
ลุ้นคสช.ทุบโต๊ะ ประมูล4จี-ได้ใช้แน่ปี’59
จากนี้ไป บทบาทของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายใต้กฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล 10 ฉบับ ที่จะตั้งคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ อำนาจ หน้าที่ กสทช.จะเปลี่ยนไปอย่างไร ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ให้สัมภาษณ์พิเศษกับหนังสือพิมพ์ “โพสต์ทูเดย์”
จากนี้ไป บทบาทของคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) ภายใต้กฎหมายเศรษฐกิจดิจิทัล 10 ฉบับ ที่จะตั้งคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ มีนายกรัฐมนตรีเป็นประธานกรรมการ อำนาจ หน้าที่ กสทช.จะเปลี่ยนไปอย่างไร ฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. ให้สัมภาษณ์พิเศษกับหนังสือพิมพ์ “โพสต์ทูเดย์”
อำนาจ หน้าที่ของ กสทช.จะเป็นอย่างไร ยังคงเป็นองค์กรอิสระเหมือนเดิมหรือไม่?
ฐากร : อำนาจของ กสทช.ยังมีอยู่ตามร่าง พ.ร.บ.กทสช.ฉบับใหม่ และยังคงเป็นองค์กรอิสระเหมือนเดิม โดยอยู่ภายใต้การกำกับของคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ที่จะกำหนดแผนบริหารคลื่นความถี่ทั้งกิจการโทรคมนาคม กิจการกระจายเสียงและโทรทัศน์ ว่า คลื่นความถี่ใดควรนำไปใช้เพื่อบริการสาธารณะ เพื่อความมั่นคง หรือใช้เพื่อการพาณิชย์
แผนแม่บทโทรคมนาคม แผนแม่บทกระจายเสียงและโทรทัศน์ แผนแม่บทเลขหมาย ต้องสอดคล้องกับนโยบายคณะกรรมการดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ จากนั้น กสทช.จึงทำหน้าที่นำคลื่นมาจัดประมูล ทำหน้าที่กำกับดูแล และให้ใบอนุญาต กสทช. ไม่ได้ไปอยู่ภายใต้การกำกับของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) เดิม
ขณะเดียวกัน เห็นด้วยกับการยุบรวมบอร์ด กสท. และบอร์ด กทค. ให้เป็นกรรมการชุดเดียว เพราะการแยกทำงานที่ผ่านมา เกิดประเด็นคำถามมากมายจากประชาชน ทั้งเรื่องช่อง 3 การประมูล 3จี ที่มีข้อสงสัยว่าทำไมกรรมการ กสทช.ทั้งชุดไม่พิจารณาเรื่องนี้
การจัดประมูลคลื่นความถี่ 4จี เดินหน้าอย่างไร?
ฐากร : การจัดประมูลคลื่นความถี่ 1800 เมกะเฮิรตซ์ (MHz) และ 900 เมกะเฮิรตซ์ เพื่อนำไปพัฒนาระบบ 4จี นั้น ก่อนหน้านี้คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ชะลอประมูลออกไป 1 ปี ซึ่งจะครบกำหนดในวันที่ 17 ก.ค. 2558 นี้ สำนักงาน กสทช.ได้ส่งหนังสือไปถึงประธาน คสช. เมื่อ 3-4 สัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อขออนุญาตเตรียมการประมูลหลังวันที่ 17 ก.ค. 2558
หาก คสช.อนุมัติให้ดำเนินการได้ สำนักงานฯ ต้องเตรียมการตั้งแต่จัดทำหลักเกณฑ์ประมูล การรับฟังความคิดเห็นสาธารณะ เพื่อกำหนดราคาประมูล ซึ่งจะเริ่มตั้งแต่เดือน ก.พ.หรือ มี.ค. รวมแล้วเตรียมการใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 4-5 เดือน โดยคลื่น 1800 เมกะเฮิรตซ์ มีโอกาสประมูลในเดือน ส.ค.หรือ ก.ย.นี้ ส่วนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จะเริ่มประมูลเดือน ธ.ค. และประชาชนได้ใช้ระบบ 4จี แน่นอนในปี 2559
สำหรับการประมูลคลื่น 1800 MHz จะแบ่งประมูลจำนวน 2 ใบ ใบละ 12.5 เมกะเฮิรตซ์ ส่วนคลื่น 900 เมกะเฮิรตซ์ จะแบ่งเป็น 2 ใบอนุญาตเช่นเดียวกัน แต่ใบละ 12.5 เมกะเฮิรตซ์ และ 10 เมกะเฮิรตซ์ ประเมินราคาประมูลเบื้องต้นไม่ต่ำกว่า 1 หมื่นล้านบาท/ใบ รวม 4 ใบ จึงคาดว่าจะได้เงินจากการประมูลไม่ต่ำกว่า 4-5 หมื่นล้านบาท และก่อให้เกิดการลงทุน 2.5-3 แสนล้านบาท ถือเป็นความหวังในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจที่สำคัญอีกตัวหนึ่ง นอกเหนือจากการท่องเที่ยว ส่งออกและพลังงาน ที่ยังไม่เห็นภาพการลงทุนที่ชัดเจน
ทำไม 3 ค่ายมือถือต้องเร่งประมูล 4จี ขณะที่การกำกับดูแล 3จี ยังมีปัญหา?
ฐากร : เหตุผลสำคัญ กสทช.ต้องจัดประมูลคลื่นความ 4จี ส่วนหนึ่งเพื่อสอดรับนโยบายเศรษฐกิจดิจิทัลของรัฐบาล เหตุผลต่อมา คือ โทรศัพท์เคลื่อนที่ 3จี ที่ใช้งานแล้วมีปัญหาทุกวันนี้ เพราะใช้งานเต็ม Capacity แล้ว เหมือนมีถนน 8 เลน รองรับรถได้ 60 ล้านคัน แต่ขณะนี้มีรถ 80 ล้านคัน ก็ต้องขยายถนนเพิ่ม
ความแตกต่างของคลื่นความถี่ 3จี และ 4จี คือ 3จี จะแบ่งการใช้งานคลื่นความถี่ เป็นดาต้า 50% และวอยซ์ 50% ถ้าคนใช้งานดาต้าเยอะเต็มทันที แต่ระบบ 4จี จะเป็นการใช้งาน วอยซ์ 30% ดาต้า 70% จึงเป็นทางเลือกให้คนรุ่นใหม่ที่ใช้บริการวอยซ์น้อยลง แต่ใช้ดาต้าเยอะขึ้น ซึ่งความเร็วของ 4จี จะมากกว่า 3จี เกิน 10 เท่าขึ้นไป
ปัจจุบันหมายเลขโทรศัพท์มือถือในประเทศไทยมีจำนวน 106 ล้านเลขหมาย และใช้งานระบบ 3จี แล้วจำนวน 76 ล้านเลขหมาย และใช้งาน 2จี จำนวน 30 ล้านเลขหมาย การเร่งลงทุน 4จี ให้เร็วขึ้น จึงช่วยแก้ปัญหาการใช้งานโทรศัพท์มือถือในบางพื้นที่มีปัญหาสัญญาณที่ช้าทั้งด้านข้อมูล (Data) และด้านเสียง (Voice)
ทำไมต้องประมูลคลื่นความถี่ ไม่ใช่การประกวดคุณสมบัติ (บิวตี้ คอนเทสต์)?
ฐากร : หลายประเทศในโลกก็เลือกใช้การประมูลคลื่นแบบ บิวตี้ คอนเทสต์ โดยจะพิจารณาว่าบริษัทใดทำให้ประชาชนได้ประโยชน์มากสุด สำหรับประเทศไทยวิธีนี้อาจไม่เหมาะสม เพราะการพิจารณาอาจเป็นการใช้ดุลยพินิจของกรรมการ กสทช. อีกทั้งบริษัทก็จะเสนอเงื่อนไข ราคาต่างๆ มา ซึ่งก็ไม่สามารถใช้ดุลยพินิจตัดสินว่าบริษัทไหนเหมาะสมที่สุด เพราะหากกรรมการเลือกบริษัทใดไป วันหนึ่งก็ต้องมีข้อร้องเรียนตามมามากมาย และคนไทยจะเชื่อถือดุลยพินิจไหม
อยากให้ดูตัวอย่าง การจัดประมูล 3จี ที่ กสทช.กำหนดว่าใครประมูลสูงสุดเป็นผู้ชนะไป ก็ยังมีการร้องเรียนตามมาย้อนหลังอีก จึงถือว่าการใช้ดุลยพินิจในการเลือกคุณสมบัติผู้เข้าประมูล หรือวิธีแบบบิวตี้ คอนเทสต์ อาจไม่เหมาะสมกับไทย
แต่ตอนนี้ ในสหรัฐอเมริกาใช้วิธีการใหม่ในการประมูลคลื่นความถี่ โดยประเมินว่า คลื่นความถี่ย่านไหนมีจำนวนผู้ใช้มากที่สุด ราคาประมูลจะสูงไปด้วย
ส่วนในอนาคต กสทช.ยังคงเป็นองค์กรอิสระหรือไม่ วันนี้ฐากรตอบได้เพียงว่า ตอนนี้สถานะของ กสทช.ยังเหมือนเดิม มีหน้าที่ในการกำกับดูแลและจัดประมูลคลื่นความถี่ด้านโทรคมนาคม วิทยุ และโทรทัศน์ และสนองตอบนโยบายของรัฐบาลเต็มที่
ส่วนการปรับแก้กฎหมายด้านดิจิทัล 10 ฉบับ สถานะของ กสทช.ยังอยู่ที่เดิม แต่สำหรับรัฐธรรมนูญคงต้องไปดูอีกครั้งว่า จะยังคงเขียนให้ กสทช.เป็นองค์กรอิสระหรือไม่ และนั่นจะเป็นจุดชี้ขาดสถานะขององค์กรแห่งนี้อีกครั้ง







