
ร้านค้าช่วยจับโจร
เมื่อวานนี้ยายเมาท์ได้จั่วหัวไว้ว่าร้านค้าก็ช่วยป้องกันความเสียหายของลูกค้าที่จะเกิดจากมิจฉาชีพในคราบลูกค้า ที่นำบัตรของผู้อื่นหรือบัตรที่ปลอมแปลงขึ้นมาใช้ในร้านค้าได้
เมื่อวานนี้ยายเมาท์ได้จั่วหัวไว้ว่าร้านค้าก็ช่วยป้องกันความเสียหายของลูกค้าที่จะเกิดจากมิจฉาชีพในคราบลูกค้า ที่นำบัตรของผู้อื่นหรือบัตรที่ปลอมแปลงขึ้นมาใช้ในร้านค้าได้
เรื่องนี้อาจต้องใช้ความช่างสังเกตของร้านค้าหากสงสัย ควรรีบโทรศัพท์ติดต่อธนาคารเพื่อตรวจสอบก่อนทำรายการชำระเงิน และในระหว่างทำการตรวจสอบนั้น แคชเชียร์ควรระมัดระวังกิริยาวาจาที่ปฏิบัติต่อลูกค้าให้ยังคงสุภาพและเหมาะสมอย่างคงเส้นคงวา
ยายเมาท์แอบไปถามฝ่ายบัตรเครดิตของธนาคารกรุงเทพมาได้ความว่า วิธีการสังเกตว่าผู้ที่กำลังจะชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเป็นมิจฉาชีพที่แฝงตัวมาในคราบของลูกค้าหรือไม่ ทางธนาคารแนะนำร้านค้าดังต่อไปนี้
1.ชื่อที่ปรากฏบนบัตรกับผู้ถือบัตรมีความสอดคล้องกันหรือไม่ ไม่ใช่ตัวเป็นผู้ชายแต่ชื่อบนบัตรเป็นชื่อเพศหญิง หรือเป็นชาวต่างชาติแต่บนบัตรเป็นชื่อคนไทย เป็นต้น
2.ลูกค้าแสดงพิรุธอะไรหรือไม่ หรือพยายามเบี่ยงเบนความสนใจของพนักงานจากบัตรหรือไม่
3.สังเกตลักษณะการซื้อสินค้าของลูกค้าดูผิดปกติวิสัยหรือไม่ เช่น ซื้อของชนิดเดียวกันมากผิดปกติ หรือซื้อโดยไม่ใส่ใจว่าของราคาเท่าไหร่
หากสังเกตตามที่แนะนำแล้ว สงสัยว่าบัตรที่ใช้เป็นบัตรปลอม แคชเชียร์หรือเจ้าของร้านค้าให้ลองตรวจสอบตามขั้นตอนต่อไปนี้
1.บัตรวีซ่าและบัตรมาสเตอร์การ์ดจะมีหมายเลข 4 หลักแรก พิมพ์ไว้บนบัตรบริเวณใต้หมายเลขบัตรที่ปั๊มนูน 4 ตัวเลข เลข 4 หลักที่พิมพ์กับที่ปั๊มนูนจะต้องเป็นเลขเดียวกัน
2.บัตรมาสเตอร์การ์ดต้องมีอักษร “MC” อยู่หลังเดือนปีที่บัตรจะหมดอายุ ส่วนบัตรวีซ่าต้องมีอักษร “V” อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน
3.หมายเลขบัตรที่ปั๊มนูนไม่ชัดเจนหรือไม่เสมอกันหรือไม่
4.ภาพสามมิติบนบัตรต้องขยับได้เมื่อขยับบัตร
5.ตรวจดูว่าหมายเลขบัตรที่ปั๊มนูนตรงกันกับหมายเลขบนสลิปที่พิมพ์ออกมาหรือไม่
นี่คือคำแนะนำที่ซื้อของในร้านค้า แต่หากไปซื้อของออนไลน์ก็มีวิธีการสังเกตอีกแบบหนึ่งที่แตกต่างกันไป อยากรู้ว่ามีวิธีสังเกตอย่างไร หากมิจฉาชีพนำบัตรเครดิตไปซื้อของออนไลน์ก็ต้องติดตามอ่านกันในวันพรุ่งนี้ค่ะ
(อ่านต่อวันพรุ่งนี้)







