
ธุรกิจสิงคโปร์ขาดทุนระนาว
เครดิตบูโรสิงคโปร์ เผยผลกำไรรายย่อยร่วง พบขาดทุนเพิ่มขึ้น สร้างรายได้จากตลาดอาเซียนมากสุด
เครดิตบูโรสิงคโปร์ เผยผลกำไรรายย่อยร่วง พบขาดทุนเพิ่มขึ้น สร้างรายได้จากตลาดอาเซียนมากสุด
ดีพี อินฟอร์เมชั่น กรุ๊ป บริษัทเครดิตบูโรชื่อดังของสิงคโปร์ เปิดเผยข้อมูลผลประกอบการของธุรกิจในปี 2015 ซึ่งเป็นการเก็บข้อมูลระหว่างวันที่ 1 มิ.ย. 2013-31 พ.ค. 2014 พบว่าธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก (เอสเอ็มอี) ระดับแนวหน้าในสิงคโปร์กว่า 1,000 แห่ง มีรายได้ลดลง ในขณะที่มีบริษัทขนาดเล็กต้องเผชิญกับภาวะขาดทุนมากขึ้นเรื่อยๆ
เอสเอ็มอี 1,000 แห่งในสิงคโปร์ มีผลประกอบการรวมกันทั้งหมด 2.83 หมื่นล้านเหรียญสิงคโปร ในช่วงของการจัดอันดับปี 2015 นี้ ซึ่งน้อยกว่าช่วงเดียวกันของการจัดอันดับปีก่อนหน้าถึง 8.7% ในขณะที่ผลกำไรรวมปรับตัวลดลง 0.8% มาอยู่ที่ 3,400 ล้านเหรียญสิงคโปร์
ขณะเดียวกันบริษัทที่ขาดทุนในปีนี้เพิ่มมากขึ้นจาก 114 แห่งในปี 2014 มาแตะระดับ 130 เพิ่มขึ้น 7.3%
สำหรับภาคส่วนที่มีผลประกอบการลดลงมากที่สุด ได้แก่ ธุรกิจรายย่อยในภาคอุตสาหกรรม ซึ่งรายได้รวมทั้งหมดรายไตรมาสหดตัวมากถึง 25.6% เลยทีเดียว ในขณะที่ภาคค้าส่งมีรายได้ลดลง 14.9% ส่วนค้าปลีกหดตัว 13.8%
นอกจากนี้ ดีพี อินฟอร์เมชั่น กรุ๊ป ระบุว่า เอสเอ็มอีในภาคสารสนเทศและการสื่อสารมีการเติบโตเป็นอย่างมากในช่วงของการจัดอันดับปี 2015 โดยยอดขายรวมกันขยายตัวมากขึ้นถึง 29%
ขณะเดียวกันธุรกิจขนาดใหญ่ในสิงคโปร์หลายภาคส่วนมีผลประกอบการที่ดีขึ้น ทว่าธุรกิจรายย่อยในภาคอาหารและเครื่องดื่ม (เอฟแอนด์บี) กลับมียอดขายที่ดีกว่า
“บริษัทเอฟแอนด์บีขนาดใหญ่ต้องเผชิญกับการแข่งขันส่วนแบ่งทางการตลาดกับเอสเอ็มอี ซึ่งตัวเลขนี้อาจสะท้อนให้เห็นถึงรสนิยมการบริโภคของชาวสิงคโปร์ที่เปลี่ยนแปลงไป ก่อนหน้านี้ร้านค้าและแฟรนไชส์ขนาดใหญ่เป็นผู้ถือครองตลาด ทว่าในปัจจุบันมีชาวสิงคโปร์จำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ เลือกที่จะใช้บริการที่พักและร้านอาหารแบบบูทีกและทางเลือกรายย่อย” เฉินยิวนาห์ ผู้อำนวยการ ดีพี อินโฟ กล่าว
ทั้งนี้ จีนถือเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่สุดของบริษัททั้งหมดในสิงคโปร์ โดยคิดเป็นสัดส่วนถึง 36.7% ของผลประกอบการจากตลาดต่างชาติ ตามมาด้วยตลาดในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ที่ทำรายได้คิดเป็นสัดส่วน 21.5% ทว่า สำหรับเอสเอ็มอีระดับชั้นนำ 50 แห่ง ตลาดอาเซียนถือเป็นแหล่งกอบโกยผลประกอบการอันดับ 1 ที่ 34.6%







