
เลิกอุ้มแอลพีจี-ราคาอาหารพุ่ง
สัปดาห์ที่ผ่านมา นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.)
สัปดาห์ที่ผ่านมา นายณรงค์ชัย อัครเศรณี รมว.พลังงาน เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการบริหารนโยบายพลังงาน (กบง.) พร้อมมีมติกำหนดแนวทางปรับโครงสร้างราคาก๊าซหุงต้ม (แอลพีจี) ทั้งระบบให้สะท้อนต้นทุนที่เหมาะสม โดยกำหนดราคาตั้งต้นของผู้ใช้ทุกกลุ่ม ทั้งภาคครัวเรือน ขนส่ง อุตสาหกรรม และปิโตรเคมีให้เป็นราคาเดียวกัน ซึ่งจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 2 ก.พ. 2558 เป็นต้นไป
ขณะที่ นายศิริ จิระพงษ์พันธ์ ผู้อำนวยการ สถาบันปิโตรเลียมแห่งประเทศไทย กล่าวว่า การลอยตัวแอลพีจีจะทำให้กองทุนน้ำมันฯ ไม่มีภาระในการชดเชย และมีผลให้ราคาขายปลีกน้ำมันลดลงได้ ส่วนราคาน้ำมันในตลาดโลกคาดว่าครึ่งปีแรกยังอยู่ที่เฉลี่ย 50-60 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล
เงินเฟ้อต่ำสวนอาหารพุ่ง
นายสมเกียรติ ตรีรัตนพันธ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (เงินเฟ้อ) เดือน ธ.ค. 2557 อยู่ที่ 106.65 สูงขึ้น 0.06% เทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน ซึ่งเป็นการขยายตัวต่ำสุดในรอบ 62 เดือน ส่งผลให้เงินเฟ้อทั้งปี 2557 สูงขึ้น 1.89% จากปีที่ผ่านมา ต่ำกว่ากรอบที่ประเมินไว้ที่ระดับ 2-2.8% เนื่องจากดัชนีหมวดไม่ใช่อาหารและเครื่องดื่มลดลง 0.74% โดยเฉพาะน้ำมันเชื้อเพลิงที่ลดลง 14.55% ส่วนดัชนีหมวดอาหารและเครื่องดื่มที่ไม่มีแอลกอฮอล์สูงขึ้น 3.16% และคาดว่าแนวโน้มเงินเฟ้อปีนี้น่าจะอยู่ในกรอบ 1.8-2.5% แต่อาจขยายตัวต่ำกว่ากรอบที่ประเมินไว้ หากราคาน้ำมันในตลาดโลกลดลงต่อเนื่อง
เอาจริงคิดค่าโทรวินาที
หลังจากที่สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เห็นชอบการกำหนดอัตราค่าบริการโทรศัพท์เคลื่อนที่ตามเวลาการใช้งานจริง โดยคิดเป็นวินาทีตามที่คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ปฏิรูปการคุ้มครองผู้บริโภคเสนอ เบื้องต้นจากโทรศัพท์ทั้งหมด 94 ล้านเลขหมาย หากคิดเป็นวินาทีจะประหยัดเงินเดือนละ 3,591 ล้านบาท หรือปีละ 4.30 หมื่นล้านบาท โดย นายฐากร ตัณฑสิทธิ์ เลขาธิการ กสทช. กล่าวว่า จะเริ่มทำอัตราค่าบริการเป็นวินาทีตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค.นี้ ซึ่งการให้บริการคิดตามจริงเป็นวินาทีในแพ็กเกจ หรือโปรโมชั่นใหม่ไปเลยจะทำได้ง่ายกว่า ส่วนค่าบริการถาวรที่ไม่ใช้โปรโมชั่นจากนาทีเป็นวินาทีก็ต้องใช้เวลา แต่จะเสร็จตามกำหนดแน่นอน
อังกฤษขอเอี่ยวรถไฟ
พล.อ.อ.ประจิน จั่นตอง รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ทางทูตอังกฤษได้แสดงความสนใจเข้ามาร่วมลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทย ได้แก่ การลงทุนรถไฟทางคู่ สนามบินสุวรรณภูมิ รวมถึงท่าเรือชายฝั่งขนาดใหญ่ ซึ่งขณะไทยนี้มีแผนพัฒนาทั้งรถไฟทางคู่ขนาดราง 1 เมตร และขนาดราง 1.435 เมตร รวมถึงการปรับปรุงท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริเวณทางวิ่งและหลุมจอดตลอดจนการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุด จ.ระยอง ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี ท่าเรือปากบารา จ.สตูล และท่าเรือสงขลา 2 หลังจากนี้กระทรวงจะให้ตัวแทนรัฐบาลอังกฤษไปหารือในรายละเอียดการลงทุนรถไฟทางคู่กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง







