล่อยควันพิษ การขับรถก็หวาดเสียว ผู้โดยสารยังต้องอึดอัด จำทนนั่งอัดกันเป็นปลากระป๋อง เป็นอย่างนี้
ทุกวัน ไม่เคยเห็นการพัฒนาเสียที

ขสมก. องค์กรที่มีภารกิจดูแลการเดินทางของคนกรุงเทพฯ มากกว่ารัฐวิสาหกิจอื่น กลับต้องอยู่ในภาวะหมดอาลัยตายอยาก ไร้การดูแล ไร้การเยียวยา รัฐบาลและประชาชนไม่ให้ความน่าเชื่อถือ ผมว่าเราคิดผิด หากเรายังมัวแต่เสียเวลาบ่น ขสมก. เราต้องคิดใหม่ว่า ขสมก. คือองค์กรที่ให้บริการชาวบ้าน ผู้มีรายได้น้อยในกรุงเทพฯ ขสมก.ควรถูกมองว่าเป็นสายใยหลักที่รัฐต้องเอาใจใส่มากกว่านี้ เพื่อแสดงความห่วงใยสู่พี่น้องประชาชน

ปัจจุบัน ขสมก. มีหนี้สินประมาณ 9 หมื่นล้านบาท เป็นเจ้าของรถเมล์ (เก่าๆ) 3,000 กว่าคัน ขณะที่ต้องคอยกำกับดูแลรถร่วม รถตู้ ของเอกชนกว่า 1.2 หมื่นคัน ซึ่งมักจะสร้างปัญหาอยู่เสมอ มองดูแล้วเป็นองค์กรสำคัญที่น่าเป็นห่วง รัฐจะปล่อยให้ ขสมก. อยู่ในสภาพแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป

หากรัฐจะลงทุนกับระบบรางเป็นแสนๆ ล้านบาท ก็ควรจะเหลียวกลับมามองสภาพความเป็นจริงของกรุงเทพฯ ด้วยว่า คนอีกจำนวนมากยังต้องพึ่งรถเมล์ ดังนั้น การเสริมพลัง ขสมก. จึงมีความจำเป็นที่จะต้องทำ และทำทันที ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความชัดเจนขององค์กรในปัจจุบันและแผนสำหรับอนาคต

การจัดซื้อรถเมล์ทั้งรถร้อนและรถเย็น 3,000 กว่าคัน ที่รอกันมาเป็นสิบปี ก็ยังไม่สำเร็จ กรณีนี้หากทำให้โปร่งใส ก็จะนำความเชื่อมั่นกลับสู่ทั้ง ขสมก. และรัฐบาล นอกจากนี้ประเด็นเรื่องของรถตู้ รถร่วมบริการ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการวิ่งเต้นขอเส้นทางที่ซ้ำซ้อนกับ ขสมก. เรื่องรถเถื่อน รถที่ปล่อยแต่มลพิษ รวมทั้งความชัดเจนเรื่องความรับผิดชอบทั้งทางแพ่งและทางอาญาหากเกิดอุบัติเหตุ ซึ่งที่ผ่านมาพบว่ากว่าผู้เสียหายจะได้รับการเยียวยาต้องใช้เวลาร่วมสิบปี

อีกทั้งการใช้เทคโนโลยีการระบุตำแหน่งของรถเมล์ และการบอกเวลาที่รถจะมาถึง สามารถแสดงได้ที่จุดรอหรือป้ายรถเมล์ ไม่ใช่เป็นเรื่องยากอีกต่อไป เพราะ GPS ราคาก็ไม่แพง และยังทำงานร่วมกับระบบจราจรอื่นได้ คนไทยก็พัฒนาเองได้ ไม่ต้องไปพึ่งต่างชาติ ควรรีบนำมาใช้เพื่อยกระดับการให้บริการ คนรอรถเมล์จะได้ไม่ต้องรอแบบไร้ความหวังเสียที

การกวดขันรถเมล์ควันดำ ก็เป็นเรื่องไฟไหม้ฟางมาทุกยุคทุกสมัย ไม่เคยทำจริงจัง คนกรุงเทพฯ ก็ต้องอยู่กับมลพิษกันไป มองดูทุกปัญหาแล้ว ขสมก.ทำคนเดียวไม่มีทางสำเร็จ เป็นโอกาสของรัฐบาลยุคปฏิรูปที่ควรบูรณาการแก้ปัญหาและปรับปรุงการให้บริการรถเมล์ทั้งระบบเสียที

หากยังไม่ให้ความสำคัญ ชีวิตคนจนกรุงเทพฯ ก็คงต้องทนอยู่อย่างน่าสงสารต่อไปครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน