
ห่วงโซ่ผลิต ยานยนต์อาเซียน (1)
โดย...สดุดี วงศ์เกียรติขจร
โดย...สดุดี วงศ์เกียรติขจร
อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทย ถือเป็นหนึ่งในภาคอุตสาหกรรมที่มีศักยภาพแข่งขันมาช้านาน ด้วยการเป็นฐานการผลิตของบริษัทผลิตรถยนต์รายใหญ่ของโลก มีระบบการผลิตที่ครบวงจร รวมถึงการจัดจำหน่าย ภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมอุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน โดยเฉพาะสิทธิพิเศษในการลงทุนจากคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน ช่วยดึงดูดเงินลงทุนจากบริษัทต่างชาติได้อย่างต่อเนื่อง
จากสถิติของสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย พบว่ายอดผลิตรถยนต์ในปี 2556 มีทั้งสิ้น 2,457,086 คัน สูงสุดในรอบ 52 ปี ส่งผลให้ไทยเป็นผู้ผลิตรถยนต์ใน 10 อันดับแรกของโลก เพิ่มขึ้นจากปี 2555 ร้อยละ 0.14 ขณะที่ยอดขายรถยนต์ในประเทศในปี 2556 มีประมาณ 1.33 ล้านคัน และยอดส่งออกประมาณ 1.1 ล้านคัน โดยรถยนต์ที่ไทยผลิตได้มากที่สุด ได้แก่ รถยนต์ปิกอัพ 1 ตัน และอนุพันธ์ และรถยนต์นั่ง ขณะที่รถยนต์นั่งที่มีการผลิตเพื่อการส่งออกมากที่สุด ประกอบด้วย รถยนต์ประหยัดพลังงานมาตรฐานสากล รถยนต์นั่งที่มีขนาดเครื่อง 1,201-1,500 และ 1,501-1,800 ซีซี ขณะที่ส่วนประกอบเครื่องยนต์และยางรถเป็นรายการสินค้าที่มีมูลค่าการส่งออกสูงเช่นกัน โดยตลาดการส่งออกสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนที่สำคัญของประเทศไทย ได้แก่ ออสเตรเลีย อินโดนีเซีย ญี่ปุ่น มาเลเซีย และสหรัฐ ตามลำดับ
อย่างไรก็ตาม การรวมตัวกันเป็นประชาคมอาเซียนอย่างเต็มรูปแบบที่กำลังเกิดขึ้น ถึงแม้จะนำไปสู่การขยายตัวของตลาดในภูมิภาค เนื่องจากความต้องการรถยนต์ยังอยู่ในระดับสูง ไม่ว่าจะเป็นรถยนต์นั่งขนาดเล็ก หรือรถยนต์ประหยัดพลังงาน (Eco-Car) แต่ก็ส่งผลให้เกิดภาวะการแข่งขันของอุตสาหกรรมนี้สูงขึ้นด้วยเช่นกัน โดยเฉพาะจากคู่แข่งรายสำคัญในภูมิภาคที่เคยเป็นคู่ค้ากับไทยมาก่อน เช่น อินโดนีเซีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย ดังนั้น อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วนของไทยจะต้องแสวงหาแนวทางและกำหนดกลยุทธ์ที่ชัดเจนในการยกระดับประสิทธิภาพและลดต้นทุนการผลิต รวมถึงสร้างหุ้นส่วนและพันธมิตรทางธุรกิจ (Business Partnerships & Alliances) ภายในภูมิภาคที่มีความเข้มแข็ง เพื่อส่งเสริมการพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมให้มีความยั่งยืนในระยะยาว โดยจะกล่าวถึงรายละเอียดในครั้งต่อไป







