
ไอแบงก์ทรุดหนี้เน่าพุ่งไม่หยุด
กระทรวงการคลังกุมขมับ ฐานะไอแบงก์มีหนี้ตกชั้นเพิ่ม แต่ควบรวมไม่ได้ เล็งหาผู้ร่วมทุนในปี 2560
กระทรวงการคลังกุมขมับ ฐานะไอแบงก์มีหนี้ตกชั้นเพิ่ม แต่ควบรวมไม่ได้ เล็งหาผู้ร่วมทุนในปี 2560
รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของธนาคารอิสลามแห่งประเทศไทย (ไอแบงก์) ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2558 ว่า ยอดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (เอ็นพีแอล) ของไอแบงก์ ณ สิ้นเดือน ม.ค. 2558 เพิ่มขึ้นจากสิ้นปี 2557 ที่ 4.78 หมื่นล้านบาท มาอยู่ที่ 5 หมื่นล้านบาท หรือ 46.24% ของสินเชื่อคงค้างที่ 1.08 แสนล้านบาท เนื่องจากมีลูกหนี้ปกติตกชั้นเพิ่มขึ้นถึงกว่า 2,200 ล้านบาท
ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่เป็นเอ็นพีแอล แบ่งเป็นหนี้ชั้นต่ำกว่ามาตรฐาน ค้างชำระตั้งแต่ 3 เดือน แต่ไม่เกิน6 เดือน กว่า 1.29 หมื่นล้านบาท หนี้ชั้นสงสัย ค้างชำระตั้งแต่ 6 เดือน แต่ไม่เกิน 12 เดือน 8,430 ล้านบาท และหนี้ชั้นสงสัยจะสูญ ค้างชำระตั้งแต่ 12 เดือนขึ้นไป ถึง 2.87 หมื่นล้านบาท ซึ่งในหนี้เอ็นพีแอลทั้งหมด 5 หมื่นล้านบาทนี้ มีการตั้งสำรองเผื่อหนี้สงสัยจะสูญแล้วประมาณ 2.67 หมื่นล้านบาท
สำหรับลูกหนี้ปกติมีอยู่ 5.8 หมื่นล้านบาท เป็นลูกหนี้ชั้นปกติค้างชำระไม่เกิน 1 เดือน 4.1 หมื่นล้านบาท และลูกหนี้ที่ค้างชำระตั้ง 1 เดือน แต่ไม่ถึง 3 เดือน 1.7 หมื่นล้านบาท โดยมีการตั้งสำรอง 251 ล้านบาท
แหล่งข่าวจากกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ฐานะทางการเงินของไอแบงก์น่าเป็นห่วง เพราะมีหนี้ตกชั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้หนี้เอ็นพีแอลมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงยังพบการทุจริตภายในองค์กรมากกว่าธนาคารพัฒนาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมแห่งประเทศไทย (เอสเอ็มอีแบงก์) สะท้อนให้เห็นว่าการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูกิจการที่ผ่านมา ยังไม่มีความคืบหน้าตามที่ได้เสนอไว้
อย่างไรก็ตาม แม้ไอแบงก์จะมีหนี้เอ็นพีแอลเพิ่มขึ้นมาก แต่คณะกรรมการนโยบายและกำกับดูแลรัฐวิสาหกิจ (คนร.) หรือซูเปอร์บอร์ด ก็ยังไม่ได้พิจารณาถึงแนวทางการยุบหรือควบรวมสถาบันการเงินแต่อย่างใด เนื่องจากเล็งเห็นถึงความอ่อนไหวทางศาสนา และยังต้องการรอดูผลการดำเนินงานตามแผนฟื้นฟูของไอแบงก์ในสิ้นเดือน มี.ค.นี้ก่อน โดยหนึ่งในแผนฟื้นฟูคือ การแก้หนี้เอ็นพีแอลให้ลดลง และหาพันธมิตรเข้าร่วมลงทุนให้ได้ภายในปี 2560 โดยในขณะนี้มีสถาบันการเงินอิสลามจากกลุ่มประเทศมุสลิมและจากตะวันออกกลาง ทั้งมาเลเซียและอิหร่าน แสดงความสนใจเข้ามาถือหุ้นร่วมทุนไอแบงก์
ก่อนหน้านี้ นายชัยวัฒน์ อุทัยวรรณ์ ประธานบอร์ดไอแบงก์ กล่าวว่า ภายในไตรมาสแรกจะแก้หนี้ได้ 1.03 หมื่นล้านบาท และดึงเงินสำรองกลับมาเป็นรายได้ 5,200 ล้านบาท โดยทั้งปีจะแก้หนี้ได้ 2 หมื่นล้านบาท และดึงสำรองกลับมาเป็นรายได้ราว 1 หมื่นล้านบาท







