posttoday
IFECตั้งเป้าใหญ่5ปี เป็นสถาบันพลังงาน

IFECตั้งเป้าใหญ่5ปี เป็นสถาบันพลังงาน

16 กุมภาพันธ์ 2558

ผู้ถือหุ้นใหม่และคณะผู้บริหารของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ (IFEC) ปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หันมามุ่งสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน ดันราคาหุ้นให้ปรับขึ้นมาตลอด และจนถึงขณะนี้นักลงทุนยังฝากความหวังไว้สูงมากๆ

ผู้ถือหุ้นใหม่และคณะผู้บริหารของบริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ (IFEC) ปรับเปลี่ยนโครงสร้างธุรกิจในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา หันมามุ่งสู่ธุรกิจพลังงานทดแทน ดันราคาหุ้นให้ปรับขึ้นมาตลอด และจนถึงขณะนี้นักลงทุนยังฝากความหวังไว้สูงมากๆ

“วิชัย ถาวรวัฒนยงค์” ผู้ถือหุ้นใหญ่และประธานกรรมการบริหาร บริษัท อินเตอร์ ฟาร์อีสท์ วิศวการ (IFEC) ให้สัมภาษณ์ว่า รู้สึกเครียดจากการที่ราคาหุ้น IFEC ตอนนี้ปรับขึ้นมาสูงมาก เพราะนักลงทุนให้ความคาดหวังสูงมาก แต่สิ่งที่ผมพยายามทำ คือ การทำงานให้หนักเพื่อทดแทนสิ่งที่ทำให้นักลงทุนเชื่อ พยายามทำตามแนวทางที่เคยสัญญาไว้กับตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และพูดไว้ตั้งแต่แรกหลังเข้ามาในเดือน พ.ค. 2556 ที่ราคาหุ้น IFEC ตอนนั้นอยู่ที่ประมาณ 4 บาท เพื่อปรับโครงสร้างเปลี่ยนธุรกิจจากธุรกิจขายและให้เช่าเครื่องถ่ายเอกสารมาสู่พลังงานทดแทน เริ่มจากการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์ และมาถึงไตรมาสแรกปี 2558 มีขนาด 30 เมกะวัตต์แล้ว โดยมีเป้าหมายว่าถึงสิ้นปีนี้จะมีทั้งหมด 252 เมกะวัตต์ ปีหน้าอีก 280 เมกะวัตต์ และปี 2560 มีจำนวน 350 เมกะวัตต์ ซึ่งน่าจะทำได้เกินเป้าหมายที่วางไว้

“นโยบายคือต้องการให้วินวินกับทุกฝ่าย ส่วนราคาหุ้นตลาดเป็นคนกำหนด เราทำงานเป็นทีม ผู้บริหารมีหน้าที่ส่งที่คาดหวังจากตลาดให้เป็นจริง โมเดลธุรกิจเราเป็นสีเขียวมั่นคง ช่วงแรกเริ่มเข้ามาใช้วิธีซื้อกิจการก่อนเพื่อหากระแสเงินสด ทำให้รับรู้กำไรได้เร็ว ช่วยให้บริษัทมีความมั่นคงสูงขึ้น เพราะช่วงแรกที่เข้ามานโยบายสัญญารับซื้อไฟฟ้า (PPA) ภาครัฐยังไม่ชัดเจน หลังจากนั้นทุกอย่างมีความชัดเจน เราพร้อมที่เข้ามาเป็นผู้เล่นเองได้”

สำหรับส่วนตัวผมและกลุ่มที่เข้ามาเป็นผู้ถือหุ้นใหม่บริหาร IFEC มีความสนใจธุรกิจพลังงานทดแทนมากในทุกรูปแบบอยู่แล้ว และมีบุคลากรที่มีความรู้ความชำนาญอยู่ในทีม ซึ่งการเข้ามาของกลุ่มเพราะพลังงานเป็นแนวโน้มของอนาคตที่ต้องเกิดขึ้น เข้ามามีส่วนช่วยเสริมให้พลังงานของประเทศมั่นคง รวมถึงโชคดีที่เป็นจังหวะที่รัฐบาลมีนโยบายสนับสนุน

ขณะเดียวกัน ก็สร้างชุมชุนเข้มแข็งเพื่อป้องกันการต่อต้านโครงการ เช่น โรงไฟฟ้าพลังลม  10 เมกะวัตต์ ที่ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ก็เก็บต้นไม้ไว้ทุกต้น มีทั้งหมด 12 ชนิด พร้อมปรับพื้นที่เป็นแลนด์มาร์ค ทำให้โครงการนี้เกิดขึ้นได้แน่นอนหลังจากลงพื้นที่ทดสอบทิศทางลมมานานถึง 2 ปีแล้ว และยังต้องเก็บตัวอย่างต่อเนื่อง เพราะลมเปลี่ยนทิศทุก 5-10 ปี นอกจากนั้นยังมีโครงการที่เกาะใหญ่ จ.สงขลา และบางลาง จ.ยะลา

ปัจจุบันบริษัทมีโครงการโรงไฟฟ้าโซลาร์เซลล์จากพลังงานความร้อนจากชีวมวลและการเผาขยะ และโรงไฟฟ้าพลังงานลม โดยนโยบายการทำงานของบริษัทจะเป็นแบบเชิงรุกหาโครงการลงทุนตลอด ซึ่งเป้าหมายภายใน 3 ปีข้างหน้า ต้องการจะมีพอร์ตขนาดโรงไฟฟ้ารวมประมาณ 1,000 เมกะวัตต์ ทั้งนี้บริษัทได้เตรียมความพร้อม หลังจากที่ใบอนุญาต (ไลเซนส์) โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์รอบที่ผ่านมาของผู้ที่ได้ไปทั้งหมดลงทุนทำโครงการจริงสัดส่วนประมาณ 10-20% เท่านั้น ซึ่งส่วนที่เหลือมีโอกาสถูกยกเลิกไลเซนส์เดิม โดยรัฐบาลจะเปิดการประมูลใหม่เป็นโอกาสของบริษัท

นโยบายการหาโครงการลงทุนของ IFEC ในทีมผู้บริหารทุกๆ ทีมจะหาโครงการรวมกัน จากนั้นจะพิจารณาความเป็นไปได้นำมาคัดเลือกเพื่อเข้าลงทุน ซึ่งมองหาโอกาสการลงทุนไปทั่วโลก ทุกทวีป ที่เคนยาเราก็ไปลงทุนจะเป็นพลังลม ขนาด 300 เมกะวัตต์ ซึ่งขณะนี้ที่จีนและกัมพูชาน่าสนใจมาก โมเดลธุรกิจในกัมพูชาสวยที่สุด บนพื้นฐานใช้ดีเซลค่าไฟแพงมากอยู่ระหว่าง 6-33 บาท/ยูนิต ในเมืองหลวงถูกกว่า

ส่วนที่ญี่ปุ่น คงจะยังไม่รีบเข้าไป เพราะนโยบายการเงินและการคลังกดดันให้เงินเยนอ่อนค่าลง จึงไม่คุ้มที่จะเข้าไปลงทุนในเร็วๆ นี้ ขณะเดียวกันก็มีการสร้างทีมและวิจัยหาเทคโนโลยีใหม่ๆ  ร่วมมือกับมหาวิทยาลัยนเรศวรและบางมดในการสร้างบุคลากร

ขณะที่เป้าหมายระยะยาว คือ สถาบันพลังงานของประเทศภายใน 5 ปี ที่มีระบบบริหารจัดการพลังงานทดแทนเป็นเจ้าพลังงานทดแทนในอาเซียน และผลิตบุคลากรให้ประเทศ โดยพอร์ตโรงไฟฟ้าพลังงานลมจะมีสัดส่วนเพิ่มเป็นประมาณ 60% เพราะได้ราคาขายไฟฟ้าที่ดี อีกทั้งมีแผนพัฒนาระบบเก็บสะสมพลังงาน(Storage) เพื่อให้สามารถจ่ายไฟฟ้าได้เพิ่มขึ้น สร้างผลตอบแทนที่ดีขึ้น

นักลงทุนคนใดที่ยังไม่มีหุ้น IFEC เห็นข้อมูลขนาดนี้น่าจะรอจังหวะราคาย่อ ซื้อเก็บไว้ลงทุนในระยะยาวไว้บ้างก็ได้นะ

ข่าวล่าสุด

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน

“ศุภณัฐ” แฉงบเยียวยาน้ำท่วม 5,290 ล้านใกล้หมด แต่ประชาชนอีก 1.7 ล้านรายยังไม่ได้เงิน