posttoday
‘เอก สุวัฒนพิมพ์’ เชื่อวิจัย-พัฒนาช่วยบริษัทโตยั่งยืน

‘เอก สุวัฒนพิมพ์’ เชื่อวิจัย-พัฒนาช่วยบริษัทโตยั่งยืน

18 กุมภาพันธ์ 2558

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง 

โดย...บงกชรัตน์ สร้อยทอง 

บริษัท ซีลิค คอร์พ ผู้ผลิต พัฒนา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์กาวอุตสาหกรรมและเคมีภัณฑ์ อยู่ระหว่างเตรียมตัวยื่นไฟลิ่งเพื่อเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ ปี 2559 โดยมีบริษัท แอสเซท โปร แมเนจเม้นท์ (APM) เป็นที่ปรึกษาทางการเงิน

“เอก สุวัฒนพิมพ์” กรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีลิค คอร์พ เล่าว่า จุดเริ่มต้นของบริษัทเกิดจากที่คุณปู่ทำธุรกิจกล่องกระดาษมาก่อนตั้งแต่เมื่อ 30-40 ปีที่ผ่านมา ปู่มองว่าอุตสาหกรรมที่กำลังจะบูมในประเทศไทย น่าจะเป็นพวกอุตสาหกรรมรองเท้าหรืออุตสาหกรรมสิ่งทอ จึงไปดูเทคโนโลยีที่ญี่ปุ่น ทำให้รู้จักและได้นำเข้ากาวโซลเว้นท์เข้ามา เพราะเห็นว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญในการผลิตสินค้าหลายประเภท แต่สุดท้ายก็มาโฟกัสกาวโซลเว้นท์เฉพาะเกี่ยวกับรองเท้า หรือเกี่ยวกับสิ่งทอเท่านั้น

เมื่อ “เอก” เรียนจบมาทางด้านเศรษฐศาสตร์การบริหารจัดการที่ประเทศอังกฤษ ได้มาช่วยงานที่บ้านและเริ่มดูโปรเจกต์เรื่อง ISO เรื่องแรก จากนั้นกลับไปฝึกงานบริษัทสัญชาติสวีเดนที่รับจ้างทำเว็บไซต์ เพราะมองว่าเรื่องเทคโนโลยีเป็นเรื่องสนุก และน่าจะมีความสำคัญในการช่วยขยายงานบริษัทได้ในอนาคต

ช่วงนั้นแรกๆ ตลาดหลักคือในประเทศไทย มีส่งไปต่างประเทศบ้าง 2-3 แห่ง เขาเริ่มเห็นโอกาสน่าจะขยายไปตลาดต่างประเทศและเชิญบุคลากรที่เก่งด้านต่างประเทศเข้ามาทำงานด้วยกัน จนสามารถเพิ่มการเติบโตของยอดขายปีละ 1 เท่าตัวในทุกๆ ปี

แต่จุดเปลี่ยนที่สำคัญของบริษัท คือ ปี 2548-2549 โชคดีไปเจอสินค้าใหม่คือ กาวเม็ดที่ใช้ในอุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ต่างๆ  ทำให้บริษัทเริ่มศึกษาจริงจังกับประเภทของกาวแต่ละชนิดมากขึ้น และลองผิดลองถูกจนสามารถผลิตกาวได้ในแบบฉบับของตัวเอง อีกทั้งรองรับการผลิตกาวตามความต้องการของลูกค้าแต่ละราย นั่นเพราะบริษัทให้ความสำคัญต่อการทำวิจัยและพัฒนา (R&D) เนื่องจากมองว่าจะเป็นตัวขับเคลื่อนให้บริษัทเจริญเติบโตได้อย่างยั่งยืน

“ปัญหาอุตสาหกรรมไทยที่แพ้บริษัทข้ามชาติที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทย คือ ไม่มีการพัฒนาสูตรหรือสร้างแล็บเพื่อวิจัยและพัฒนาเป็นสูตรของตัวเอง พอได้โนฮาวต่างประเทศก็จะอิงกับสิ่งนั้นและไม่พัฒนาเป็นของตัวเอง แต่ซีลิคฯ จะไม่ซื้อสูตรมาแล้วนิ่งเฉย เพราะไม่อยากให้บริษัทย่ำอยู่กับที่”

ทัั้งนี้ การเข้าตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ จึงเป็นอีกเป้าหมายหนึ่ง เพราะต้องการนำเงินไปสร้างโรงงานใหม่ในเอเชีย สร้างศูนย์วิจัยและพัฒนา เพิ่มอัตรากำไรสุทธิจากปัจจุบันอยู่ที่ 3-5% โดยตั้งเป้าเพิ่มเป็น 7-10% ภายในปี 2560 และซื้อกิจการในต่างประเทศ เนื่องจากบริษัทตั้งเป้าหมายไว้จะเป็นบริษัทกาวที่มีการวิจัยและพัฒนาอันดับต้นกลุ่มอาเซียน ที่ใช้ระบบไอทีเป็นกลยุทธ์หลักในการขยายงานอนาคตและใช้แข่งขันกับบริษัทคู่แข่งที่ส่วนใหญ่เป็นบริษัทข้ามชาติ

“เอก” มีหลักในการทำงาน คือ การให้ความสำคัญกับทีมงานและบุคลากรที่ต้องมีความรัก ความสามัคคี และสร้างทีมเวิร์กแก่พนักงาน เพราะถ้าไม่มีเขา บริษัทก็ไม่เติบโตเหมือนปัจจุบันนี้

ข่าวล่าสุด

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท

ทรู-ดีแทค เปิดจอง iPhone Duo 16 ต.ค. ลดสูงสุด 28,800 บาท