posttoday
ไทยกับการผลิต ชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ

ไทยกับการผลิต ชิ้นส่วนโทรศัพท์มือถือ

27 มกราคม 2558

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2558 ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการพิจารณาการลงทุนได้มีมติอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนแก่บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบไทย เพื่อขยายกำลังผลิต Lighting Device กำหนดจะลงทุน 4,000 ล้านบาท จ้างงานเพิ่มเติมอีก 2,200 คน โดยมีฐานการผลิตที่พระนครศรีอยุธยาและลพบุรี

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. 2558 ที่ผ่านมา คณะอนุกรรมการพิจารณาการลงทุนได้มีมติอนุมัติให้การส่งเสริมการลงทุนแก่บริษัท เอ็นเอ็มบี-มินีแบไทย เพื่อขยายกำลังผลิต Lighting Device กำหนดจะลงทุน 4,000 ล้านบาท จ้างงานเพิ่มเติมอีก 2,200 คน โดยมีฐานการผลิตที่พระนครศรีอยุธยาและลพบุรี

การส่งเสริมการลงทุนข้างต้นนับเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งที่ไทยจะปรับเปลี่ยนอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ ไปสู่ธุรกิจผลิตชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์สำหรับโทรศัพท์มือถือ ซึ่งตลาดเติบโตรวดเร็วมาก จากปัจจุบันที่ไทยเป็นฐานผลิต HDD สำคัญของโลก ซึ่งตลาด HDD ทรงตัว โดยมีอัตราเติบโตต่ำมาก

สำหรับ Lighting Device จะเป็นอุปกรณ์ให้ความสว่างแก่จอ LCD ในอุปกรณ์ต่างๆ เช่น โทรศัพท์มือถือ จอกล้องดิจิทัล จอแท็บเล็ต จอคอมพิวเตอร์ ฯลฯ เพื่อให้มองเห็นจอได้ชัด โดยในช่วงที่ผ่านมาไทย
ส่งออกอุปกรณ์ Lighting Device มากกว่าหมื่นล้านบาท และมีแนวโน้มจะส่งออกเพิ่มขึ้นอย่างก้าวกระโดด  3-4 เท่าตัว ในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

ปัจจุบันเวียดนามนำหน้าประเทศอื่นๆ ในเออีซีมากในธุรกิจผลิตโทรศัพท์มือถือ โดยเวียดนามนับเป็นฐานผลิตสำคัญโทรศัพท์มือถือสำคัญแห่งหนึ่งของโลก เป็นฐานผลิตทั้งของซัมซุง แอลจี และโนเกีย ทั้งนี้ในปี 2557 เวียดนามส่งออกโทรศัพท์มือถือและชิ้นส่วนเป็นมูลค่ามากกว่า 7 แสนล้านบาท ขณะที่ไทยในปี 2557 คาดว่าจะมีมูลค่า
ส่งออกสินค้าและชิ้นส่วนประเภทนี้ไม่ถึง 6 หมื่นล้านบาท

สำหรับอุตสาหกรรมผลิตโทรศัพท์จะมีห่วงโซ่อุปทานค่อนข้างสลับซับซ้อน โดยการนำชิ้นส่วนต่างๆ มาประกอบเป็นโทรศัพท์มือถือจะกระจุกตัวในจีน เวียดนาม และเกาหลีใต้ ขณะที่การผลิตชิ้นส่วนต่างๆ จะกระจายออกไปในประเทศต่างๆ

หัวใจที่สำคัญที่สุดของโทรศัพท์มือถือ คือ ชิปไมโครโพรเซสเซอร์ มีบริษัท ควอลคอมม์ของสหรัฐครองตลาดโลกประมาณครึ่งหนึ่ง เน้นจำหน่ายตลาดบน รองลงมา คือ บริษัท มีเดียเทคของไต้หวัน เน้นจำหน่ายตลาดล่างสำหรับนำไปผลิตเป็นโทรศัพท์มือถือราคาต่ำ

ชิปหน่วยความจำแบบ DRAM ผู้ผลิตรายใหญ่ คือ บริษัท ซัมซุงและบริษัท SK Hynix ของเกาหลีใต้ และบริษัท ไมครอนของสหรัฐ ส่วนชิปหน่วยความจำแบบ Flash Memory มีผู้ผลิตรายใหญ่ คือ
ซัมซุง  และบริษัท โตชิบาของญี่ปุ่น ซึ่งเดิมซัมซุงนำหน้าอย่างไม่เห็นฝุ่น แต่ปัจจุบันโตชิบากำลังรุกคืบ เนื่องจากค่าเงินเยนอ่อนลง ทำให้สามารถขายตัดราคาแก่ผู้ผลิตโทรศัพท์มือถือของจีนที่กำลังมาแรง

ทั้งนี้ ชิป Image Sensors ซึ่งใช้สำหรับจับสัญญาณภาพมาเป็นสัญญาณอิเล็กทรอนิกส์ มีผู้ครองตลาด คือ บริษัท โซนี่ของญี่ปุ่น และบริษัท OmniVision ของสหรัฐ ขณะที่จอภาพโทรศัพท์มือถือซื้อบริษัท ซัมซุงและบริษัท แอลจีของเกาหลีใต้ บริษัท Japan Display และบริษัท ชาร์ปของญี่ปุ่น ฯลฯ

การผลิตโทรศัพท์มือถือ ไม่จำเป็นจะต้องผลิตทุกชิ้นในประเทศ เนื่องจากเป็นสิ่งที่เป็นไปไม่ได้ เพราะเทคโนโลยีของแต่ละชิ้นส่วนสูงมาก ต้องลงทุนแต่ละชิ้นนับแสนล้านบาท ทำให้ยากที่แต่ละบริษัทจะเก่งในทุกสาขาได้ ดังนั้นแต่ละบริษัทจะพยายามทุ่มเททรัพยากรพัฒนาเทคโนโลยีและก่อสร้างฐานการผลิตเฉพาะในส่วนที่ตนเองถนัดให้เหนือกว่าคู่แข่ง เท่านั้นก็นับว่าเพียงพอแล้ว

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน