posttoday
ภาวะการลงทุนอาเซียน ปี 2556-2557

ภาวะการลงทุนอาเซียน ปี 2556-2557

23 มกราคม 2558

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment : FDI) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน ตามรายงานการลงทุนอาเซียน ปี 2556-2557 จัดทำโดย สำนักเลขาธิการอาเซียนและการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ระบุว่า FDI ไหลเข้าภูมิภาคอาเซียนในปี 2556 มีมูลค่า 1.22 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8 ของมูลค่าการลงทุนโดยตรงทั่วโลก

การลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (Foreign Direct Investment : FDI) เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคอาเซียน ตามรายงานการลงทุนอาเซียน ปี 2556-2557 จัดทำโดย สำนักเลขาธิการอาเซียนและการประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการค้าและการพัฒนา (UNCTAD) ระบุว่า FDI ไหลเข้าภูมิภาคอาเซียนในปี 2556 มีมูลค่า 1.22 แสนล้านเหรียญสหรัฐ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 8 ของมูลค่าการลงทุนโดยตรงทั่วโลก

ณ สิ้นปี 2556 FDI สะสมในภูมิภาคนี้มีมูลค่ารวม 1.6 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ และมี FDI สะสมต่อหัวประชากร (FDI stocks per capita) อยู่ที่ 2,500 เหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นจาก 500 เหรียญสหรัฐ เมื่อปี 2543 เนื่องจากทุกประเทศในภูมิภาคนี้ใช้นโยบายส่งเสริมการลงทุนจากต่างประเทศ ประกอบกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่สะท้อนพื้นฐานที่เข้มแข็ง สภาพแวดล้อมการดำเนินนโยบายเศรษฐกิจที่ดีขึ้นและมีกำลังซื้อในภูมิภาคที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปัจจัยเหล่านี้สร้างความเชื่อมั่นให้บริษัทข้ามชาติขนาดใหญ่จากทั่วโลกเข้ามาลงทุน ทั้งการลงทุนใหม่และการขยายการลงทุนเพื่อพัฒนาห่วงโซ่มูลค่า (Value Chain) และพัฒนาเครือข่ายการผลิตในภูมิภาค (Regional Production Network)

ปัจจัยสำคัญที่เอื้อให้มูลค่าการลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศเพิ่มขึ้นประกอบด้วย (1) อัตราการขยายตัวอย่างรวดเร็วของประเทศสมาชิกอาเซียนทั้ง 10 ประเทศ (2) ตลาดขนาดใหญ่ที่มีผู้บริโภค 625 ล้านคน (3) มูลค่าจีดีพีรวมกันเท่ากับ 2.4 ล้านล้านเหรียญสหรัฐ (4) แรงงานวัยหนุ่มสาวที่มีอยู่จำนวนมาก (5) จำนวนชนชั้นกลางที่ขยายตัวเพิ่มขึ้น (6) ตำแหน่งที่ตั้งทางภูมิศาสตร์สามารถเชื่อมโยงกับประเทศนอกภูมิภาคได้อย่างครอบคลุม

ประเทศที่เข้ามาลงทุนในภูมิภาคอาเซียนในอันดับสูงประกอบด้วย (1) ญี่ปุ่น คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 19 (2) นักลงทุนจากประเทศสมาชิกอาเซียนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 17 ทั้งนี้ ในปี 2556 มูลค่าการลงทุนของนักลงทุนอาเซียนในกลุ่มประเทศ CLMV เพิ่มขึ้นร้อยละ 75 (3) เนเธอร์แลนด์ คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9 (4) อังกฤษคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 9 (5) จีนคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 7

การลงทุนส่วนใหญ่อยู่ในภาคบริการและภาคอุตสาหกรรม โดยการลงทุนในภาคอุตสาหกรรมเติบโตอย่างก้าวกระโดด จากที่มีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2555 เป็น 4.1 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ ในปี 2556 ภาคอุตสาหกรรมที่เป็นเป้าหมายการลงทุน ได้แก่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ อุตสาหกรรมยานยนต์และชิ้นส่วน

นักลงทุนที่มีบทบาทสำคัญในการลงทุนภาคอุตสาหกรรมข้างต้น ประกอบด้วยนักลงทุนญี่ปุ่น สหภาพยุโรป และเกาหลี การลงทุนโดยตรงที่เพิ่มขึ้นได้สนับสนุนและนำไปสู่การพัฒนาห่วงโซ่มูลค่าในภูมิภาคให้
เข้มแข็งขึ้น โดยในภาคอุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์มีบริษัทข้ามชาติและบริษัทท้องถิ่นที่หลากหลายเข้ามามีบทบาทและมีส่วนร่วมในห่วงโซ่มูลค่าภูมิภาคชัดเจนขึ้น ในรูปแบบการประกอบและการผลิตชิ้นส่วนซึ่งนำไปสู่การค้าปัจจัยการผลิตขั้นต้นและขั้นกลางในภูมิภาคเพิ่มขึ้น

องค์กรภาคธุรกิจของประเทศสมาชิกอาเซียนที่มีบทบาทสำคัญในการลงทุนโดยตรงในภูมิภาคประกอบด้วย กลุ่มเอสซีจีของประเทศไทย ได้เข้าไปลงทุนในอุตสาหกรรมกระดาษและบรรจุหีบห่อในอินโดนีเซีย รวมทั้งลงทุนอุตสาหกรรมผลิตซีเมนต์ทั้งในอินโดนีเซียและพม่า กลุ่มธนาคาร CIMB ของมาเลเซีย ที่ใช้กลยุทธ์การลงทุนโดยการควบรวมกิจการและได้ขยายกิจการมายังประเทศไทย กลุ่ม Sime Darby ของมาเลเซีย ที่ได้ขยายการลงทุนในหลากหลายอุตสาหกรรมในประเทศอาเซียน กลุ่ม Semen อินโดนีเซีย ที่ได้ขยายการลงทุนไปยังเวียดนาม กลุ่มสหกรุ๊ป ประเทศไทย ที่ได้ร่วมลงทุนกับกลุ่ม MK ของพม่า รวมทั้งกลุ่ม Vinamilk ของเวียดนาม ที่ได้สัมปทานการผลิตในกัมพูชาซึ่งคาดว่าจะเริ่มดำเนินการได้ต้นปี 2558

สำหรับแนวโน้มปี 2557 ต่อเนื่องถึงปี 2558 ผลการสำรวจความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่จัดทำโดยสถาบันการเงินที่มีชื่อเสียงหลายองค์กรได้ชี้ให้เห็นว่า ภูมิภาคอาเซียนยังคงสามารถรักษาความเชื่อมั่นในฐานะเป็นแหล่งรองรับการลงทุนของนักลงทุนต่างชาติในอันดับต้นๆ อันเป็นผลมาจากอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและการดำเนินการเพื่อเป็นประชาคมเศรษฐกิจอาเชียน (AEC) อย่างสมบูรณ์ในปี 2558 ซึ่งจะนำไปสู่การปรับโครงสร้างการผลิตเพื่อลดต้นทุนภายในภูมิภาค และการลงทุนในภาคบริการจะมีบทบาทสำคัญมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน