posttoday
ตลท.พอใจมาตรการสกัดเก็งกำไรได้ผล

ตลท.พอใจมาตรการสกัดเก็งกำไรได้ผล

03 กุมภาพันธ์ 2558

ตลท.พอใจ Trading Alert  ใช้เพียง 1 เดือนเห็นผล ลดแรงเก็งกำไรยอดเทิร์นโอเวอร์น้อยลง

ตลท.พอใจ Trading Alert  ใช้เพียง 1 เดือนเห็นผล ลดแรงเก็งกำไรยอดเทิร์นโอเวอร์น้อยลง

นายสุภกิจ จิระประดิษฐกุล รองผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ในช่วงเวลา 1 เดือนนับตั้งแต่การใช้มาตรการ Trading Alert มาใช้ดูแลหุ้นที่มีระดับการเก็งกำไรสูง ปรากฏว่าทำให้อัตราสภาพคล่องหมุนเวียนซื้อขายหุ้น (เทิร์นโอเวอร์ลิสต์) ในเดือน ม.ค. ของตลาดหลักทรัพย์ฯ (SET) ลดลงเหลือ 0.74% ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) เหลือ 1.49% ลดลงจากที่เคยสูงสุดในช่วงไตรมาส 4 ของปี 2557 อยู่ที่ 1.33% และ 3.74% ตามลำดับ สะท้อนให้เห็นว่าระดับการเก็งกำไรลดลง

ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันของ SET และ mai ในเดือน ม.ค. ไม่ได้ลดลง โดยอยู่ที่  4.8 หมื่นล้านบาท และ 6,056 ล้านบาท เพิ่มจากค่าเฉลี่ยซื้อขายต่อวันของทั้งปี 2557 ซึ่งอยู่ที่ 4.1 หมื่นล้านบาท และ 3,861 ล้านบาท ตามลำดับ ยังพบว่าระดับดัชนีหุ้นเพิ่มมาอยู่ที่ 1,592.81 จุด จากสิ้นปี 2557 อยู่ที่ 1,497.67 จุด และดัชนี mai อยู่ที่ 734.35 จุด เพิ่มจากสิ้นปี 2557 อยู่ที่ 700.05 จุด

“มาตรการดังกล่าวถือว่าเป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่จะลดระดับการเก็งกำไร เพื่อให้ตลาดหุ้นเติบโตอย่างยั่งยืนและมีคุณภาพ จากก่อนหน้านี้การเก็งกำไรสูงมาก เทิร์นโอเวอร์ลิสต์ของทั้งตลาดสูงเกินไป จนทำให้คนไม่กล้าลงทุนระยะยาว” นายสุภกิจ กล่าว

นางเกศรา มัญชุศรี กรรมการและผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย กล่าวว่า ปัจจุบันการซื้อขายของตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่มาจากผู้ลงทุนรายบุคคลซึ่งมีบัญชีการซื้อขายกว่า 1 ล้านบัญชี และหากไม่นับบัญชีซ้ำ จะมีจำนวนประมาณ 7 แสนบัญชี หรือคิดเป็นสัดส่วนการซื้อขาย 60% เพิ่มจากสิ้นปี 2556 อยู่ที่ 55% สัดส่วนที่เหลือเป็นการซื้อขายจากนักลงทุนสถาบันทั้งหมด สาเหตุที่นักลงทุนรายบุคคลมีสัดส่วนการซื้อขายสูงขึ้น เป็นผลมาจากผลตอบแทนการลงทุนหุ้นตลอดระยะ 4 ปีที่ผ่านมา เกินกว่าอัตรา 100% ต่อปี ได้สร้างความมั่งคั่งและกำลังในการลงทุนเพิ่มสูงขึ้น

อย่างไรก็ตาม ภายในปี 2563 ตลท.มีแผนจะทำให้การซื้อขายระหว่างนักลงทุนรายบุคคลและนักลงทุนสถาบันมีสัดส่วนเท่ากัน 50% เพื่อสร้างความสมดุลให้กับตลาดหุ้น โดยคาดหวังว่าในปีนี้สัดส่วนนักลงทุนสถาบันในประเทศจะเพิ่มเป็น 9% จาก 8.5-8.7% ในปัจจุบัน และนักลงทุนต่างประเทศคงสัดส่วนที่ระดับ 20% โดยมองว่ามีโอกาสเพิ่มในส่วนของกองทุนหุ้นในประเทศ

สำหรับกระแสเงินทุนจากต่างชาติ เงินระยะสั้นน่าจะไหลออกจากตลาดหุ้นไทยไปแล้วในระยะ 2 ปีที่ผ่านมา  หากในปีนี้มีความผันผวนของกระแสเงินทุนของต่างชาติ หุ้นไทยคงไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ในส่วนของการจัดโรดโชว์ของ ตลท.ในปีนี้ จะเน้นเรื่องของการก้าวขึ้นเป็นศูนย์กลางการระดมทุนของภูมิภาคนี้

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน