posttoday
ขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ

ขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำ

17 กุมภาพันธ์ 2558

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ครับ เข้าสู่เทศกาลตรุษจีนกันแล้ว ตรุษจีนก็คือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน สำหรับปีนี้วันตรุษจีนตรงกับวันที่ 19 ก.พ. เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะไปไหว้ขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งนอกจากคำอวยพรแล้ว ยังได้รับอั่งเปาติดกระเป๋ากลับบ้านด้วย ก็ขอให้ได้รับอั่งเปากันเยอะๆ นะครับ

ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ครับ เข้าสู่เทศกาลตรุษจีนกันแล้ว ตรุษจีนก็คือวันขึ้นปีใหม่ตามปฏิทินจีน สำหรับปีนี้วันตรุษจีนตรงกับวันที่ 19 ก.พ. เป็นวันที่ชาวไทยเชื้อสายจีนจะไปไหว้ขอพรจากผู้หลักผู้ใหญ่เพื่อความเป็นสิริมงคล ซึ่งนอกจากคำอวยพรแล้ว ยังได้รับอั่งเปาติดกระเป๋ากลับบ้านด้วย ก็ขอให้ได้รับอั่งเปากันเยอะๆ นะครับ

สำหรับสัปดาห์นี้ผมขอพูดถึงนโยบายขจัดความยากจน ลดความเหลื่อมล้ำในสังคมไทย อันถือเป็นนโยบายสำคัญของภาครัฐที่มีผลต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ โดยมีกลุ่มเป้าหมายคือ กลุ่มคนจน/ผู้มีรายได้น้อยและผู้ด้อยโอกาสในสังคม 

ถ้ามองอย่างปัจเจกแล้ว ปัญหาความยากจน (Pverty) และความเหลื่อมล้ำ (Inequity) ของรายได้ดูเหมือนจะเป็นปัญหาระดับครัวเรือน แต่ถ้ามองให้ลึกซึ้งแล้ว จะเห็นว่าเมื่อครัวเรือนไทยมีปัญหาดังกล่าวมากเข้าๆ ย่อมส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพทางเศรษฐกิจของประเทศ และกลายเป็นปัญหาในเชิงโครงสร้างที่ไม่สมดุล ซึ่งรัฐบาลของทุกยุคทุกสมัยต่างให้ความใส่ใจกับการแก้ปัญหาดังกล่าวอย่างต่อเนื่อง ทั้งในระดับปัจเจกชนและระดับบูรณาการ จึงได้มีการวางแนวทางในการแก้ไขปัญหาอย่างเป็นรูปธรรมหลายโครงการ ทั้งการลดค่าครองชีพ การพยุงราคาสินค้าภาคเกษตร การควบคุมราคาสินค้าอุปโภคบริโภค การปรับลดเพดานภาษี การออกมาตรการผ่อนปรนต่างๆ รวมถึงการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ ซึ่งล้วนมีผลต่อการเพิ่มโอกาสของคนจน/คนมีรายได้น้อย

มีข้อมูลสัดส่วนคนจนปี 2556 ของสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย ระบุว่า มีคนจนทั่วประเทศประมาณ 7.44 ล้านคน และเป็นผู้มีรายได้น้อยอีก 16.88 ล้านคน จากจำนวนประชากรทั้งประเทศ 68.3 ล้านคน (ข้อมูลของเนลสันมีเดียรีเสิร์ช ปี 2556) คำถามที่ตามมาคือ อะไรคือตัวแบ่งความเป็นคนจน 

คำตอบของคำถามนี้ต้องพิจารณาความยากจนในเชิงเศรษฐกิจ ซึ่งดูได้จากระดับรายได้หรือฐานะทางเศรษฐกิจของบุคคล โดยจะถือว่าบุคคลใดบุคคลหนึ่งเป็นคนจน เมื่อระดับรายได้หรือระดับการบริโภคของบุคคลนั้นๆ ต่ำกว่าระดับรายได้หรือระดับการบริโภคขั้นต่ำที่จะสามารถบริโภคสินค้าและบริการจำเป็นพื้นฐานได้ โดยเราเรียกระดับรายได้หรือระดับการบริโภคขั้นต่ำดังกล่าวว่า “เส้นความยากจน” ซึ่งมีสำนักงานสถิติแห่งชาติเป็นผู้คำนวณเส้นความยากจนทุกๆ 2 ปี โดยเริ่มคำนวณครั้งแรก พ.ศ. 2531  และล่าสุด พ.ศ. 2555 พบว่า เส้นความยากจนอยู่ที่ระดับรายได้ 2,500 บาท (รายได้/คน/เดือน) ส่วนคำว่าความเหลื่อมล้ำนั้น แปลความแบบเข้าใจง่ายๆ คือความไม่เท่าเทียมกัน ซึ่งมีหลายมิติทั้งในเชิงรายได้ ทรัพย์สิน การเข้าถึงบริการภาครัฐ อาทิ การศึกษา การสาธารณสุข และโอกาส

ทั้งความยากจนและความเหลื่อมล้ำต่างเป็นสาเหตุของปัญหาสังคมและเศรษฐกิจ  รัฐบาลจึงพยายามแก้ไขปัญหาทั้งสองส่วนนี้ไปพร้อมๆ กัน โดยให้น้ำหนักกับการลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการเข้าถึงบริการภาครัฐ และเพิ่มศักยภาพของคนในการประกอบอาชีพผ่านนโยบายและระบบบริหารจัดการที่มีประสิทธิภาพ เพราะคงเป็นไปไม่ได้ที่จะทำให้ทุกคนมีรายได้เท่ากันหมด  

ในส่วนของธนาคารออมสินเอง ก็มีโครงการที่ช่วยลดความเหลื่อมล้ำของโอกาสในการเข้าถึงบริการทางการเงินและตอบสนองต่อกลุ่มประชาชนฐานรากด้วยกันในขณะนี้ 4 โครงการ คือ สินเชื่อโครงการธนาคารประชาชน สินเชื่อประชาชนสุขใจเพื่อผู้ประกอบการรายย่อย สินเชื่อออมสู่ฝัน และสินเชื่อส่งเสริมสวัสดิภาพกลุ่มพนักงานโรงงาน/หน่วยงาน ซึ่งในเร็วๆ นี้จะมีการประกาศอย่างเป็นทางการ จึงขอเชิญผู้สนใจติดต่อได้ที่ธนาคารออมสินทุกสาขาครับ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน