posttoday
รมว.คลัง แฉถูกแซะ

รมว.คลัง แฉถูกแซะ

14 กุมภาพันธ์ 2558

สัปดาห์นี้ แม้ นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปกระชับสัมพันธ์กับรัฐบาลญี่ปุ่นแต่มีแรงกระเพื่อมแบบคลื่นใต้น้ำทางการเมืองภายในรัฐบาลเกิดขึ้น

สัปดาห์นี้ แม้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเดินทางไปกระชับสัมพันธ์กับรัฐบาลญี่ปุ่น แต่ก็มีแรงกระเพื่อมแบบคลื่นใต้น้ำทางการเมืองภายในรัฐบาลเกิดขึ้น โดยมีการหยิบยกเอาประเด็นความล่าช้าของการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ โดยเฉพาะการเบิกจ่ายงบประมาณ ที่รัฐบาลคาดหวังจะให้มาเป็นหัวหอกกระตุ้นเศรษฐกิจแทนการส่งออกที่ออกอาการชะลอตัวตามเศรษฐกิจโลกในขณะนี้มาถล่มใส่ผู้รับผิดชอบ

งานนี้ สมหมาย ภาษี รมว.คลัง รับไปเต็มๆ เจอทั้งข่าวปล่อย เจอทั้งแรงกระแทกทางการเมืองอย่างหนัก จากการปฏิรูปโครงสร้างภาษีซึ่งเป็นนโยบายหลักของ พล.อ.ประยุทธ์ ที่ต้องการให้ลดความเหลื่อมล้ำของคนในชาติ ปิดช่องไม่ให้มีคนฉกฉวยเอาเรื่องชนชั้นจุดประเด็นให้เกิดความวุ่นวายทางการเมืองเหมือนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ที่มีการปลุกระดมว่าทรัพยากรของชาติมีไว้เพื่อคนรวย หรือกลุ่มอำมาตย์ และใช้คำเรียกกลุ่มรากหญ้าผู้มีรายได้น้อยว่าไพร่

ดังนั้นการออกกฎหมายเก็บภาษีมรดก และกฎหมายภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จึงถูกดำเนินการเป็นเรื่องเร่งด่วน และ รมว.คลัง ก็เสนอร่างกฎหมายภาษีมรดกเข้าสู่การพิจารณาของคณะรัฐมนตรี (ครม.) แล้ว และขณะนี้กฎหมายอยู่ในการพิจารณาวาระที่ 2 ของสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ส่วนร่างแก้ไข พ.ร.บ.ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง จะถูกเสนอเข้า ครม.ในสัปดาห์หน้า

การออกกฎหมายเก็บภาษีมรดกนั้น เกิดการคัดค้านอย่างหนักจากหลายฝ่าย โดยเฉพาะนักธุรกิจที่เห็นว่ากฎหมายนี้ไม่ได้ช่วยให้รัฐบาลเก็บภาษีได้มากเป็นกอบเป็นกำ ไม่ควรจะออกมาให้ยุ่งยากจะทำให้เศรษฐีแห่กันหลบเลี่ยงขนเงินออกไปต่างประเทศมากขึ้น ซึ่งเรื่องนี้สมหมายเห็นว่าไม่ได้หวังจะเก็บรายได้จากภาษีมรดกมากมาย แต่กฎหมายนี้จะเป็นสัญลักษณ์ของการลดความเหลื่อมล้ำ

ข่าวลือการเปลี่ยนตัว รมว.คลัง ดังกระหึ่มขึ้นเรื่อยๆ พร้อมมีการขุดคุ้ยพฤติกรรมที่ไม่งามของสมหมายขึ้นมาลือ ส่งไลน์ต่อๆ กันไป โดยไม่มีการตรวจสอบว่าจริงหรือไม่ เช่น เรื่องที่ รมว.คลัง นั่งเครื่องบินเช่าเหมาลำไปประชุมที่มาเลเซีย ไม่นั่งเครื่องบินการบินไทยถือว่าผิดระเบียบ เรื่องนี้สมหมายหัวเราะก่อนชี้แจงว่า ไม่เคยเช่าเหมาลำเครื่องบินไปไหนเลย แต่เมื่อวันที่ 6 ก.พ.ที่ผ่านมา ได้นั่งเครื่องบินส่วนตัวไปเปิดงานมันนี่ เอ็กซ์โป ที่พัทยา โดยขออาศัยเครื่องบินที่ธนาคารไทยพาณิชย์เช่าเหมาลำให้กับ วิชิต สุรพงษ์ชัย ประธานกรรมการบริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ ที่ไปงานเดียวกันโดยสาร

นอกจากนี้ ก็มีการปล่อยข่าวว่านายกรัฐมนตรีทาบทาม ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) มาเป็น รมว.คลัง คนใหม่ เป็นต้น

สมหมาย ระบุว่า รู้ตัวว่าขณะนี้มีคนคิดไม่ดี จ้องให้ร้าย และต้องการทำให้ออกไปจากตำแหน่ง เนื่องจากที่ผ่านมาได้ทำงานร่วมกับ พล.อ.ประยุทธ์ เพื่อแก้ไขการทุจริตคอร์รัปชั่น ทำให้มีคนที่ไม่พอใจหลายกลุ่ม

“ที่ผ่านมาผมบอกกับท่านนายกรัฐมนตรีตรงไปตรงมาว่าตรงไหนมีการทุจริตอย่างรุนแรง และต้องให้มีการเปลี่ยนตัวคนที่ทำไม่ดีออกไป ซึ่งรู้ว่าทำให้คนไม่พอใจ แต่ผมไม่คิดจะลาออก และยังมีเรื่องทุจริตที่ยังต้องแก้ไขร่วมกับรัฐบาลอีกมาก” สมหมาย ระบุ

รมว.คลัง ยืนยันว่า การทำงานของรัฐบาลที่มี ม.ร.ว.ปรีดิยาธร เทวกุล รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าทีมเศรษฐกิจ กับคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่มี สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ ที่ปรึกษา คสช. ไม่มีความขัดแย้งกัน เพราะทุกฝ่ายทำงานเพื่อประเทศ ที่ผ่านมาแบงก์รัฐที่ถูก คสช.เรียกไปพบเพื่อให้ออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ได้กลับมารายงานให้คลังรับทราบ ก็มีทั้งมาตรการที่เหมือนและต่างกัน และถือเป็นเรื่องดีที่ช่วยกันทำให้การแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจรวดเร็วขึ้น

แม้สมหมายจะยืนยันไม่มีความขัดแย้งระหว่างทีมเศรษฐกิจของรัฐบาลและทีมที่ปรึกษาเศรษฐกิจของ คสช. แต่การที่นายกฯ ตั้ง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯ และ รมว.กลาโหม ในฐานะรองหัวหน้า คสช. เป็นประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์ขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำและความยากจนซ้อนขึ้นมา มีอำนาจเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับงานเข้าไปหารือหรือสั่งการได้ เหมือนเป็นการทำงานที่ทับซ้อนกัน จุดนี้เป็นภาพของความขัดแย้งที่ชัดเจน

ขณะที่ทีมเศรษฐกิจกำลังกินเกาเหลากันอยู่นั้น ทาง คสช.เองก็สาละวนกับการเดินหน้าปฏิรูปประเทศตามโรดแมป โดยมีการประชุมแม่น้ำ 5 สาย ซึ่งประกอบด้วย คสช. ครม. สนช. และสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ปมใหญ่คือการสร้างดุลหลังประกาศใช้รัฐธรรมนูญใหม่ ซึ่ง คสช.ห่วงว่ารัฐบาลใหม่จะบิดพลิ้วไม่มีการปฏิรูปประเทศต่อเนื่องตามเจตนารมณ์ที่ได้วางไว้ จึงเสนอให้ทางคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญไปหาแนวทางตั้งองค์กรขึ้นมาติดตามให้การปฏิรูปประเทศเป็นไปตามรัฐธรรมนูญ

ในเบื้องต้นมีโมเดลในรูปแบบคณะมนตรีความมั่นคงและพัฒนาการเมือง โดยมีคณะกรรมการประมาณ 10 คน ประกอบด้วย จากผู้นำเหล่าทัพ 5 คน ซึ่งประกอบด้วยผู้นำ 3 เหล่าทัพ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด ตัวแทนจากพรรคฝ่ายค้าน 2 คน ซึ่งเลือกมาจากที่ประชุมอธิการบดีมหาวิทยาลัยต่างๆ คัดเลือกมา และมาจากการสรรหาของสมาชิกวุฒิสภา 2 คน โดยทำหน้าที่ติดตามให้รัฐบาลใหม่ต้องปฏิรูปประเทศตามที่รัฐธรรมนูญกำหนด

อย่างไรก็ตาม ในที่ประชุมลับของคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญล่าสุด ปรากฏว่ามีกรรมาธิการหลายคนยังไม่เห็นด้วยกับแนวทางดังกล่าว

ทั้งหมดนี้ต้องเกาะติดกันอย่ากะพริบ

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่