posttoday
ราคาตราสารหนี้อายุ 5 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลง

ราคาตราสารหนี้อายุ 5 ปีขึ้นไป ปรับตัวลดลง

24 กุมภาพันธ์ 2558

การซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (16-20 ก.พ. 2558) มีมูลค่ารวม 349,761 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 69,952 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 5.22%

การซื้อขายตราสารหนี้ในสัปดาห์นี้ (16-20 ก.พ. 2558) มีมูลค่ารวม 349,761 ล้านบาท หรือเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณวันละ 69,952 ล้านบาท ปรับตัวลดลงจากสัปดาห์ก่อนหน้าประมาณ 5.22%

ทั้งนี้ เมื่อแยกตามประเภทของตราสารหนี้แล้วจะพบว่ากว่า 60% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด หรือประมาณ 210,196 ล้านบาท เป็นการซื้อขายในตราสารหนี้ที่ออกโดยธนาคารแห่งประเทศไทย (State Agency Bond) ซึ่งส่วนใหญ่แล้วเป็นตราสารหนี้ที่มีอายุคงเหลือค่อนข้างน้อย (ไม่เกิน 6 เดือน) ขณะที่พันธบัตรรัฐบาลที่ออกโดยกระทรวงการคลัง (Government Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 87,566 ล้านบาท และหุ้นกู้ที่ออกโดยภาคเอกชน (Corporate Bond) มีมูลค่าการซื้อขายเท่ากับ 11,835 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25% และ 3% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมดที่เกิดขึ้น ตามลำดับ

สำหรับพันธบัตรรัฐบาล ที่มีปริมาณการซื้อขายสูงที่สุด 3 อันดับแรกคือ รุ่น LB196A (อายุ 3.9 ปี) LB176A (อายุ 3.3 ปี) และ LB21DA (อายุ 3.7 ปี) โดยมีมูลค่าการซื้อขายในแต่ละรุ่นเท่ากับ 19,695 ล้านบาท 18,343 ล้านบาท และ 16,126 ล้านบาท ตามลำดับ

ขณะที่หุ้นกู้ภาคเอกชน ได้แก่ หุ้นกู้มีประกันของบริษัท โตโยต้า ลีสซิ่ง (ประเทศไทย) รุ่น TLT198B (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 1,713 ล้านบาท หุ้นกู้ของบริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท รุ่น PS185A (A) มูลค่าการซื้อขาย 880 ล้านบาท และหุ้นกู้ของบริษัท ปตท. สำรวจและผลิตปิโตรเลียม รุ่น PTTEP196A (AAA) มูลค่าการซื้อขาย 649 ล้านบาท


ราคา (Price) ของพันธบัตรรัฐบาลปรับตัวลดลงในตราสารหนี้อายุ 5 ปีขึ้นไป หรือผู้ซื้อจะได้ผลตอบแทน (Yield) เพิ่มขึ้น ประมาณ 0.03-0.14% หากเข้าซื้อพันธบัตรในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา

ทั้งนี้ จากความวิตกกังวลถึงปัญหาหนี้ของกรีซ นักลงทุนจับตาการเจรจาปัญหาหนี้ระหว่างรัฐบาลกรีซกับคณะกรรมการยุโรป ซึ่งล่าสุดทางการกรีซได้ยื่นหนังสืออย่างเป็นทางการต่อสหภาพยุโรป (EU) เพื่อขอขยายระยะเวลาของเงินกู้ในข้อตกลงความช่วยเหลือจาก EU และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกไปอีก 6 เดือน จากเดิมที่มีกำหนดสิ้นสุดลงในวันที่ 28 ก.พ. ด้านปัจจัยภายในประเทศ สภาพัฒน์รายงาน GDP ไตรมาส 4/2557 เติบโตที่ 2.3% yoy ใกล้เคียงกับที่ตลาดคาดไว้ที่เติบโต 2.4% ส่งผลให้ GDP Growth ปี 2557 ขยายตัว 0.7% โดยสภาพัฒน์ยังคงคาดการณ์เศรษฐกิจปี 2558 จะขยายตัวในระดับ 3.5-4.5% จากปัจจัยหนุนคือการฟื้นตัวของภาคส่งออกตามแนวโน้มเศรษฐกิจโลก การลงทุนของภาคเอกชน ตามการเร่งรัดเบิกจ่ายงบประมาณ รวมไปถึงการเร่งลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ

นอกจากนี้ การประมูลพันธบัตรระยะสั้น (อายุน้อยกว่า 1 ปี) ทั้งตั๋วเงินคลังและพันธบัตร ธปท.ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ได้รับความสนใจจากนักลงทุน ด้วยความต้องการประมูลในจำนวนที่สูงกว่าปริมาณพันธบัตรที่ออกขาย (ค่า Bid Coverage Ratio : BCR) ประมาณ 1.31-2.8 เท่า

ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา (16-20 ก.พ. 2558) มีเม็ดเงินต่างชาติไหลออกจากตราสารหนี้รวมสุทธิ 625 ล้านบาท โดยเงินไหลเข้าในตราสารหนี้ระยะยาว (อายุคงเหลือมากกว่า 1 ปี) ประมาณ 5,143 ล้านบาท ขณะที่ไหลออกจากตราสารหนี้ระยะสั้น (อายุน้อยกว่า 1 ปี) ประมาณ 5,768 ล้านบาท

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน