
ชงบอร์ดบินไทยเลิกสัญญาโคอิโตะ
โพสต์ทูเดย์
— การบินไทยเตรียมเสนอบอร์ด ยกเลิกสัญญา “โคอิโตะ” ที่รับติดตั้งเก้าอี้แอร์บัส เอ 330300นายอำพน กิตติอำพน เลขาธิการคณะกรรมการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ในฐานะประธานคณะกรรม (บอร์ด) การบริษัท การบินไทย เปิดเผยว่า ในการประชุมบอร์ดวันที่ 18 มิ.ย.นี้ จะมีการพิจารณาแก้ไขปัญหากรณีที่บริษัท โคอิโตะ อินดัสทรีส์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตที่นั่งบนเครื่องบินรายใหญ่ของญี่ปุ่น ไม่สามารถดำเนินการติดตั้งเก้าอี้ที่นั่งบนเครื่องบินรุ่นแอร์บัส เอ 330
–300 จำนวน 5 ลำ ได้ตามแผนที่กำหนดขณะนี้ได้มีการเจรจาหาข้อยุติได้แล้ว โดยจะมีการพิจารณาว่าจ้างบริษัทใหม่เข้ามาดำเนินการแทนเพื่อมิให้ส่งผลกระทบกับการใช้ประโยชน์จากเครื่องบินดังกล่าวของการบินไทย
นายปิยสวัสดิ์ อัมระนันทน์ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท การบินไทย กล่าวว่า เพื่อให้บริษัทสามารถดำเนินการได้ตามแผนเดิมในเดือน ก.ย.ต.ค.นี้ จะให้เอกชนรายใหม่เข้ามาทำ ขณะเดียวกันก็จะดำเนินควบคู่ไปกับการฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายจากทางโคอิโตะด้วย
ทั้งนี้ เพราะโคอิโตะทำผิดเงื่อนไข การบินไทยมีสิทธิในการบอกเลิกสัญญาและได้ดำเนินการทำหนังสือแจ้งอย่างเป็นทางการ แต่โคอิโตะ ระบุว่าขอเวลาในการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหานี้ ดังนั้นในช่วง 2 เดือนจากนี้การบินไทยสามารถที่จะหาเอกชนรายใหม่ควบคู่ไปกับการรอฟังคำตอบจากโคอิโตะไปด้วย ทั้งนี้ ความล่าช้าที่เกิดขึ้น ทำให้การบินไทยได้รับผลกระทบไม่สามารถนำเครื่องบินมาทำการบินตามแผนที่กำหนดคิดเป็นรายได้จำนวนมาก
“
หากนำเครื่องบินไปให้เช่าจะมีรายได้ไม่น้อยกว่า 9 แสนเหรียญสหรัฐต่อเดือน 5 ลำ ก็ทำให้สูญรายได้ไม่น้อยกว่า 4.5 ล้านเหรียญสหรัฐต่อเดือน” นายปิยสวัสดิ์ กล่าวส่วนการติดตั้งเก้าอี้แอร์บัส 380 – 800 ในที่นั่งชั้นประหยัด ซึ่งเป็นเครื่องบินที่จะรับมอบในอนาคตการบินไทยได้ทำหนังสือแจ้งไปยังโคอิโตะ เพื่อขอยกเลิกเงื่อนไขในการติดตั้งเก้าอี้บนเครื่องบิน เพื่อมิให้เกิดปัญหาเช่นที่ผ่านมาการบินไทยได้ว่าจ้างโคอิโตเป็นผู้ติดตั้งเก้าอี้ชั้นประหยัดในเครื่องบินแอร์บัส เอ 330
– 300 จำนวน 8 ลำ แต่ได้รับมอบมาแล้ว 3 ลำ ซึ่งไม่มีปัญหาและได้รับใบรับรองมาตรฐานด้านความปลอดภัยแล้ว แต่อีก 5 ลำที่เหลือ มีปัญหาเพราะบริษัทโคอิโตะมีการเปลี่ยนแปลงมาตรฐานเก้าอี้ ทำให้องค์กรสากลในญี่ปุ่นไม่สามารถออกใบรับรองมาตรฐานความปลอดภัยได้ ในส่วนสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองในช่วงเดือนพ.ค.นั้นส่งผลให้อัตราบรรทุกผู้โดยสารของการบินไทยได้ปรับตัวลดลงมาอยู่ที่ 56% จากที่ก่อนหน้านี้อัตราการบรรทุกผู้โดยสารเดิมอยู่ที่ เกือบ 80% ส่งผลให้การบินไทยมีรายได้หายไปประมาณ 3,000 ล้านบาท และล่าสุดในช่วงเดือนมิ.ย.อัตราการบรรทุกเริ่มกลับมาดีขึ้นแล้วโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 69% “ส่วนอัตราการบรรทุกผู้โดยสารจะกลับ เข้าสู่สภาพเดิมเมื่อไหร่นั้นยังบอกไม่ได้ อีกทั้งในช่วงนี้เป็นช่วงโลวซีซั่นหรือช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวทำให้จำนวนนักท่องเที่ยวลดลงด้วยส่วนหนึ่งเช่นกัน”นายปิยสวัสดิ์กล่าวว่าอย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบอัตราการจองล่วงหน้าในช่วง 34 วันที่ผ่านมานั้นพบว่าเริ่มดีขึ้นแล้วด้วยเช่นกันและพบว่าในช่วงเดือนกรกฎาคมก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง เชื่อว่าในช่วงไตรมาส 4 ปีนี้ ซึ่งเป็นช่วงไฮซีซั่นหรือหรือฤดูกาลท่องเที่ยวก็น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติ แต่อย่างไรก็ตามการเข้าสู่สถานการณ์ดังกล่าวได้นั้นขึ้นอยู่กับสภาวะทางการเมืองด้วยว่าจะเป็นอย่างไรเรียกร้อยหรือไม่ ส่วนการที่รัฐบาลจะคงพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินหรือยกเลิกนั้นก็ขึ้นอยู่กับรัฐบาลพิจารณาว่าสิ่งไหนจะดีกว่ากัน ก็อยู่ที่รัฐบาลว่าจะเลือกวิธีการไหน อันไหนทำให้บ้านเมืองสงบมากกว่ากัน
นายปิยสวัสดิ์กล่าวว่า ส่วนเป้าหมายตัวเลขผลประกอบการหรือประมาณการตัวเลขนั้น ขณะนี้ยังไม่มีการปรับ เนื่องจากในช่วงปลายปีที่ผ่านมาที่สถานการณ์การท่องเที่ยวนั้นดี ดังนั้นแม้ในช่วงนี้ไม่ดีแต่ก็จะยังไม่ปรับ แต่ตัวเลขดังกล่าวคงต้องปรับซึ่งขณะนี้กำลังดูอยู่ เนื่องจากในการเพิ่มทุนนั้นจะต้องมาดูตัวเลขประมาณการรายได้กันใหม่







