posttoday
ปลดล็อกลูกจ้าง

ปลดล็อกลูกจ้าง

27 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...เนติ บริการ

โดย...เนติ บริการ

มติคณะรัฐมนตรี (ครม.) พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา เมื่อวันที่ 24 ก.พ. 2558 ถือว่าเป็นเรื่องใหญ่สำหรับมนุษย์เงินเดือน เพราะเป็นการช่วยให้พนักงานมีเงินสะสมในบั้นปลายชีวิตมากขึ้น คล่องตัวขึ้น

ที่ประชุม ครม.มีมติเห็นชอบร่างแก้ไข พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อแก้ไขกฎหมายฉบับเก่าที่ใช้มาตั้งแต่ปี 2530 ให้คล่องตัวมากขึ้น และขจัดปัญหาอุปสรรค เพื่อให้ลูกจ้างสามารถออมเงินได้อย่างเพียงพอที่จะใช้ในยามชราภาพได้

กฎหมายเดิมกำหนดให้นายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนในอัตราที่ไม่ต่ำกว่าเงินสะสมที่ลูกจ้างจ่ายเข้ากองทุน ซึ่งเป็นอุปสรรคทำให้ลูกจ้างไม่สามารถออมเงินสะสมเพิ่มขึ้นได้ หากนายจ้างไม่ประสงค์จะจ่ายเงินสมทบเพิ่มขึ้น ดังนั้น จึงได้แก้ไขกฎหมายให้ลูกจ้างสามารถจ่ายเงินสะสมในอัตราที่สูงกว่านายจ้างจ่ายเงินสมทบเข้ากองทุนได้ เพื่อให้ลูกจ้างที่ต้องการออมเงินมากขึ้น สามารถจ่ายเพิ่มเข้ากองทุนได้ โดยที่นายจ้างไม่ต้องจ่ายเข้ากองทุนเพิ่มในอัตราที่เท่ากัน

นอกจากนี้ พ.ร.บ.กองทุนสำรองเลี้ยงชีพฉบับเดิมไม่ได้มีบทบัญญัติให้ลูกจ้างและนายจ้าง หยุดหรือเลื่อนส่งเงินเข้ากองทุนได้ ในกรณีที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หรือสาธารณภัย หรือเหตุการณ์ใดๆ ที่ร้ายแรง ที่มีผลให้ลูกจ้างไม่สามารถจ่ายเงินสะสม หรือนายจ้างไม่สามารถส่งเงินสมทบ ส่งผลให้ลูกจ้างต้องลาออกจากกองทุน ขณะที่นายจ้างบางรายขอยกเลิกกองทุนไปเลย เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว กฎหมายใหม่จึงให้ รมว.คลัง มีอำนาจอนุมัติให้ลูกจ้างหรือนายจ้างหยุดหรือเลื่อนการส่งเงินเข้ากองทุนได้ และเมื่อมีกำลังที่จะจ่ายสามารถจ่ายต่อได้เลยโดยที่ไม่ขาดสมาชิกภาพ

ขณะเดียวกัน ลูกจ้างที่มีอายุไม่น้อยกว่า 55 ปี ที่ลาออกจากงาน เดิมถือว่าสิ้นสมาชิกภาพจะต้องนำเงินออกจากกองทุนทั้งหมดในคราวเดียวกัน แต่กฎหมายฉบับใหม่กำหนดให้สามารถแสดงเจตนาขอรับเงินออกจากกองทุนเป็นงวดได้

นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มบทบัญญัติเกี่ยวกับการโอนเงินกองทุนสำรองเลี้ยงชีพไปยังกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพหรือกองทุนเพื่อการชราภาพอื่น แม้ว่าจะมีการยกเลิกกองทุนที่ลูกจ้างเป็นสมาชิกอยู่ หรือการถูกให้ออกจากงาน

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน