
เช่าซื้อรถยนต์วิ่งฉิว...ตลาดบ้านเรื่มแตะเบรก
8...จิตติมา ชวลิตนิมิตกุล
ธนาคารเล็กซึ่งยึดหัวหาดตลาดสินเชื่อเช่าซื้อเป็นสินเชื่อหลัก อย่างธนาคารทิสโก้ และเกียรตินาคิน ทยอยประกาศผลการดำเนินการช่วง 5 เดือนแรกของปี พบว่า สินเชื่อเช่าซื้อขยายตัวได้ดี ผลจากการเมืองแทบจะไม่ระคายกำลังใจของผู้บริโภค
ธนาคารทิสโก้ประกาศยอดสินเชื่อเดือน พ.ค. ที่ 1.2 แสนล้านบาท เติบโต 1.92% จากเดือน เม.ย. และเมื่อเทียบกับปีก่อนเติบโตได้ถึง 8% โดยการเติบโตของสินเชื่อเช่าซื้อเป็นปัจจัยหนุนหลัก
นักวิเคราะห์คาดว่า ทิสโก้จะสามารถรายงานผลประกอบการไตรมาส 2 เพิ่มขึ้น และยังมองอัตราเติบโตสินเชื่อทั้งปีจะสูงกว่าเป้าหมายที่ผู้บริหารตั้งไว้ 10%
โดยยังคงรักษาส่วนต่างดอกเบี้ยรับสุทธิไว้ที่ 5% ส่วนอัตราผลตอบแทนต่อส่วนผู้ถือหุ้น (อาร์โออี) อยู่ที่ 20% ตามเป้าหมาย
ขณะที่ธนาคารเกียรตินาคินที่มียอดสินเชื่อเดือน พ.ค. ที่ 8.76 หมื่นล้านบาท เติบโต 1.5% จากเดือน เม.ย. และเติบโตได้ 12.3% จากช่วงเดียวกันของปีก่อน และถ้าเทียบกับสิ้นปีที่แล้ว คิดเป็นอัตราเติบโตช่วง 5 เดือนที่ 6% ซึ่งไปในทิศทางเดียวกับธนาคารทิสโก้
รุ่งโรจน์ จรัสวิจิตรกุล รองหัวหน้าสายธนกิจลูกค้ารายย่อย ธนาคารทิสโก้ เปิดเผยว่า ความไม่สงบทางการเมืองมีผลน้อยมากหรือแทบจะไม่มีผลกับตลาดรถยนต์ โดยยอมรับว่ามีผลกระทบบ้าง แต่เป็นช่วงระยะเวลาสั้นๆ ในเดือน เม.ย. และ พ.ค.ที่ผ่านมา และก็กระทบเป็นบางพื้นที่ในกรุงเทพฯ เท่านั้น
“
โชว์รูมรถยนต์บางแห่งเปิดขายไม่ได้ ลูกค้ามาชำระหนี้ล่าช้าบ้าง แต่โดยภาพรวม ความสามารถในการชำระค่างวดยังปกติดี ไม่มีปัญหา” รุ่งโรจน์ ระบุขณะเดียวกัน ความมั่นใจของคนซื้อไม่ได้หายไป สะท้อนจากยอดขายรถยนต์ที่ผ่านมา 5 เดือน เติบโตได้ดี จนคาดว่าปี 2553 ทั้งปี ยอดขายรถยนต์จะอยู่ที่ 6.3 แสนคัน เทียบกับปีที่แล้ว 5.48 แสนคัน คิดเป็นอัตราเติบโต 15%
สำหรับธนาคารทิสโก้ ซึ่งมีพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อราว 70% ของพอร์ตสินเชื่อรวมนั้น ผ่านไป 5 เดือน สินเชื่อเช่าซื้อโตได้ 56% แล้ว จากยอดขายรถยนต์ที่เพิ่มขึ้น และตั้งเป้าจะทะลุทะลวงเข้าไปชิงส่วนแบ่ง 12% จากตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์
โดยสถิติที่ผ่านมา รถยนต์ 100 คัน จะมีคนขอสินเชื่อ 85 คัน ที่เหลือซื้อสด ประกอบกับการเป็นพันธมิตรกับฟอร์ด มาสด้า และเชฟโรเลต คาดว่าทั้งปีสินเชื่อเช่าซื้อจะโตได้ 12%
อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์หลักทรัพย์หลายแห่งยังไม่วางใจ โดยให้จับตาดูผลประกอบการที่จะประกาศออกมาในเดือน มิ.ย.นี้ เพราะมีความเป็นไปได้ที่จะเห็นยอดขายรถยนต์ชะลอตัวเล็กน้อยในเดือน มิ.ย.ก.ค. จากความไม่สงบทางการเมือง ทำให้ความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่จะใช้จ่ายเงินเป็นหนี้ก้อนใหญ่ชะงักลง
ขณะที่สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ยังแรง ทว่าตลาดสินเชื่อที่อยู่อาศัยเริ่มไม่แน่นอน แม้ไตรมาสแรกที่ผ่านมา เติบโตทะลักจากอานิสงส์มาตรการที่อยู่อาศัย ทว่าหลังวิกฤตการณ์คลี่คลาย ปริมาณบ้านใหม่กลับแตะเบรกลดความร้อนแรงลง
ฝ่ายวิจัย ธนาคารกรุงศรีอยุธยา รายงานว่า หลังการเมืองตึงเครียดมากขึ้นตั้งแต่ เม.ย. ได้ก่อผลเชิงลบในด้านจิตวิทยาที่บั่นทอนความมั่นใจ ทำให้ผู้ประกอบการต้องชะลอการเปิดตัวโครงการออกไปหลังจากเปิดตัวในอัตราเร่งกว่า 2 หมื่นยูนิตในไตรมาสแรก
โดยพบว่า จำนวนหน่วยเปิดใหม่เดือน เม.ย. 2553 ลดลง 26% เทียบกับ เม.ย. 2552 โดยเป็นการลดลงของที่อยู่อาศัยแนวสูงถึง 70.7% และที่อยู่อาศัยแนวราบลดลง 16.7%
ปัจจุบันแม้เหตุการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองจะเริ่มคลายตัวลง หรือผ่านพ้นจุดต่ำสุดแล้วจากการสลายการชุมนุมทางการเมือง แต่ระลอกของความกังวลต่อเหตุการณ์ความไม่สงบก็ยังคงคุกรุ่น และยังส่งผลบั่นทอนกำลังซื้อในวงกว้าง
แนวโน้มในช่วงต่อไป คาดว่าผลประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไตรมาส 3/2553ไตรมาส 4/2553 จะซบเซาอยู่ ผู้ประกอบการจะชะลอการลงทุนโครงการใหม่ เพราะยังกังวลต่อความเสี่ยงที่ปัญหาจะปะทุขึ้นอีก ท่ามกลางภาวะที่ผู้บริโภคก็ยังไม่มั่นใจที่จะใช้จ่ายเงินจำนวนมากหรือก่อภาระหนี้สินระยะยาว ทำให้อาจชะลอการตัดสินใจซื้อที่อยู่อาศัยออกไปก่อน จนกว่าสัญญาณความรุนแรงจะหายไป ตลาดอสังหาริมทรัพย์ก็น่าจะกลับมาฟื้นตัวได้อีกครั้ง







