
ดีซีฯขยายธุรกิจ‘พีอาร์อาเซียน’
ดีซีฯ ลุยประชาสัมพันธ์อาเซียน ผนึกพันธมิตร 10 ประเทศ รับสินค้าแห่ใช้บริการเปิดเออีซีไตรมาส 4
ดีซีฯ ลุยประชาสัมพันธ์อาเซียน ผนึกพันธมิตร 10 ประเทศ รับสินค้าแห่ใช้บริการเปิดเออีซีไตรมาส 4
นายดนัย จันทร์เจ้าฉาย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดีซี คอนซัลแทนส์ แอนด์ มาร์เก็ตติ้ง คอมมูนิเคชั่นส์ ผู้บริหารและผู้เชี่ยวชาญในการทำประชา สัมพันธ์ เปิดเผยว่า ปลายปี 2558 การเปิด ประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ที่จะเกิดขึ้น ขณะนี้ บริษัทได้เตรียมขยายธุรกิจเพื่อรองรับความต้องการของตลาดไว้แล้ว เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพและโอกาสในการเติบโตยังเป็นไปได้อีกมาก
ทั้งนี้ บริษัทวางแผนจับมือร่วมกับพันธมิตรที่มีความแข็งแกร่งในแต่ละประเทศครอบคลุมทวีปเอเชียแล้ว เมื่อเข้าสู่ไตรมาส 4 จะครบทั้ง 10 ประเทศ อาทิ มาเลเซีย เวียดนาม กัมพูชา ลาว ฟิลิปปินส์ ญี่ปุ่น ศรีลังกา และอินเดีย ฯลฯ โดยกลยุทธ์การตลาดช่วงต้นปี บริษัทจะเริ่มสร้างความรู้และความเข้าใจการทำประชาสัมพันธ์ในต่างประเทศให้กับภาคธุรกิจ ภายในองค์กรต่างๆ ได้ตระหนักถึงความสำคัญด้านนี้ สำหรับแผนรับงานประชาสัมพันธ์ในอาเซียนนั้น บริษัทยังไม่คาดหวังด้านรายได้ เพราะยังอยู่ในช่วงเริ่มต้นเท่านั้น สำหรับรายได้รวมของบริษัทในสิ้นปีนี้ ตั้งเป้ามีอัตราเติบโต 15%
ในขณะที่ปัจจัยหลักที่ทำให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องใช้การประชาสัมพันธ์หากมีการเปิดเออีซีนั้น เพราะเป็นงานที่เกี่ยวเนื่องกัน ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความรู้และความเข้าใจกับพนักงานภายในองค์กร รองรับการขยายงานไปยังตลาดต่างประเทศ การเข้าซื้อหรือควบรวมกิจการ จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ แม้กระทั่งการสื่อสารภาวะสินค้าหรือประสบปัญหาแบรนด์เกิดภาวะวิกฤต ก็ล้วนแต่ต้องใช้งานประชา สัมพันธ์สร้างภาพลักษณ์ที่ดีแทบทั้งสิ้น
นายดนัย กล่าวว่า ภาพรวมของธุรกิจประชาสัมพันธ์ที่มีมูลค่ากว่า 1 หมื่นล้านบาทนั้น คาดว่าในปี 2558 จะมีอัตราการเติบโตประมาณ 5-10% เมื่อเทียบกับปีที่ผ่านมาที่เติบโต 10% เนื่องจากเป็นธุรกิจที่ได้รับผลกระทบจากสภาวะเศรษฐกิจตกต่ำน้อย อีกทั้งลักษณะของงานที่ช่วยสร้างความน่าเชื่อถือ ซึ่งภาคธุรกิจต้องทำอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งปี หากเปรียบเทียบกับธุรกิจโฆษณาหรือการจัดอีเวนต์จะได้รับผลกระทบมากกว่า
“การทำประชาสัมพันธ์ เมื่อก้าวเข้าสู่ยุคดิจิทัลและเทคโนโลยีที่มีอิทธิพลต่อไลฟ์สไตล์ผู้บริโภคจึงต้องปรับเนื้อหาการสื่อสารให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายและเฉพาะเจาะจงยิ่งขึ้น โดยเฉพาะการสื่อสารผ่านสมาร์ทโฟนก็เป็นช่องทางหนึ่งที่สำคัญ ขณะเดียวกันเจ้าของสินค้าต้องรู้ว่าเป้าหมายเป็นกลุ่มใด” นายดนัย กล่าว







