
เซ็นทรัลส่งความห่วงใย 3 จังหวัดชายแดนใต้
อยู่คู่คนไทยมากว่า 67 ปี ในโอกาสนี้ห้างเซ็นทรัลเน้นทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง
อยู่คู่คนไทยมากว่า 67 ปี ในโอกาสนี้ห้างเซ็นทรัลเน้นทำกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง เน้นการจ้างงานพี่น้องในพื้นที่ อ.รือเสาะ จ.นราธิวาส และบริเวณใกล้เคียงด้วยผลิตภัณฑ์งานฝีมือปักเย็บกระเป๋าผ้า “Love Thailand” โดย นิตย์สินี จิราธิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ร่วมกับบริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล กล่าวว่า ในฐานะองค์กรภาคเอกชนที่อยู่คู่คนไทยมานาน ต้องเกื้อกูลพี่น้องที่เดือดร้อนได้บ้าง ซึ่งหนทางหนึ่งที่เซ็นทรัลยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือได้ คือ การเสนองานให้กับพี่น้องชุมชนในพื้นที่ ในปีนี้เป็นการร่วมแรงร่วมใจโดยโรงงาน Hand in Hand อ.รือเสาะ โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้าสำเร็จรูปของกรมส่งเสริมอุตสาหกรรม กระทรวงอุตสาหกรรม ที่มีวัตถุประสงค์หลักในการช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่เดือดร้อนจากปัญหาความไม่สงบในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนใต้ ให้มีงานทำในถิ่นกำเนิด มีรายได้ที่แน่นอน นั่นหมายรวมถึงการช่วยให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น
“การผลิตกระเป๋าผ้าเพื่อนำมาจำหน่าย เซ็นทรัลมีส่วนร่วมตลอดกระบวนการ ตั้งแต่ริเริ่มออกแบบ พัฒนาและสนับสนุนเงินทุนในการผลิตรวมถึงการเป็นช่องทางการจำหน่าย โดยนำรายได้จากการจำหน่ายมอบคืนกลับไปยังผู้ที่ได้รับผลกระทบ รวมถึงเตรียมเป็นทุนการศึกษามอบให้แก่เยาวชนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ผ่าน “กองทุนพัฒนาเด็กและเยาวชนในถิ่นทุรกันดาร (กพด.)” ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยกระเป๋าผ้าดังกล่าวสามารถกลับใช้ได้ทั้งสองด้าน ด้านหนึ่งมีตัวอักษรคำกว่า Love Thailand และปักลูกปัดด้วยมือ มีให้เลือก 2 สี คือ สีส้มและสีฟ้า ส่วนอีกด้านจะเป็นลายดอกไม้สวยงาม ทั้งนี้จะวางจำหน่ายที่ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา ในราคาใบละ 1,500 บาท” นิตย์สินี ผู้บริหารห้างเซ็นทรัล กล่าว
เจ้าหน้าที่ธุรการโครงการ “Love Thailand” นัตเราะห์ สาและ เผยว่า “ดีใจมากที่ห้างเซ็นทรัลมอบหมายงานชิ้นนี้มา เพราะที่ผ่านมามีงานป้อนเข้ามาค่อนข้างน้อยทำให้ชาวบ้านขาดรายได้ ที่ผ่านมางานส่วนใหญ่ที่ได้รับจะเป็นประเภทเสื้อ กระเป๋าลดโลกร้อน ยังไม่เคยได้รับงานที่มีคุณภาพสูงเหมือนกระเป๋าปักมือในครั้งนี้ ซึ่งชาวบ้านทุกคนมีความตั้งใจทำงานมาก
แม้ระหว่างการทำงานเคยเกิดเหตุการณ์วางระเบิดบริเวณใกล้เคียง สร้างความหวาดผวาให้กับพนักงานเป็นอย่างมาก แต่เมื่อสถานการณ์ผ่านไปทุกคนก็เดินหน้าทำงานต่อเต็มที่เพื่อให้งานเสร็จทันกำหนด “อยากให้มีโครงการลักษณะนี้เข้ามามากๆ เพื่อสร้างรายได้ให้กับเพื่อนร่วมงานทุกคน เพราะหลายคนได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นที่ บางคนสามีซึ่งเป็นเสาหลักของครอบครัวเสียชีวิต ต้องหาเงินเลี้ยงลูกเพียงลำพัง ประกอบกับสภาพอากาศไม่เอื้ออำนวยในการกรีดยางเพราะฝนตกหนัก ฉะนั้น ถ้าไม่มีงานเข้ามาหลายคนจะลำบากมาก จึงอยากให้ภาคเอกชนเข้ามาสนับสนุนในการสั่งผลิตสินค้า” นัตเราะห์ คนทำงานในพื้นที่ อ.รือเสาะ กล่าว
ขณะที่ กิติพงศ์ บุญรอด หนุ่มไทยพุทธหัวหน้างานฝ่ายตัดผ้า วัย 28 ปี ด้วยประสบการณ์ทำงานมา 5 ปี กล่าวว่า รู้สึกดีกับโครงการนี้มาก “ที่ผ่านมายังไม่เคยได้งานที่สร้างมูลค่าและรายได้ให้กับผมมากเท่ากับครั้งนี้มาก่อน ก่อนหน้านี้ผมรับจ้างทั่วไปมีรายได้ไม่มาก แต่พอมีงานทำกระเป๋าเกิดขึ้น ช่วยเพิ่มรายได้ให้ผมมากขึ้น อีกทั้งเป็นงานคุณภาพด้วย ยิ่งเป็นสิ่งท้าทาย ทำให้ผมมีโอกาสพัฒนาผลงานให้มีคุณภาพสูง เป็นความภูมิใจ ถึงจะเป็นงานใหม่ที่ยังไม่เคยทำ แต่พอได้รับมอบหมายมา ผมพยายามเรียนรู้อย่างเต็มที่ เริ่มจากเข้าอบรมที่กรมส่งเสริมฯ 5 วัน แล้วกลับมาสอนงานให้เพื่อนพนักงานต่อ รวมทั้งการประสานงานและรายงานไปยังกระทรวงอุตสาหกรรมตลอดการทำงาน
“ตอนทำงานที่โรงงานเคยมีการปาระเบิดในบริเวณรัศมี 500 เมตร ทำให้ต้องหยุดการผลิตไป 2 วัน แต่หลังจากนั้นผมและเพื่อนๆ ก็กลับมาตั้งใจทำงานกันต่อเพื่อให้เสร็จตามกำหนด และอยากให้ภาคเอกชนมั่นใจในการป้อนงานให้กับโรงงาน ผมและทุกคนเราทำงานกันอย่างทุ่มเทเพื่อให้ได้มาตรฐาน เพราะไม่ได้มีโอกาสบ่อยๆ ที่จะได้รับงานในจำนวนการผลิตมากเท่านี้ และหวังว่าจะได้รับงานเข้ามาอย่างต่อเนื่อง” กิติพงศ์ กล่าว
สนับสนุนกระเป๋าผ้า 1 ใบ “ให้” มากกว่าที่คิด ร่วมสานต่อน้ำใจมอบแด่พี่น้อง 3 จังหวัดชายแดนใต้ โดยเป็นเจ้าของกระเป๋า “Love Thailand” ได้แล้วตั้งแต่วันนี้ ในราคาใบละ 1,500 บาท ที่จุดแลกซื้อ ห้างเซ็นทรัลทุกสาขา







