posttoday
TOPเงินหนา3.5หมื่นล้าน หาโอกาสในช่วงวิกฤต

TOPเงินหนา3.5หมื่นล้าน หาโอกาสในช่วงวิกฤต

09 กุมภาพันธ์ 2558

“อธิคม เติบศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ (TOP)  เปิดใจกับ “โพสต์ทูเดย์” ถึงการปรับตัวในการทำธุรกิจภายใต้โจทย์ใหม่ คือ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกหายวับไปแล้ว 50% จนลงมาเหลือประมาณ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และนโยบายของรัฐบาลในการปฏิรูปราคาพลังงานครั้งใหญ่ของประเทศไทย ทำให้การดำเนินธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับราคาน้ำมันเป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่งขึ้น

“อธิคม เติบศิริ” ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไทยออยล์ (TOP)  เปิดใจกับ “โพสต์ทูเดย์” ถึงการปรับตัวในการทำธุรกิจภายใต้โจทย์ใหม่ คือ ราคาน้ำมันดิบในตลาดโลกหายวับไปแล้ว 50% จนลงมาเหลือประมาณ 50 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล และนโยบายของรัฐบาลในการปฏิรูปราคาพลังงานครั้งใหญ่ของประเทศไทย ทำให้การดำเนินธุรกิจโรงกลั่นและปิโตรเคมีที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับราคาน้ำมันเป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่งขึ้น

นอกจากนั้น ผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ร่วงลงอย่างรวดเร็วยังมีผลต่อการดำเนินงานของบริษัทในเครือ ปตท.อย่างชัดเจน ทำให้บริษัทลูกหลานของบริษัท ปตท. (PTT) หลายแห่งประสบปัญหาขาดทุนอย่างหนักในไตรมาสที่ 4 และมีผลต่อเนื่องถึงผลงานทั้งปี 2557 ซึ่งรวมถึงบริษัท ไทยออยล์ ด้วย ดังนั้น การปรับตัวในการทำธุรกิจจะต้องช่วยกันคิดทั้งองคาพยพ เพื่อให้ทุกองค์กรเคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งที่ดำเนินธุรกิจผลิตและขุดเจาะน้ำมัน ค้าปลีกน้ำมัน ธุรกิจโรงกลั่น และปิโตรเคมี ที่มีความสัมพันธ์โดยตรงกับราคาน้ำมัน ไม่ว่าจะทางบวกหรือทางลบ

“อธิคม” เปิดเผยว่า หากมองด้านเดียวก็ต้องยอมรับว่า บริษัท ไทยออยล์ จะได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว เพราะจะมีผลขาดทุนจากสต๊อกน้ำมันเกิดขึ้น ซึ่งตามกฎหมายบริษัทมีปริมาณน้ำมันสำรอง (สต๊อก) ประมาณ 6% ของปริมาณการค้าน้ำมันตามกฎหมาย หรือ 43 วัน แต่ในความเป็นจริงแล้วราคาน้ำมันที่ลดลงก็จะทำให้ต้นทุนของบริษัทปรับตัวลดลงประมาณ 50% เช่นกัน

ก่อนหน้านี้ บริษัทต้องใช้งบประมาณในการซื้อน้ำมันลดลง ซึ่งถือเป็นต้นทุนหลักของการผลิต หรือคิดเป็นประมาณ 70% ของต้นทุนทั้งหมดก็ปรับตัวลดลง รวมถึงเงินทุนในการหมุนเวียนในการทำธุรกิจก็ลดลง ก็จะทำให้อัตรากำไร (มาร์จิ้น) ปรับตัวดีขึ้นในที่สุด ซึ่งเห็นชัดเจนหลังจากราคาน้ำมันลดลง ส่งผลให้ GRM หรือค่าการกลั่นรวมจากช่วงไตรมาส 4 ต่อเนื่องมาในไตรมาสแรกของปี 2558 ขึ้นมาอยู่ที่ 9 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จากเฉลี่ยทั้งปี 2557 อยู่ที่ 5.7 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล ขณะที่ราคาน้ำมันเบนซินที่ลดลงก็ทำให้การขายน้ำมันเบนซินเพิ่มมากขึ้น ประชาชนก็หันมาใช้น้ำมันเบนซินมากขึ้นด้วย จึงเห็นว่าในวิกฤตก็มีโอกาสที่ดีเกิดขึ้น

