posttoday
ญี่ปุ่นคงเครดิตไทยเท่าเดิม

ญี่ปุ่นคงเครดิตไทยเท่าเดิม

18 กุมภาพันธ์ 2558

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศญี่ปุ่น คงเครดิตประเทศไทย เนื่องจากการเมืองมีเสถียรภาพ และแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง

สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือประเทศญี่ปุ่น คงเครดิตประเทศไทย เนื่องจากการเมืองมีเสถียรภาพ และแผนการกระตุ้นเศรษฐกิจต่อเนื่อง

สำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) กระทรวงการคลัง ได้รายงานว่า บริษัท R&I สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือจากประเทศญี่ปุ่น ได้ยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาลไทยสกุลเงินต่างประเทศ (Foreign Currency Issuer Rating) ที่ระดับ BBB+ และสกุลเงินบาท (Domestic Currency Issuer ที่ระดับ  A-  และคงสถานะมุมมองความน่าเชื่อถือของประเทศไทยเป็นลบ (Negative Outlook) นอกจากนี้ ยังยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของหนี้รัฐบาลระยะสั้นสกุลเงินต่างประเทศที่ระดับ a-2

ทั้งนี้  R&I ให้เหตุผลว่า ระบบการเมืองของไทยได้เข้าสู่เสถียรภาพนับตั้งแต่กองทัพได้เข้ามาบริหารประเทศเมื่อเดือนพ.ค.  2557 ปัจจัยที่เอื้อต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจที่พิจารณาจากการรวมกลุ่มของภาคอุตสาหกรรม       การผลิตหลัก ซึ่งรวมทั้ง อุปกรณ์ไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์ และรถยนต์ ผ่านการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศนั้น R&I เห็นว่ายังไม่มีการเปลี่ยนแปลง ประกอบกับเศรษฐกิจไทยกำลังฟื้นตัวอย่างช้าๆ การบริหารการคลังอย่างระมัดระวังได้จำกัดความเสี่ยงที่ฐานะทางการคลังจะเกิดความถดถอยอย่างรุนแรง ทั้งนี้รัฐบาลกำลังดำเนินการปฏิรูปโครงสร้างภาษีเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและลดความเหลื่อมล้ำของรายได้                ไปพร้อมกับการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ของประเทศที่ล่าช้ากว่าแผนที่กำหนดไว้ ซึ่งเมื่อพิจารณาปัจจัยดังกล่าวข้างต้น R&I จึงยืนยันอันดับความน่าเชื่อถือของรัฐบาล

อย่างไรก็ตาม R&I ยังคงติดตามประเด็นเสถียรภาพทางการเมืองของรัฐบาลพลเรือนที่จะจัดตั้งในปี 2559 มาตรการที่รัฐบาลปัจจุบันดำเนินการเพื่อลดความเหลื่อมล้ำของรายได้และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศอาจไม่สามารถดำเนินการได้อย่างมีประสิทธิภาพในยุคของรัฐบาลพลเรือน ดังนั้น R&I จึงยังคงมุมมองความน่าเชื่อถือเป็นลบ และจะให้ความสนใจกับนโยบายเศรษฐกิจและการคลัง รวมทั้งแนวโน้มเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการติดตามผลของการปฏิรูปทางการเมืองที่จะนำไปสู่เสถียรภาพทางการเมืองได้หรือไม่

สำหรับการขยายตัวของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริงปี 2557 ลดลงต่ำกว่า 1% โดย R&I คาดว่า ในปี 2558 อุปสงค์ภายในประเทศจะฟื้นตัวดีขึ้นจากการเร่งเบิกจ่ายงบประมาณและการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลาย อย่างไรก็ดี ภาคการส่งออกยังคงชะลอตัว โดยรัฐบาลได้ประมาณการว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศที่แท้จริงจะขยายตัวที่ 3.9% ในปี 2558 ดุลการค้าที่ปรับตัวดีขึ้นน่าจะส่งผลให้ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุลในปี 2557 โดย R&I คาดว่า ประเทศไทยจะยังคงเกินดุลบัญชีเดินสะพัดได้    ในอนาคต สัดส่วนหนี้ต่างประเทศรวมต่อ GDP ยังคงอยู่ในระดับต่ำกว่า 40% และมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศมากกว่า 2 เท่าของหนี้ต่างประเทศระยะสั้น

ขณะเดียวกัน รัฐบาลจัดทำงบประมาณแบบขาดดุล 2.0% ของ GDP และ ณ สิ้นเดือนธ.ค.  2557 หนี้สาธารณะคงค้างอยู่ที่ 45.8% ของ GDP โดยกระทรวงการคลังประมาณการว่าระดับหนี้สาธารณะ ในอนาคตจะไม่เกิน 50% ของ GDP และ R&I ไม่กังวลในประเด็นหนี้สาธารณะต่อ GDP ที่อาจปรับสูงกว่า  50% ได้ หากเป็นผลมาจากการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน

อย่างไรก็ดี จากการที่รัฐบาลปัจจุบันได้เร่งรัด   การเบิกจ่ายงบประมาณเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณมีความรวดเร็วมากขึ้น ซึ่ง R&I       จะติดตามความสามารถในการเบิกจ่ายของรัฐบาลควบคู่ไปกับการควบคุมดุลการคลังให้เป็นไปตามแผนด้วย

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน