posttoday
หุ้นไทยภาคเช้า2มี.คปิดลบ3.53จุด

หุ้นไทยภาคเช้า2มี.คปิดลบ3.53จุด

02 มีนาคม 2558

ตลาดหุ้นไทย 2 มี.ค. ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,583.48 จุด ลดลง 3.53 จุด มูลค่าการซื้อขาย 28,956 ล้านบาท

ตลาดหุ้นไทย 2 มี.ค. ปิดตลาดภาคเช้าที่ระดับ 1,583.48 จุด ลดลง 3.53 จุด  มูลค่าการซื้อขาย 28,956 ล้านบาท   

ตลาดหุ้นวันที่ 2 มี.ค. เปิดตลาดดัชนีหุ้นไทยปรับตัวลดลง และมาปิดตลาดที่ระดับ 1,583.48 จุด ลดลง 3.53 จุด หรือ 0.22% มูลค่าการซื้อขาย 28,956 ล้านบาท

5 อันดับหุ้นที่มีการซื้อขายสูงสุด
1.TRUE ปิดที่  14.50 บาท ลดลง 0.10 บาท หรือ 0.68% มูลค่าการซื้อขาย 2,230 ล้านบาท
2.JAS ปิดที่ 8.95 บาท เพิ่มขึ้น 0.10 บาท หรือ 1.13% มูลค่าการซื้อขาย 1,338 ล้านบาท
3.SUPER ปิดที่ 24.30 บาท เพิ่มขึ้น 0.60 บาท หรือ 2.53% มูลค่าการซื้อขาย 998 ล้านบาท
4.SAMCO ปิดที่  ปิดที่ 8 บาท เพิ่มขึ้น 1.40 บาท หรือ 21.21% มูลค่าการซื้อขาย 731 ล้านบาท
5.SCN ปิดที่ 12.50 บาท เพิ่มขึ้น 0.70 บาท หรือ 5.93% มูลค่าการซื้อขาย 667 ล้านบาท

นักวิเคราะห์ระบุว่า ตลาดหุ้นส่วนใหญ่ในภูมิภาคนี้ ปรับตัวบวก ตอบรับข่าวกรณีประเทศจีนประกาศลดดอกเบี้ย แต่ดัชนีหุ้นไทยกลับปรับตัวลดลง น่าจะเป็นเพราะกังวลเรื่องการเติบโต โดยเฉพาะผลประกอบการไตรมาส 4 ของปี 2557 ที่ออกมา ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ภาพรวมกำไรของทั้งปี 2557 ปรับตัวลดลงมากจากปี 2557

บล.เคจีไอ นโยบายผ่อนคลายทั่วโลกที่ชัดเจนขึ้น เมื่อวันเสาร์จีนลดดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝาก 0.25% สู่ 5.35% และ 2.50% ตามลำดับ เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดหุ้น แต่ปัจจัยภายในยังไม่เด่น ตัวเลขเศรษฐกิจเดือน ม.ค. ที่ผ่านมา ยังฟื้นช้าและกำไรบริษัทจดทะเบียน ปี 57 ที่หดตัว ซึ่งตามตัวเลขคาดการณ์ของฝ่ายวิจัย คาดกำไรรวมปี 2557 จะลดลง 17.4% ทำให้ค่าพีอีหุ้นไทยสูงขึ้น และภาพรวมดัชนีหุ้นไทยแกว่งตัว โดยให้เน้นเลือกหุ้นขนาดกลาง

บล.บัวหลวง ประเมินดัชนีหุ้นจะแกว่งตัวในกรอบแนวรับ 1,580 จุด และแนวต้านระดับ 1,600 จุด โดยมีปัจจัยลบเรื่องโอกาสการขึ้นของดัชนีหุ้นไทยมีจำกัดจากไม่มีการปรับเพิ่มคาดการณ์กำไรหุ้นตัวใหญ่   

ด้านฝ่ายวิจัยบล.เอเซีย พลัส ได้รวบรวมข้อมูลผลประกอบการไตรมาส 4 ของปี 2557  มีบริษัทรายงานผลประกอบการแล้วราวกว่า 440 บริษัท หรือคิดเป็น 75% ของจำนวนบริษัทจดทะเบียนทั้งหมด ซึ่งจากตัวเลขที่ปรากฎออกมาพบว่าต่ำกว่าความคาดหมายค่อนข้างมาก และเมื่อประเมินโดยภาพรวมคาดว่าเมื่อประกาศตัวเลขครบทั้งหมดกำไรสุทธิของบริษัทจดทะเบียนในงวดไตรมาส 4 ของปี 2557 น่าจะอยู่ที่ประมาณ 8.5 หมื่นล้านบาท ลดลงถึง 47% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า

ส่วนผลประกอบการงวดปี 2557 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิประมาณ 7 แสนล้านบาท ลดลง 16.3% ซึ่งถือเป็นฐานกำไรต่ำกว่าความคาดหมายเมื่อเทียบกับประมาณการเดิมทั้งปี 2557 ของฝ่ายวิจัยที่คาดว่ากำไรจะลดลงเพียง 2.9% หากพิจารณาเป็นรายกลุ่ม พบว่า กลุ่มอุตสาหกรรมที่กำไรสุทธิลดลงมากที่สุดได้แก่ พลังงาน และปิโตรเคมี

สำหรับประมาณการงวดปี 2558 ฝ่ายวิจัยได้ปรับเพิ่มจากประมาณการเดิม 3.5% หรือ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนหนึ่งเกิดจากจำนวนบริษัทจดทะเบียนที่เพิ่มขึ้นทำให้ฐานกำไรใหม่อยู่ที่ 9.55 แสนล้านบาท แต่เมื่อคำนวนออกมาเป็นกำไรต่อหุ้น (EPS) พบว่าอยู่ที่ 101.92 บาท/หุ้น ลดลงจากประมาณการเดิมซึ่งอยู่ที่ 103.65 บาท แต่ถือว่ายังมีการเติบโต 33.6% โดยกลุ่มที่มีการเติบโตกำไรสูงสุดในปี 2558 ได้แก่ กลุ่มขนส่ง 175% ตามด้วยพลังงาน 118% ปิโตรเคมี 95% สื่อ-บันเทิง 35%, ประกัน 34%  ชิ้นส่วน 30%  ไอซีที 25%  ค้าปลีก 23% อาหาร 22% และยานยนต์ 22% เป็นต้น         

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน