posttoday
คำถามที่ไม่ยอมตอบ

คำถามที่ไม่ยอมตอบ

20 มกราคม 2558

หลัง ยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกมาตอบส่วนหนึ่งของ 35 คำถาม ที่ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตัดสิทธิชี้แจง แต่ผู้เชี่ยวชาญในวงการค้าข้าว เช่น นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน ประธานสมาพันธ์สมาคมชาวนาเเห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ "โพสต์ทูเดย์" โดยมีข้อสังเกตดังนี้

หลัง ยรรยง พวงราช อดีต รมช.พาณิชย์ ในรัฐบาล ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ออกมาตอบส่วนหนึ่งของ 35 คำถาม ที่ถูกสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ตัดสิทธิชี้แจง แต่ผู้เชี่ยวชาญในวงการค้าข้าว เช่น นิพนธ์ วงษ์ตระหง่าน ประธานสมาพันธ์สมาคมชาวนาเเห่งประเทศไทย ให้สัมภาษณ์ "โพสต์ทูเดย์" โดยมีข้อสังเกตดังนี้

นโยบายรับจำนำข้าวยกระดับราคาข้าวไทยให้สูงขึ้นจริงหรือ?

นิพนธ์ : นโยบายจำนำข้าวยกระดับราคาข้าวได้จริง เพราะในช่วงที่รัฐบาลรับจำนำข้าวทุกเม็ด ทำให้พ่อค้าหาซื้อข้าวไม่ได้ จึงต้องมาแย่งซื้อข้าวจากชาวนา โดยก่อนเริ่มโครงการราคาส่งออกข้าวส่งผลให้ในปี 2555 ราคาข้าวขาว 5% เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 573 เหรียญสหรัฐ/ตัน (ราคาเอฟโอบี) จากเฉลี่ย 549 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในปี 2554 แต่เมื่อเข้าปี 2556 ราคาลดลงเหลือ 518 เหรียญสหรัฐ/ตัน และลดลงเหลือ 430 เหรียญสหรัฐ/ตัน ในปี 2557 โดยราคาข้าวเคยต่ำสุดที่ 389 เหรียญสหรัฐ/ตัน โดยล่าสุดราคาอยู่ที่ 400 เหรียญสหรัฐ/ตัน ซึ่งเป็นระดับที่ต่ำกว่าก่อนมีโครงการที่ข้าวขาว 5% ของไทยอยู่ที่ 550-560 เหรียญสหรัฐ/ตัน มีความเสียหายแล้วกว่า 5 แสนล้านบาท และมีข้าวในสต๊อก 18 ล้านตันที่รอขายขาดทุน

ที่สำคัญ นโยบายของรัฐบาลที่เก็บข้าวไว้ในโกดังและรอขายเป็นคนสุดท้าย ส่งผลให้เวียดนามและอินเดีย และผู้ส่งออกรายอื่นๆ โดยเฉพาะอินเดียที่เทสต๊อกข้าวออกมาขายเลย เพราะไม่ห่วงเรื่องภัยธรรมชาติแล้ว แถมยังได้ประโยชน์จากราคาข้าวในตลาดโลกที่เพิ่มสูงขึ้น เห็นได้จากเดิมที่ไทยส่งออกข้าวปีละ 10 ล้านตัน แต่ในปี 2555 ปริมาณส่งออกข้าวลดเหลือ 6.7 ล้านตัน เพราะถูกคู่แข่งแย่งตลาดไปและขายได้ราคาดีด้วย ส่วนข้าวไทยไม่ค่อยมีคนซื้อเพราะแพง ทำให้รัฐรับภาระเก็บข้าว 2,000 ล้านบาท/ปี ในขณะนั้น

รมช.ยรรยง บอกว่า รัฐบาลยิ่งลักษณ์ไม่ได้รับจำนำข้าวทุกเม็ด แต่รับจำนำเฉพาะข้าวคุณภาพ และอายุต้องไม่ต่ำกว่า 110 วัน?

นิพนธ์ : การเริ่มต้นโครงการรับจำนำข้าวปีการผลิต 2554/2555 เมื่อวันที่ 7 ต.ค. 2554 รัฐบาลเปิดรับจำนำข้าวทุกเม็ด โดยไม่จำกัดสายพันธุ์และเปิดให้ข้าวอายุสั้น (ต่ำกว่า 110 วัน) เข้าโครงการได้ แต่ก็เกิดปัญหาคือ ชาวนาโดยเฉพาะในที่ลุ่มภาคกลางแห่ปลูกข้าวอายุสั้น ปลูกปีละ 3-4 รอบ เพื่อนำข้าวเข้าโครงการให้มากที่สุด ทำให้ข้าวไม่ได้คุณภาพ จนเกิดการร้องเรียนจากผู้ตรวจสอบคุณภาพข้าว (เซอร์เวเยอร์) และโกดัง  ว่า ข้าวที่ส่งเข้าโกดังคุณภาพต่ำมาก จึงนำไปสู่การปรับปรุงโครงการ โดยเมื่อวันที่ 11 มี.ค. 2556 คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) มีมติกำหนดห้ามไม่ให้ข้าว 18 สายพันธุ์ และข้าวที่มีอายุต่ำกว่า 110 วัน เข้าโครงการรับจำนำข้าวตั้งแต่ข้าวนาปรังปีการผลิต 2556 (ก.พ.-ก.ย. 2556) และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติวันที่ 31 มี.ค. 2556 พร้อมทั้งจำกัดวงเงินรับจำนำไม่เกิน 5 แสนบาท/ราย เพราะแบกรับค่าใช้จ่ายในโครงการไม่ไหว และข้าวสารในโกดังที่ซื้อเข้ามาก็ขายไม่ได้

นโยบายรับจำนำทำให้ชาวนามีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้น?

นิพนธ์ : ชาวนารายใหญ่ๆ หรือรายกลาง โดยเฉพาะในเขตชลประทานภาคกลางมีอำนาจต่อรองเพิ่มขึ้นจริง แต่ชาวนาส่วนใหญ่คือ ชาวนาอีสานและภาคเหนือ ที่มีพื้นที่ปลูกข้าวไม่มาก เขาอยากเข้าโครงการมากๆ แต่มีปัญหาการขนข้าวไปจำนำที่โรงสี เพราะรถให้เช่าก็ไม่มีเหมือนภาคกลาง และปกติเขาปลูกข้าวไว้กิน ถ้าเหลือข้าวแล้วอยากนำเข้าโครงการก็จ้างรถสองแถวนั่งคุมกระสอบข้าวไปส่งโรงสี เขาจึงขายให้พ่อค้าที่มารับซื้อถึงที่ นี่จึงทำให้ข้าวบางส่วนไม่เข้าโครงการ และถูกนำไปอ้างว่าข้าวไม่ได้เข้าโครงการทุกเม็ด

รัฐบาลยิ่งลักษณ์ยืนยันว่ามีการเข้มงวดในการทุจริต?

นิพนธ์ : ผมขอถามที่บอกว่าดำเนินคดีไปแล้ว 270 กว่าคดีนั้น คดีไปถึงไหนแล้ว เพราะที่ทราบมาโรงสีหรือโกดังที่อยู่ในแต่ละโซนในทุกภาคจะมีนักการเมืองคุมโควตาอยู่ โกดังที่จะเข้าโครงการได้จะต้อง "ขอ" ไปนักการเมืองแต่ละโซน อย่างคดีเอาปลายข้าวมาปลอมเป็นข้าวหอมมะลิที่โคราช เป็นโกดังข้าวที่อยู่ในโซนของนักการเมืองใหญ่คนหนึ่ง วันนี้มีการดำเนินการแล้วหรือยัง หรือคดีไปถึงไหน 

อีกทั้งหากไปดูในสัญญาเช่าโกดังและจ้างเซอร์เวเยอร์ตรวจสอบข้าวก่อนนำเข้าโกดัง ก่อนปีการผลิต 2556/2557 หรือ 4 ใน 5 ฤดูกาลของโครงการรับจำนำข้าวสมัยรัฐบาลยิ่งลักษณ์ สัญญาเขียนชัดเลย เจ้าของโกดังไม่ต้องรับผิดชอบคุณภาพข้าว เพราะทำหน้าที่เหมือนผู้ให้เช่าบ้าน ส่วนผู้เช่าจะเอาไปทำอะไรไม่เกี่ยว และไม่ต้องรับผิดชอบกรณีของในบ้านเสียหาย เช่นกันเซอร์เวเยอร์ก็ดูแค่ข้าวตอนขาเข้าโกดัง ถ้าตอนออกมีข้าวเน่า ข้าวเสียก็ไม่ต้องรับผิด มีแต่เฉพาะสัญญาที่ทำในปีการผลิต 2556/2557 เท่านั้น ที่โกดังและเซอร์เวเยอร์ต้องรับผิดชอบ 100%

การขาดทุน 5-6 แสนล้านบาท เป็นการลงทุนเพื่อชาวนา?

นิพนธ์ : เงิน 100 บาท ลงไปถึงชาวนาแค่ 40 บาท ซึ่งรวมหมดทั้งชาวนารวย ชาวนาจน แต่เงินอีก 60 บาท ตกไปอยู่กับนักการเมือง โรงสี โกดัง และเซอร์เวเยอร์ โดยเฉพาะนักการเมืองที่รับเงินในทุกขั้นตอน สำหรับการระบายข้าวที่อ้างว่าทำเหมือนรัฐบาลที่ผ่านๆ มาก็พบว่าส่วนใหญ่หนักไปทางขายข้าวราคาถูกให้พ่อค้าที่เป็นพรรคพวก หรือขายข้าวที่อ้างว่าเป็นแบบจีทูจี แต่นำข้าวไปเร่ขายให้โรงสีเพื่อนำเวียนเทียนซ้ำเข้าโครงการ แล้วเอาข้าวที่รับจำนำมาไปสีแปรขายเอง หลักฐานก็มีอยู่ข้าวบางกระสอบพิมพ์ข้างกระสอบเป็นปี 2554/55 แต่ในบัญชีเขียนว่าปีการผลิต 2555/56

นี่คือคำถามที่ ยรรยง อดีตปลัดกระทรวงพาณิชย์ ที่กินตำแหน่งข้าราชการซี 11 และก้าวไปเป็นรมช.พาณิชย์ ไม่ยอมตอบ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน