
อีคอมเมิร์ซแย่งเค้กค้าปลีก
หอการค้าเผยอีคอมเมิร์ซ-ร้านสะดวกซื้อมาแรงชิงเค้กค้าปลีก 7 ล้านล้านบาท หวั่นเปิดเออีซีกระทบโชห่วย
หอการค้าเผยอีคอมเมิร์ซ-ร้านสะดวกซื้อมาแรงชิงเค้กค้าปลีก 7 ล้านล้านบาท หวั่นเปิดเออีซีกระทบโชห่วย
นายอัทธ์ พิศาลวานิช คณบดีคณะเศรษฐศาสตร์และผู้อำนวยการศูนย์ศึกษาการค้าระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยว่า ในอีก 5 ปีข้างหน้า (ปี 2563) คาดว่าธุรกิจขายปลีกรวมของไทย จะมีมูลค่า 6.84 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้น 7% จากปีนี้ที่มีมูลค่ารวมอยู่ที่ 4.9 ล้านล้านบาท โดยค้าปลีกสมัยใหม่อย่างอีคอมเมิร์ซจะขยายตัวเพิ่มขึ้นทั้งในด้านมูลค่าและสัดส่วนเช่นเดียวกับธุรกิจร้านสะดวกซื้อ
“มองว่าเทรนด์อีก 5 ปีข้างหน้าธุรกิจอีคอมเมิร์ซจะมีมูลค่าเพิ่มขึ้นแตะระดับ 2 แสนล้านบาท จากปัจจุบันมีมูลค่า 3.92 หมื่นล้านบาท หรือมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นจาก 0.8% เป็น 2.9% ในปี 2563 ส่วนธุรกิจร้านสะดวกซื้อมูลค่าจะขึ้นไปอยู่ที่ 1.53 ล้านล้านบาท จากปีนี้ที่มีมูลค่าอยู่ที่ 4.41 แสนล้านบาท และมีสัดส่วนเพิ่มจาก 9% เป็น 22.4%” นายอัทธ์ กล่าว
ทั้งนี้ แนวโน้มธุรกิจค้าปลีกจะแข่งขันกันมากขึ้น แต่ในส่วนของค้าปลีกดั้งเดิมเชื่อว่ายังอยู่ได้ แต่อาจจะเสียส่วนแบ่งการตลาดให้กับธุรกิจอีคอมเมิร์ซและร้านสะดวกซื้อที่คาดว่าจะขยายตัวประมาณ 20-25%
นายสมชาย พรรัตนเจริญ นายกสมาคมการค้าส่ง-ปลีกไทย กล่าวว่า หลังเข้าสู่การเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) อย่างเต็มรูปแบบ เป็นห่วงว่าจะทำให้มีทุนค้าปลีกค้าส่งจากต่างประเทศเข้ามาลงทุนในไทยมากขึ้นและยิ่งเป็นแรงกดดันให้ค้าปลีกขนาดเล็ก (โชห่วย) ต้องเผชิญกับการแข่งขันที่สูงขึ้นจนไม่สามารถอยู่รอดได้ หลังจากที่โชห่วยถูกค้าปลีกขนาดใหญ่ในประเทศมาเป็นคู่แข่งขันอย่างรุนแรงก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าโชห่วยจะสามารถปรับตัวได้โดยต้องเริ่มจากการรู้จักตัวเองว่าต้องการที่จะเดินหน้าทำธุรกิจต่อไปหรือไม่ จากนั้นต้องเริ่มมองหาโอกาสการปรับตัวทางธุรกิจให้เข้ากับยุคสมัยและความต้องการของตลาด ซึ่งอยากให้ภาครัฐให้การสนับสนุน







