
วิริยะฯเบี้ยหดติดลบ2.1%
วิริยะฯ กวาดเบี้ย 11 เดือน 3 หมื่นล้าน ติดลบ 2.1% ไม่หวั่นค่าเสียหายเบื้องต้นพุ่ง เพิ่มบริการดึงลูกค้าเก่า
วิริยะฯ กวาดเบี้ย 11 เดือน 3 หมื่นล้าน ติดลบ 2.1% ไม่หวั่นค่าเสียหายเบื้องต้นพุ่ง เพิ่มบริการดึงลูกค้าเก่า
แหล่งข่าวจากสำนักงานอัตราเบี้ยประกันวินาศภัย รายงานว่า 11 เดือนแรก บริษัท วิริยะประกันภัย มีเบี้ยประกันภัยรับรวม 3.03 หมื่นล้านบาท ลดลง 2.19% ขณะที่อุตสาหกรรมเติบโต 0.41% อย่างไรก็ตามยังมีส่วนแบ่งทางการตลาดสูงสุด 16.35% โดยมีจำนวนกรมธรรม์ที่อยู่ในการดูแลทั้งสิ้น 6.22 ล้านฉบับ
นายนที ไชยกาล ผู้ช่วยผู้จัดการฝ่ายสินไหมทดแทน บริษัท วิริยะประกันภัย เปิดเผยว่า การปรับเพิ่มค่าเสียหายเบื้องต้นตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้ประสบภัยจากรถ พ.ศ. 2535 จาก 1.5 หมื่นบาท/คน เพิ่มเป็น 3 หมื่นบาท/คน รวมแล้วจะมีวงเงินความคุ้มครองค่าเสียหายเบื้องต้นสูงสุดคนละไม่เกิน 6.5 หมื่นบาท ไม่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของบริษัท โดยบริษัทได้ให้ความคุ้มครองตั้งแต่เวลา 0.01 วินาทีของวันที่ 26 ธ.ค. 2557 หลังจากรัฐบาลประกาศวันที่ 25 ธ.ค. 2557
ทั้งนี้ ในช่วง 7 วันอันตรายระหว่างวันที่ 30 ธ.ค. 2557-5 ม.ค. 2558 ลูกค้าของบริษัท วิริยะประกันภัย ที่ขับรถเก๋งประสบอุบัติเหตุทั่วประเทศ 6,325 ครั้ง บาดเจ็บ 497 ราย เสียชีวิต 29 ราย ประเมินค่าสินไหมทดแทนที่จะต้องจ่ายกรณีบาดเจ็บถึงเสียชีวิตประมาณ 21 ล้านบาท และความเสียหายต่อทรัพย์สินประมาณ 210 ล้านบาท ส่วนลูกค้าที่ขับขี่รถจักรยานยนต์บาดเจ็บ 296 ราย และเสียชีวิต 16 ราย ประเมินค่าเสียหายที่ต้องชดใช้กรณีบาดเจ็บและเสียชีวิตประมาณ 6 ล้านบาท และค่าเสียหายต่อทรัพย์สินประมาณ 4 ล้านบาท
“ปี 2558 บริษัทจะเร่งพิจารณาชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้เร็วที่สุด ด้วยการดึงระบบคอมพิวเตอร์เข้ามาใช้ในการให้บริการ เพิ่มประสิทธิภาพจุดรับบริการแจ้งเหตุให้มีความคล่องตัวในการทำงานมากขึ้น ปรับปรุงเครื่องไม้เครื่องมือในการทำงาน เร่งการไปให้ถึงลูกค้าให้เร็วขึ้นกว่าปีที่ผ่านมา เพื่อดึงลูกค้าเก่าให้อยู่กับบริษัทในปีต่อๆ ไป” นายนที กล่าว
นอกจากนี้ จะเปิดทางให้ลูกค้ามีทางเลือกในการทำประกันภัยรถมากขึ้น ด้วยการหันมาออกแบบประกันภัยรถยนต์ประเภท 2 พลัส และ 3 พลัส ที่จะให้ความคุ้มครองการเกิดอุบัติเหตุจากรถชนรถ ซึ่งจะเหมาะกับรถที่มีอายุตั้งแต่ 7 ปีขึ้นไปที่ไม่สามารถทำประกันภัยชั้น 1 ได้ เพราะรถอายุเกิน เป็นการรักษาลูกค้าเก่า และยังช่วยให้ลูกค้าประหยัดค่าใช้จ่ายในยุคเศรษฐกิจชะลอตัวด้วย โดยจะปรับราคาให้แข่งขันกับตลาดได้แต่จะสูงกว่าตลาดเล็กน้อย จากเดิมที่แพงมาก เพราะต้นทุนบริการของบริษัทได้รับการยอมรับว่ามีคุณภาพทั้งการตรวจสอบอุบัติเหตุ การจัดซ่อมรถ จะทำให้ลูกค้าเก่าไม่ย้ายไปทำประกันภัยกับบริษัทอื่น
“ที่ผ่านมาเราไม่ได้บูมประกันชั้น 2 พลัส และประกันชั้น 3 พลัส แต่ปี 2558 มีลูกค้าที่มีรถเกิน 7 ปี ที่เขาอยากจะทำประกันรถกับเราต่อ แต่เบี้ยเราแพงมาก เขาอยากให้เราปรับราคาเพื่อจะซื้อได้ เราก็จะปรับ แต่ลูกค้าต้องรับความเสี่ยงเองเพิ่มขึ้น ปีนี้จึงจะเห็นเรามาทำตลาดนี้มากขึ้น” นายนที กล่าว







