
เงินบาทกลับมาแข็งค่า แต่จะยาวนานหรือไม่
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์
โดย...ณัฏฐริยา วิทยธนเศรษฐ์
สายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย คาดว่าค่าเงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบระหว่าง 32.25-32.50 ในสัปดาห์นี้ ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนกรอบครั้งแรกหลังเงินบาทวิ่งในกรอบ 32.50-32.80 มาเป็นเวลา 1 เดือน ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม คือ การจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐ ซึ่งอาจทำให้เงินเหรียญสหรัฐกลับมาแข็งค่าขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากคำกล่าวของ เจเน็ต เยลเลน ต่อสภาคองเกรสและบันทึกการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในสัปดาห์ที่แล้ว สะท้อนมุมมองว่าการฟื้นตัวของตลาดแรงงานเป็นไปอย่างแข็งแกร่ง
อย่างไรก็ตาม เฟดยังมีความกังวลอยู่บ้างจากเงินเฟ้อที่ชะลอลงมา จึงยังไม่สามารถขึ้นดอกเบี้ยได้จนกว่าจะแน่ใจว่าเงินเฟ้อมีแนวโน้มจะกลับไปอยู่ในกรอบ 2% จึงทำให้นักลงทุนปรับคาดการณ์การขึ้นดอกเบี้ยออกไปเป็นเดือน ธ.ค. จากเดิมที่คาดว่าจะขึ้นในเดือน มิ.ย. ดังนั้นในระยะต่อไป ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐ โดยเฉพาะเงินเฟ้อและอัตราการจ้างงานจะเป็นตัวขับเคลื่อนสำคัญที่สุดของตลาดค่าเงินและเป็นเครื่องชี้ว่าเงินบาทจะสามารถแข็งค่าอยู่ได้นานแค่ไหน
นอกจากนี้ จะมีการประกาศตัวเลขเงินเฟ้อของไทยประจำเดือน ก.พ.ในวันจันทร์นี้ ซึ่งนักวิเคราะห์ส่วนใหญ่คาดว่าจะหดตัว 0.5% เมื่อเทียบกับปีก่อน หลังจากที่หดตัว 0.4% ในเดือน ม.ค. หากเงินเฟ้อต่ำกว่าที่คาดอาจทำให้นักลงทุนเข้าซื้อพันธบัตรไทยมากขึ้น เพื่อเก็งกำไรว่าธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะลดดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 11 มี.ค.นี้ ซึ่งจะกดดันให้เงินบาทแข็งค่าขึ้นอีก อย่างไรก็ตามปัจจัยทางเทคนิค อาทิ ดัชนี Relative Strength Index ได้ส่งสัญญาณ Oversold เงินเหรียญสหรัฐแล้ว ดังนั้นเราจึงอาจเห็นค่าเงินบาทแข็งค่าต่อไปยาก ขณะที่เงินปอนด์และเงินยูโรอาจเคลื่อนไหวผันผวนมากขึ้น เนื่องจากจะมีการประชุมของธนาคารกลางอังกฤษและธนาคารกลางยุโรป รวมทั้งตัวเลขเศรษฐกิจที่สำคัญหลายตัว เช่น ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อของภาคบริการ จีดีพีและอัตราเงินเฟ้อของยุโรป
เงินบาทแข็งค่าขึ้นอย่างรวดเร็วแตะระดับ 32.30 ในวันพฤหัสบดีที่แล้ว ถือเป็นการแข็งค่าขึ้นมากที่สุดนับตั้งแต่เดือน ก.ค.ปีก่อน เนื่องจากคำกล่าวของประธานเฟด สะท้อนว่าการขึ้นดอกเบี้ยจะยังไม่เกิดขึ้นในเร็วๆ นี้ จึงทำให้กองทุนต่างประเทศเทขายเงินเหรียญสหรัฐในปริมาณมาก จนกดดันให้เงินบาทหลุดแนวรับสำคัญที่ 32.50 ลงมา และทำให้นักลงทุนอื่นๆ ต้องเทขายเงินเหรียญสหรัฐเพื่อลดการขาดทุนจากการเก็งกำไร
อย่างไรก็ตาม เมื่อเงินบาทแข็งค่าขึ้นมา ได้เปิดจังหวะให้ผู้นำเข้าได้เข้ามาซื้อเงินเหรียญสหรัฐเพื่อนำไปชำระค่าสินค้าในช่วงปลายเดือนพอดี จึงเป็นแรงต้านไม่ให้เงินบาทแข็งค่าต่อ ประกอบกับการที่ตัวเลขส่งออกของไทยย่ำแย่ ทำให้นักลงทุนกลับมาคาดการณ์ว่า ธปท.อาจลดดอกเบี้ยอีกครั้ง โดยสัปดาห์ที่แล้วนักลงทุนต่างชาติเข้าซื้อพันธบัตรกว่า 1.78 หมื่นล้านบาท แต่ขายหุ้นไทยออกไปกว่า 9,520 ล้านบาท ส่งผลให้อัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลลดลงมาทุกช่วงอายุ ส่วนอัตราผลตอบแทนของหุ้นกู้ตลาดรองลดลงเช่นกัน เนื่องจากอัตราผลตอบแทนที่สูงขึ้นเริ่มดึงดูดให้นักลงทุนอยากเข้ามาลงทุนอีกครั้ง ประกอบกับสภาพคล่องในระบบที่ยังล้นอยู่ โดยเทรนด์การซื้อพันธบัตรกลับมาชัดเจนขึ้นในการประมูลพันธบัตรรัฐบาลรุ่นอายุ 6.83 ปี ที่มีความต้องการเข้าซื้อกว่า 2 เท่าของปริมาณพันธบัตรที่ออกจำหน่าย ทำให้อัตราผลตอบแทนของทั้งตลาดพันธบัตรและหุ้นกู้ต่างลดลงอย่างรวดเร็ว







