
แอสเซทพลัสเชียร์หุ้นนอก
บลจ.แอสเซท พลัส เปิดแผนปี 2558 ปั๊มสินทรัพย์โต 20% ชูจุดแข็งเฟ้นหุ้นทั่วโลกเสิร์ฟลูกค้า
บลจ.แอสเซท พลัส เปิดแผนปี 2558 ปั๊มสินทรัพย์โต 20% ชูจุดแข็งเฟ้นหุ้นทั่วโลกเสิร์ฟลูกค้า
นายรัชต์ โสดสถิตย์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) แอสเซท พลัส เปิดเผยว่า บริษัทตั้งเป้าการเติบโตของมูลค่าสินทรัพย์ภายใต้การบริหารในปี 2558 ไว้ที่ 3.7 หมื่นล้านบาท เติบโต 20% จากสิ้นปี 2557 มีมูลค่า 3.09 หมื่นล้านบาท แบ่งเป็นกองทุนรวม 2.23 หมื่นล้านบาท คิดเป็น 72% ของมูลค่าทรัพย์สินสุทธิทั้งหมด และกองทุนส่วนบุคคลมูลค่า 8,663 ล้านบาท คิดเป็น 28%
สำหรับแผนออกกองทุนใหม่ในปีนี้ประมาณ 12 กองทุน ซึ่งจะกระจายการลงทุนไปในหลากหลายสินทรัพย์ครอบคลุมทุกระดับความเสี่ยง และมีสไตล์บริหารเชิงรุกและเชิงรับ เพื่อเพิ่มทางเลือกและสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่น่าพอใจให้ผู้ลงทุนสอดคล้องกับสภาวะตลาด โดยจะเน้นออกกองทุนหุ้นต่างประเทศ ซึ่งบริษัทมีความเชี่ยวชาญในการบริหารจัดการคัดเลือกหุ้นทั่วโลก
นอกจากนี้ จะออกกองทุนทริกเกอร์ กองทุนตราสารหนี้ระยะยาว และกองทุนอสังหาริมทรัพย์ รวมทั้งจะนำเสนอกองทุนที่เสนอขายนักลงทุนที่มิใช่รายย่อย (AI) เป็นทางเลือกอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างโอกาสรับผลตอบแทนที่สูงขึ้น รวมทั้งจะเพิ่มตัวแทนขายจากปัจจุบันมี 30 แห่ง เพื่อเพิ่มความสะดวกแก่ผู้ลงทุน
“ปีนี้การลงทุนคงผันผวนเหมือนปีที่ผ่านมา ซึ่งล่าสุดการประกาศลอยค่าเงินของธนาคารกลางสวิสอาจทำให้นักลงทุนขาดความเชื่อมั่นในนโยบายด้านการเงิน แต่ในแง่ของการลงทุนยังมีโอกาสหากำไรได้ แต่จะต้องจับจังหวะให้ดี” นายรัชต์ กล่าว
ขณะนี้มุมมองการลงทุนในปีนี้ ตลาดหุ้นทั่วโลกน่าสนใจที่สุด โดยเฉพาะหุ้นสหรัฐ ยุโรป ญี่ปุ่น และจีน เนื่องจากมองว่าตลาดหุ้นสหรัฐยังมีโอกาสเติบโตสูงจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ ซึ่งคาดว่าจะขยายตัว 3% ในปีนี้ รวมทั้งการที่ธนาคารกลางสหรัฐอาจชะลอขึ้นอัตราดอกเบี้ยออกไป โดยอาจขึ้นปลายไตรมาส 4 จะส่งผลให้หุ้นสหรัฐเติบโตต่อ
ด้านตลาดหุ้นยุโรปคาดว่าจะได้ผลดีจากการออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจหรือคิวอีรอบใหม่ ส่วนตลาดหุ้นญี่ปุ่น หากนโยบายธนูดอกที่ 3 ของอาเบะโนมิกส์สามารถฟื้นความเชื่อมั่นและกระตุ้นให้เกิดการบริโภคภายในประเทศได้สำเร็จจะผลักดันเศรษฐกิจญี่ปุ่นให้เติบโตอย่างแข็งแกร่งในระยะยาว ส่วนปีนี้คาดว่าเศรษฐกิจญี่ปุ่นจะเติบโต 1%
นายรัชต์ กล่าวว่า ในส่วนของตลาดหุ้นไทยจะได้แรงหนุนหลักจากการใช้จ่ายของโครงการภาครัฐ ส่งผลให้เศรษฐกิจไทยเติบโต โดยมองเป้าหมายดัชนีปลายปีอาจขึ้นเหนือ 1,600 จุด อยู่ในกรอบ 1,581-1,664 จุด และหุ้นกลุ่มที่จะได้ประโยชน์ในลำดับต้นๆ ได้แก่ หุ้นที่เกี่ยวข้องกับนโยบายภาครัฐ เช่น กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง วัสดุก่อสร้าง อสังหาริมทรัพย์ เทคโนโลยีสารสนเทศ อาหาร รวมถึงขนส่งและ โลจิสติกส์
สำหรับแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่าจะทรงตัวอยู่ระดับ 2% ตลอดปี เนื่องจากมองว่าเศรษฐกิจโลกยังอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว ทำให้การ(ส่งออกของไทยยังไม่ดีมาก
“พอร์ตลงทุนในปีนี้แนะนำกระจายลงทุนในหุ้น 50% ตราสารหนี้ 20% ทองและน้ำมัน 15% เงินสด 15% โดยในส่วนของหุ้นแนะนำลงทุนตลาดหุ้นสหรัฐ 30% ยุโรป จีน และญี่ปุ่น แห่งละ 15% ไทย 20% และอื่นๆ 15%” นายรัชต์ กล่าว







