
โพสต์อิตช่วยแปล
กระดาษโน้ตสีสันสดใสที่เหล่านักเรียนไปจนถึงคุณแม่บ้านนิยมนำมาเขียนบันทึกเตือนความจำ หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อว่า “โพสต์อิต” คลุกคลีอยู่กับชีวิตประจำวันของมนุษย์มานานมากแล้ว และล่าสุดก็มีผู้นำเอาโพสต์อิตมาดัดแปลงให้เป็นนวัตกรรมล้ำยุคที่ช่วยแปลภาษาได้อีกด้วย
กระดาษโน้ตสีสันสดใสที่เหล่านักเรียนไปจนถึงคุณแม่บ้านนิยมนำมาเขียนบันทึกเตือนความจำ หรือที่คุ้นเคยกันในชื่อว่า “โพสต์อิต” คลุกคลีอยู่กับชีวิตประจำวันของมนุษย์มานานมากแล้ว และล่าสุดก็มีผู้นำเอาโพสต์อิตมาดัดแปลงให้เป็นนวัตกรรมล้ำยุคที่ช่วยแปลภาษาได้อีกด้วย
เรื่องราวของไอเดียสุดบรรเจิดเริ่มต้นขึ้นเมื่อ ริชาร์ด อัลเลน ชาวเมืองเบอร์มิงแฮม ประเทศอังกฤษ ต้องไปเรียนรู้วัฒนธรรม รวมถึงภาษาแปลกใหม่ไกลถึงแดนกระทิงดุ ขณะที่พักอยู่โรงแรมแห่งหนึ่ง ณ ประเทศสเปน อัลเลนก็พยายามเขียนคำศัพท์ภาษาสเปนลงบนโพสต์อิตแบบธรรมดาเพื่อช่วยเรียนรู้คำศัพท์ใหม่ๆ ได้เร็วขึ้น จู่ๆ ก็เกิดปิ๊งขึ้นมาว่าสามารถนำแนวคิดแบบนี้มาปั้นเป็นธุรกิจได้ด้วย
หลังจากนั้น อัลเลนก็จับมือกับเพื่อนที่ชื่อว่า วีเจย์ ลิงเกียห์ก่อตั้งบริษัท “เลิร์นนิง แลปส์” เพื่อทำการขายโพสต์อิตที่มีคำศัพท์ในภาษาต่างชาติ 100-200 คำ พร้อมกับรูปภาพ คำแปล และคำอ่าน นอกจากนี้ยังแยกสีอีกด้วยเพื่อบ่งบอกเพศของคำ เช่น สีฟ้าสำหรับคำที่เป็นเพศชาย สีชมพูเพศหญิง รวมถึงพัฒนาแอพพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟนมาเป็นตัวช่วยเสริมอีกด้วย
ภายหลังจากที่ก่อตั้งบริษัทได้ไม่นาน ก็สามารถผลิตสินค้าชิ้นใหม่ที่อัลเลนตั้งชื่อให้ว่า “แฟลชสติ๊ก” ได้ถึง 4 ภาษา คือ ฝรั่งเศส สเปน เยอรมนี และอิตาลี พร้อมกับนำออกจำหน่ายในร้านค้าปลีกดับเบิ้ลยูเอชสมิธกว่า 500 สาขาทั่วประเทศ
เสียงตอบรับจากลูกค้านั้นล้นหลามอย่างคาดไม่ถึง มีหลายโรงเรียนสนใจจะนำเอาวิธีนี้ไปประกอบการเรียนรู้ แถมความต้องการจากผู้บริโภคก็มากมาย จนบริษัทต้นสังกัดผู้ผลิตโพสต์อิตอย่าง 3เอ็ม เข้ามาเป็นหุ้นส่วนเชิงกลยุทธ์และจัดจำหน่ายแฟลชสติ๊กมาแล้วมากกว่า 10 ล้านแผ่น
“เราโชคดีที่ได้ทำงานร่วมกับองค์กรยอดเยี่ยมหลายแห่ง ทั้ง 3เอ็ม ดับเบิ้ลยูเอชสมิธ และสถาบันการศึกษาชั้นนำมากมาย” วีเจย์ กล่าว
นอกจากนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการยังเห็นความสำคัญของการเรียนภาษาต่างชาติเป็นอย่างมาก และได้บรรจุวิชาภาษาต่างประเทศลงไปในหลักสูตรบังคับของโรงเรียนประถมเรียบร้อยแล้ว ซึ่งนับว่าเป็นโอกาสอันดีสำหรับแฟลชสติ๊กที่จะเป็นเครื่องมือฝึกทักษะของเด็กนักเรียน
“การเปลี่ยนแปลงหลักสูตรถือเป็นความท้าทายสำคัญสำหรับโรงเรียนประถมหลายแห่ง และเราหวังว่าแฟลชสติ๊กจะช่วยเพิ่มความสนุก การมีส่วนร่วม การเป็นวิธีการเชื่อมต่อช่องว่างทางภาษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ” วีเจย์ หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งระบุ







