
เช็กกำลังซื้อโค้งแรก ผ่านไทยแลนด์โมบายฯ
ท่ามกลางปัญหาความเชื่อมั่นด้านกำลังซื้อจากคนในประเทศ สินค้าไอทีกลับกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตไม่แพ้สินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ โดยคาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีสมาร์ทโฟนเข้ามาในตลาดมากถึง 10 ล้านเครื่อง ทำให้เจ้าของธุรกิจมือถือหลายรายต้องลุ้นกำลังซื้อของลูกค้าตั้งแต่ต้นปีว่า พร้อมซื้อสินค้ากลุ่มไอทีมากน้อยเพียงใด
ท่ามกลางปัญหาความเชื่อมั่นด้านกำลังซื้อจากคนในประเทศ สินค้าไอทีกลับกลายมาเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตไม่แพ้สินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆ โดยคาดการณ์ว่า ปีนี้จะมีสมาร์ทโฟนเข้ามาในตลาดมากถึง 10 ล้านเครื่อง ทำให้เจ้าของธุรกิจมือถือหลายรายต้องลุ้นกำลังซื้อของลูกค้าตั้งแต่ต้นปีว่า พร้อมซื้อสินค้ากลุ่มไอทีมากน้อยเพียงใด
โอภาส เฉิดพันธุ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท เอ็ม วิชั่น ผู้จัดงาน ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป 2015 กล่าวว่า ยอมรับว่าค่อนข้างลุ้นในการจัดงานครั้งนี้ ท่ามกลางสถานการณ์ต่างๆ ที่เกิดขึ้น แต่ที่ผ่านมาก็สามารถผ่านปัจจัยเชิงลบมาได้ทุกครั้ง และยังเชื่อมั่นว่างานครั้งนี้จะประสบความสำเร็จเหมือนทุกครั้ง
“เรื่องของกำลังซื้อจากลูกค้า เราเชื่อมั่นว่ายังเป็นไปในทิศทางที่ดี อาจจะมีความกังวลบ้าง จากผลพวงของกระแสข่าวต่างๆ แต่เรายังตั้งเป้าเงินสะพัดภายในงานไม่ต่ำกว่า 1,500 ล้านบาท อยู่ที่ระดับ 1,300-1,400 ล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงกว่าเป้าที่วางไว้เมื่อเดือน ต.ค. เกือบ 10%” โอภาส กล่าว
สำหรับปีนี้มีแบรนด์มือถือจีนชื่อดังมาตั้งบูธเพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็น หัวเว่ย วีโว่ วิโก้ เชื่อว่าจะช่วยเรียกกระแสให้คนเข้ามาจับจ่ายใช้สอย โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนรุ่นเก่าก็จะนำเข้ามาขายอีกครั้ง ทำให้ราคาถูกลง แต่สเปกเครื่องสูงขึ้น เชื่อว่าจะเรียกความสนใจของคนที่กำลังต้องการเครื่องใหม่อย่างแน่นอน
นอกจากนี้ สินค้าที่น่าจับตามองจะเป็นในส่วนของแกดเจ็ตและแวร์เอเบิลที่อาจจะเกิดการแข่งขันและตัดราคากันมากขึ้น จากเดิมที่มีราคาเริ่มต้นที่ 1,200 บาท อาจจะลดลงมาอยู่ที่หลักร้อยปลายๆ ถึงหลักพัน ซึ่งคนที่มีสมาร์ทโฟนระดับสูงอยู่แล้วก็จะมองหาแกดเจ็ตหรือสมาร์ทวอชที่น่าสนใจมาใช้งานเพิ่มเติม
ด้าน สรทัศน์ ศฤงคารบริบูรณ์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท หัวเว่ย ดีไวซ์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ครั้งนี้ถือว่าเป็นครั้งแรกของการจัดบูธอย่างเป็นทางการในงาน ไทยแลนด์ โมบาย เอ็กซ์โป โดยครั้งนี้จะมีจุดให้บริการ 2 จุด ซึ่งมั่นใจมากว่าจะสร้างแบรนด์และเป็นที่รู้จักของลูกค้ามากขึ้น
“ปกติช่วงต้นปีกำลังซื้อไม่ได้สูงมาก เมื่อเทียบกับกลางปีหรือปลายปี ต้องยอมรับว่าสมาร์ทโฟนถือเป็นกลุ่มสินค้าสิ้นเปลืองที่ตลาดต้องการ เพราะเป็นปัจจัยสำคัญของการใช้ชีวิต ดังนั้น การแข่งขันในสมาร์ทโฟนรุ่นใหม่ๆ จะอยู่ในช่วงไตรมาสที่ 2-3 มากกว่า ซึ่งหัวเว่ยเข้ามาเติมเต็มความต้องการของตลาด ในระดับราคา 2,000-20,000 บาท โดยราคาระดับกลาง 5,000-6,000 บาท จะแข่งกันรุนแรงมาก”
ขณะที่ นิธิพัทธ์ ประวีณวงศ์วุฒิ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายการตลาด เอเซอร์ กล่าวว่า ถึงแม้สินค้าไฮไลต์ของปีนี้จะยังมีน้อย แต่เชื่อว่าคึกคัก จากความต้องการสินค้าต่อเนื่องมาจากปลายปีที่แล้ว โดยสมาร์ทโฟนขนาดหน้าจอ 5 นิ้ว น่าจะกลายมาเป็นเทรนด์ที่ตอบโจทย์ ความต้องการแท็บเล็ตอาจจะลดลง
ในส่วนของเอเซอร์ จะมีแฟบเล็ตขนาด 7 นิ้ว มาทดแทนในส่วนของแท็บเล็ตและสมาร์ทโฟน ซึ่งตั้งเป้าสินค้าทุกรุ่นมียอดขายเพิ่มขึ้น 20% และเน้นการแข่งขันในส่วนของบริการหลังการขาย
ต้องคอยดูว่าความเชื่อมั่นในการซื้อสินค้ากลุ่มสมาร์ทโฟนและกำลังจ่ายของผู้ที่มาร่วมงาน จะแข่งกันดุเดือดร้อนแรงเหมือนเมื่อ 3 ปีที่แล้วหรือไม่







