
2สมาคมสื่อชงรัฐบาล ปฏิรูปสื่อสัปดาห์หน้า
โพสต์ทูเดย์
— 2 สมาคมสื่อ เตรียมชงปฏิรูปสื่อสัปดาห์หน้า จี้ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน “องอาจ” ย้ำ ให้สื่อปฏิรูปตัวเอง หนุนแง่กฎหมายนายวีระศักดิ์ พงศ์อักษร เลขาธิการสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ช่วง 2 วันที่ผ่านมา องค์กรวิชาชีพด้านข่าว แบ่งเป็นสมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ และสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ได้ประชุมหารือกับสมาชิกเกี่ยวกับการยกระดับวิชาชีพสื่อ สืบเนื่องจากสถานการณ์วิกฤตทางการเมืองที่ผ่านมา ซึ่งองค์กรวิชาชีพได้ตระหนักถึงปัญหา และดำเนินการมาก่อนที่รัฐบาลจะมีนโยบายเรื่องการปฏิรูปสื่อ
ทั้งสองสมาคมจะรวบรวมข้อสรุปเพื่อนำเสนอต่อสาธารณะและรัฐบาลในสัปดาห์หน้า โดยจะเชิญนายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีมาร่วมรับฟัง ซึ่งในส่วนของสื่อสิ่งพิมพ์จะตั้งคณะทำงานขึ้นมายกร่างเพื่อยกระดับวิชาชีพสื่อสิ่งพิมพ์ เช่น ข้อกำหนดในการควบคุมกันเอง การเชื่อมโยงกับหน่วยงานรัฐที่เกี่ยวข้อง ข้อกำหนดในการดำเนินการข้ามสื่อ เป็นต้น
“
สมาคมสิ่งพิมพ์ไม่มีปัญหาเรื่องเสรีภาพในการทำหน้าที่ แต่จะยกระดับให้ดีขึ้น เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เปลี่ยนไป การทำหน้าที่สื่อยุคใหม่ ควรเป็นอย่างไร ขณะที่สื่อวิทยุโทรทัศน์ ยังมีปัญหาเรื่องเสรีภาพ รวมทั้งการเกิดขึ้นของสื่อใหม่ ๆ จะทำอย่างไร” นายวีระศักดิ์กล่าวนายวสันต์ ภัยหลีกลี้ ประธานสภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย กล่าวว่า ในส่วนของสื่อวิทยุโทรทัศน์ มีข้อเสนอระยะสั้น คือ การยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน ซึ่งกระทบกับการทำงานของสื่อ ยุติการคุกคามและแทรกแซงสื่อ รวมทั้งนิยามความหมายของสื่อทุกประเภทให้ชัดเจน ข้อเรียกร้องระยะกลาง การเร่งรัดกลไกการบังคับใช้กฎหมาย เช่น กทช. การผลักดันกฎหมายคุ้มครองสื่อ และกฎหมายจัดสรรคลื่นความถี่
สำหรับข้อเรียกร้องระยะยาว คือการมีองค์กรกำกับดูแลกันเองของสื่อที่มีประสิทธิภาพ (ไม่เป็นเสือกระดาษและการปฏิรูปสื่อภาครัฐ เช่น ช่อง 11 เป็นต้น นอกจากนี้มีข้อเรียกร้องต่อภาคสังคมและประชาชน ให้เปิดรับสื่ออย่างหลากหลายและใช้วิจารณญาณ ตรวจสอบการทำงานของสื่อและรวมกันจัดตั้งองค์กรคุ้มครองผู้บริโภคด้านสื่อ เป็นต้น
นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า เรื่องการปฏิรูปสื่อ ตามแผนปรองดองของรัฐบาลนั้น ไม่ใช่รัฐบาลจะเข้าไปปฏิรูปสื่ออย่างที่เข้าใจ แต่เป็นการให้สื่อปฏิรูปตัวเอง ด้วยองค์กรต่างๆ ที่เกี่ยวข้องเช่น องค์กรวิชาชีพ วิชาการ ภาคประชาสังคม เอ็นจีโอ และหากมีส่วนใดที่เกี่ยวข้องกับรัฐบาล เช่น การออกกฎหมาย ก็จะเข้าไปช่วยผลักดัน หรือแก้กฎหมายใดที่จะเอื้อต่อสิทธิ เสรีภาพ การทำหน้าที่ของสื่อสารมวลชนมากขึ้น
“
สิ่งที่รัฐบาลจะสนับสนุนให้เกิดขึ้น คือการมีสื่อที่มีอิสระ เสรีภาพอย่างแท้จริงตามรัฐธรรมนูญ โดยที่รัฐบาลและนักการเมืองไม่เข้าไปเกี่ยวข้องกับสื่อ แต่มีองค์อิสระมาดูแล บริหารจัดการแทน โดยการเร่งผลักดันพรบ.กสทช.ให้ออกมาบังคับใช้โดยเร็ว” นายองอาจกล่าวสำหรับพรบ.กสทช. ขณะนี้ถูกส่งกลับมาที่สภาผู้แทนราษฎร เนื่องจากมีความเห็นต่างกันระหว่างสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งต้องตั้งคณะกรรมาธิการร่วมขึ้นมาพิจารณา คาดว่าจะใช้เวลา 2 เดือนดำเนินการให้แล้วเสร็จ จากนั้นอีกไม่เกิน 6 เดือนคาดว่าจะมีการจัดตั้งองค์กรอิสระมาทำหน้าที่ต่อไป เพราะต้องคำนึงถึงความเหมาะสมด้วย