นอกจากนี้ การที่ TOP ซึ่งเป็นโรงกลั่นขนาดใหญ่ของประเทศมีกำลังการผลิต 2.75 แสนบาร์เรลเทียบเท่าน้ำมันดิบต่อวัน และดำเนินธุรกิจมานานถึง 53 ปี มีจุดแข็งที่ดีมาก คือการมีสภาพคล่องจำนวนมากพอในการรับมือกับวิกฤตน้ำมันที่เกิดขึ้นได้แน่นอน ณ สิ้นเดือน ก.ย. 2557 บริษัทมีสภาพคล่องประมาณ 3.5-4 หมื่นล้านบาท จึงเป็นโอกาสที่สำคัญมากในการออกไปหาซื้อกิจการที่ดี รวมถึงจะเป็นทุนในการที่บริษัทจะขยายธุรกิจลงไปในระดับปลายน้ำมากขึ้นด้วย

“วิกฤตน้ำมันที่ดิ่งลงอย่างรวดเร็วและรุนแรงในครั้งนี้ ก็จะเป็นโจทย์ที่สำคัญในการที่บริษัทจะนำมาใช้เป็นโจทย์ในการทำธุรกิจในอนาคตท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป”

ทั้งนี้ TOP เป็นโรงกลั่นที่มีขนาดใหญ่แห่งหนึ่งในประเทศไทย แต่เมื่อเปรียบเทียบกับจีนและตะวันออกกลาง โรงกลั่นมีขนาดการกลั่นมากกว่า 4 แสนบาร์เรล/วัน จะเห็นว่าเราเล็กมากและวิกฤตน้ำมันรอบนี้อาจเป็นโอกาสของบริษัทในการที่จะออกไปซื้อหุ้น หรือเข้าไปร่วมหุ้นกับโรงกลั่นอื่นๆ ในต่างประเทศ เพื่อเพิ่มขนาดให้ใหญ่ขึ้นก็เป็นได้ เพราะการที่จะลงทุนสร้างหรือขยายโรงกลั่นเองอาจจะต้องใช้เวลาประมาณ 2-3 ปี ดังนั้น เมื่อบริษัทมีสภาพคล่องจึงถือว่าเป็นโอกาสที่ดีในยามวิกฤต

อธิคม กล่าวว่า ในยามวิกฤตนั้นจะมีคาถา 4 ข้อ ที่จะต้องท่องและทำ เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ คือ 1.ควบคุมในเรื่องของต้นทุน ซึ่งได้ดำเนินการมาอย่างต่อเนื่อง 2.ดูในเรื่องเครดิตที่เราขายให้กับลูกค้าว่าเป็นอย่างไร ซึ่งในช่วงที่น้ำมันลดลง ลูกค้าก็เหมือนเราคือขาดทุนจากสต๊อกน้ำมัน ซึ่งเราก็ต้องเข้าไปช่วยดูแลและแก้ไขปัญหา เพราะถ้าหากปล่อยให้ลูกค้ามีปัญหา สุดท้ายก็จะส่งผลกระทบย้อนกลับมาที่บริษัทได้ 3.ดูเครดิตที่เราปล่อยให้กับลูกค้าว่ามีปัญหาไหม ถ้ามีจะแก้ไขปัญหากันอย่างไร ซึ่งเป็นเรื่องดีที่รอบนี้ยังไม่มีปัญหาเกิดขึ้น  และ 4.ดูเรื่องของสภาพคล่อง ก็ถือว่าโชคดีที่ TOP มีสภาพคล่องมากเพียงพอที่จะฝ่าวิกฤตน้ำมันตกต่ำไปได้

“เมื่อดูผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นแล้ว การดำเนินงานก็จะต้องให้เข้าเป้าหมาย  ปีนี้เราจะรักษาต้นทุนในการดำเนินงานไม่ให้มากไปกว่าปี 2557 คือประมาณ 3.8 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล” อธิคม กล่าว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน