posttoday
จับตานโยบายการเงิน 2558 เสถียรภาพมาก่อนกระตุ้นศก.

จับตานโยบายการเงิน 2558 เสถียรภาพมาก่อนกระตุ้นศก.

05 กุมภาพันธ์ 2558

บ่ายวันนี้ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะแถลงแนวนโยบายการทำงานในปี 2558 ผ่านการปาฐกถาในหัวข้อ “มุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจและงานในภารกิจของ ธปท.ปี 2558” กับสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลและตอบข้อซักถามอย่างละเอียด ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สังคมต้องรอฟัง

บ่ายวันนี้ ประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) จะแถลงแนวนโยบายการทำงานในปี 2558 ผ่านการปาฐกถาในหัวข้อ “มุมมองแนวโน้มเศรษฐกิจและงานในภารกิจของ ธปท.ปี 2558” กับสื่อมวลชนทุกแขนง เพื่อให้ได้รับทราบข้อมูลและตอบข้อซักถามอย่างละเอียด ถือว่าเป็นเรื่องสำคัญที่สังคมต้องรอฟัง

ในปีนี้การแถลงแนวนโยบายการเงินของ ธปท. เรื่องหลักที่ ธปท.จะอธิบายต่อประชาชน อาทิ เรื่องการใช้นโยบายการเงินดูแลเศรษฐกิจให้มีเสถียรภาพ มากกว่าการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น  การใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลายดูแลอัตราแลกเปลี่ยนให้มีความสมดุล และไม่สร้างปัญหาให้กับระบบเศรษฐกิจ

การชี้แจงปัจจัยเสี่ยงจากในประเทศและต่างประเทศที่มีผลต่อภาวะเศรษฐกิจในปีนี้ คาดว่า ธปท.จะไม่ปรับตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจในขณะนี้ โดยประเพณีปฏิบัติของ ธปท.จะติดตามภาวะเศรษฐกิจอย่างใกล้ชิด แต่จะทบทวนตัวเลขประมาณการเศรษฐกิจทุกครึ่งปี หรืออย่างเร็วก็รายไตรมาส เพราะการปรับตัวเลขเศรษฐกิจบ่อยไม่ส่งผลดี ทำให้เกิดความสับสนและไม่น่าเชื่อถือ

ในปีนี้ ธปท.คาดว่าผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (จีดีพี) จะโตที่ 4% ขณะที่สำนักงานเศรษฐกิจการคลังคาดไว้ที่ 3.9% ส่วนธนาคารโลกและกองทุนการเงินระหว่างประเทศคาดไว้เท่ากันที่ 3.5%

นอกจากนี้ ธปท.จะบอกแนวทางการกำกับดูแลสถาบันการเงินที่จะมีการนำกฎเกณฑ์บาเซิล 3 มาใช้ การเผยแพร่ความรู้ด้านเศรษฐกิจการเงินและส่งเสริมการออมให้ประชาชนตามนโยบายยื่นมือของผู้ว่าการ ธปท.

แต่ไฮไลต์ที่จะได้รับความสนใจมากที่สุด คือ ภาวะเงินเฟ้อในเดือน ม.ค. 2558 ลดต่ำลงมาก จนเงินเฟ้อทั่วไปติดลบ 0.4% ซึ่งเป็นผลมาจากราคาน้ำมัน ราคาไฟฟ้า และสินค้าบางรายการลดลง จะไม่ทำให้เกิดภาวะเงินฝืดจริงหรือ อัตราเงินเฟ้อเช่นนี้จะผูกพันไปกับอัตราดอกเบี้ยซึ่งจะมีคำถามตามมาว่า เมื่อเงินเฟ้อติดลบ การดำเนินนโยบายการเงินด้วยการคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ในระดับเดิมคือ 2% นั้นเหมาะสมหรือไม่

เรื่องนี้ ธปท.อธิบายได้ แต่จะทำให้ประชาชนหายข้องใจหรือไม่ เป็นศิลปะที่ผู้ว่าการ ธปท.จะต้องอรรถาธิบายให้ชัดเจน ให้ประชาชนหายคาใจว่าเหตุใด ธปท.จึงดำเนินนโยบายการเงินเช่นนี้

ปกติการดำเนินนโยบายการเงินนั้น ธปท.ไม่เน้นกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้น เพราะกว่าจะเห็นผลต้องใช้เวลานาน 6-12 เดือน ซึ่งไม่ทันการณ์ แต่นโยบายการเงินจะใช้ดูแลเสถียรภาพเศรษฐกิจในระยะยาวเป็นสำคัญ โดยควรใช้นโยบายการคลังในการกระตุ้นจะเหมาะสมและเห็นผลเร็วกว่า

นอกจากนี้ การเรียกร้องของเอกชนในเรื่องที่ขอให้ ธปท.ดูแลอัตราแลกเปลี่ยน ซึ่งก็คือขอไม่ให้ค่าเงินบาทแข็งค่ามากจนสร้างปัญหาให้การส่งออก  เป็นเรื่องที่ ธปท.ไม่สามารถพูดให้ชัดเจนออกมาได้  สิ่งที่ ธปท.จะบอกต่อสาธารณชนได้ก็แค่เพียงบอกว่าดูแลค่าเงินไม่ให้ผันผวน เปลี่ยนแปลง แข็งค่าหรืออ่อนค่าอย่างรวดเร็วเกินไป

เหตุผลที่ ธปท.จะทำได้แค่นั้น ก็เพราะตลาดการเงินโลกได้รับผลกระทบจากการทำมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเชิงปริมาณ หรือคิวอี ของสหภาพยุโรปและญี่ปุ่นที่อัดฉีดเงินเข้าสู่ระบบแก้ไขภาวะเงินฝืด จนอาจส่งผลให้เงินไหลเข้ามาหากำไรจากตลาดเกิดใหม่ที่ให้ผลตอบแทนมากกว่า  ธปท.จึงน่าจะแถลงยืนยันมาตรการเพื่อสร้างความมั่นใจต่อตลาดการเงินเป็นหลัก

ดังนั้น วันนี้จึงมีความเป็นไปได้มากว่า ผู้ว่าการ ธปท.จะแถลงมาตรการเตรียมรับมือกับภาวะเงินทุนเคลื่อนย้ายผันผวน เพื่อจะดูแลค่าเงินบาทให้มีเสถียรภาพ กระทบต่อภาคส่วนต่างๆ น้อยที่สุด ด้วยมาตรการที่เปิดเผยไม่ได้ แต่ได้เตรียมพร้อมไว้ในกระเป๋ามาตลอด โดยไม่เน้นที่จะพูดถึงการใช้นโยบายการเงินกระตุ้นเศรษฐกิจ พร้อมยืนยันว่ามาตรการการดูแลค่าเงินบาทและเงินทุนเคลื่อนย้ายที่เตรียมไว้นั้นยังเอาอยู่ ยังไม่จำเป็นต้องใช้นโยบายการเงินหรือการลดดอกเบี้ยมาช่วยแต่อย่างใด เพราะมองว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายไม่ได้ขึ้นกับปัจจัยดอกเบี้ยอย่างเดียว แต่จะใช้มาตรการต่างๆ ที่เตรียมไว้ตั้งแต่เบาไปหาหนักก็เพียงพอแล้ว และอาจมีการเรียกร้องให้รัฐบาลใช้นโยบายการคลังดูแลเศรษฐกิจเป็นหลัก โดย ธปท.จะใช้นโยบายการเงินช่วยเสริมเท่านั้น

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน