posttoday
กรุงไทยชู‘เอเชียเหนือ’เด่น

กรุงไทยชู‘เอเชียเหนือ’เด่น

09 มกราคม 2558

บลจ.กรุงไทยมองดอกเบี้ยต่ำหนุนเงินเข้าหุ้น ชูเอเชียเหนือผันผวนน้อย ส่งทริกเกอร์ฟันด์หากำไร

บลจ.กรุงไทยมองดอกเบี้ยต่ำหนุนเงินเข้าหุ้น ชูเอเชียเหนือผันผวนน้อย ส่งทริกเกอร์ฟันด์หากำไร

นางชวินดา หาญรัตนกูล กรรมการผู้จัดการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน (บลจ.) กรุงไทย (KTAM) เปิดเผยว่า บริษัทมองว่าตลาดหุ้นเอเชียเหนือยังน่าสนใจ เมื่อเทียบกับตลาดหุ้นทั่วโลก จึงเปิดจำหน่ายกองทุนเปิดเคแทม นอร์ท เอเชีย อิควิตี้ 5% ทริกเกอร์ ฟันด์ (KTNA5) ในวันที่ 12–20 ม.ค. 2558 ลงทุนขั้นต่ำ 1 หมื่นบาท ราคาหน่วยลงทุนละ 10 บาท

กองทุนจะลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนอีทีเอฟในตลาดต่างประเทศเพื่อสร้างผลตอบแทนจากการลงทุนให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของดัชนีหุ้นของประเทศในภูมิภาคเอเชียเหนือ ได้แก่ ญี่ปุ่น จีน ฮ่องกงและเกาหลีใต้ โดยซื้อขายหน่วยลงทุนในตลาดหลักทรัพย์โตเกียว ฮ่องกงและเกาหลีใต้ โดยตั้งเป้าหมายผลตอบแทน 5% ในเวลา 6 เดือน เลิกโครงการโดยอัตโนมัติเมื่อหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 10.7000 บาท เป็นเวลา 3 วันทำการติดต่อกันขึ้นไป

“กองทุนนี้จะบริหารในเชิงรุกและสามารถปรับลดสัดส่วนการลงทุนได้ตามความเหมาะสม เพื่อให้ได้ผลตอบแทนตามเป้าหมาย โดยเบื้องต้นเน้นลงทุนในตลาดหุ้นญี่ปุ่น ฮ่องกง และเกาหลี เนื่องจากหุ้นจีนปรับตัวขึ้นมามากแล้วจึงต้องรอจับจังหวะในการเข้าลงทุน” นางชวินดา กล่าว

นายวีระ วุฒิคงศิริกูล รองกรรมการผู้จัดการ สายงานจัดการลงทุน บลจ.กรุงไทย กล่าวว่า บริษัทมองว่าทิศทางอัตราดอกเบี้ยทั่วโลกยังอยู่ในระดับต่ำ ตลาดหุ้นจึงเป็นทางเลือกสำคัญสำหรับนักลงทุนทั่วโลก โดยเฉพาะตลาดหุ้นภูมิภาคเอเชียเหนือ ซึ่งมองว่าจะมีความผันผวนน้อยกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ เนื่องจากมีปัจจัยบวกสนับสนุนให้ราคาหุ้นปรับตัวขึ้นได้ต่อ โดยเฉพาะจีนยังเป็นตลาดหลักที่ขับเคลื่อนเศรษฐกิจโลก โดยคาดว่าจะเติบโต 7.1% ในปี 2558 และ 6.8% ในปี 2559

อย่างไรก็ตาม แม้การเติบโตมีแนวโน้มลดลง แต่ทางการมีนโยบายผ่อนคลายมากขึ้นและมีแนวโน้มจะใช้มาตรการผ่อนคลายทางการเงินต่อเนื่อง เพื่อให้เศรษฐกิจเติบโตและรักษาระดับการจ้างงานให้อยู่ในระดับที่เหมาะสม

สำหรับญี่ปุ่นมีหลายปัจจัยสนับสนุนจากการผ่อนคลายนโยบายการเงินเพิ่มเติมและนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจรวมถึงแนวโน้มการลดภาษีนิติบุคคล ซึ่งจะเป็นปัจจัยบวกที่ช่วยให้กำไรของบริษัทจดทะเบียนเพิ่มขึ้น รวมถึงการที่กองทุนบำเหน็จบำนาญรัฐบาลญี่ปุ่นปรับสัดส่วนการลงทุนในหุ้นเพิ่มขึ้นจาก 12% ของมูลค่าเงินลงทุนเป็น 25%

ขณะที่ตลาดหุ้นฮ่องกงจะได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของประเทศจีน โดยคาดว่าบริษัทจดทะเบียนจะมีกำไรเติบโต 10.2% ขณะที่มูลค่าหุ้นค่อนข้างถูกเมื่อเทียบกับอดีตและคาดว่าดัชนีใน 12 เดือนข้างหน้าจะเติบโต 12.3% ส่วนประเทศเกาหลีใต้จะได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลก จากการส่งออกที่สูงขึ้น โดยคาดเป้าหมายดัชนีตลาดหุ้นเกาหลีในปีนี้จะเติบโตประมาณ 20.2%

“การปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐไม่น่าจะทำให้เงินไหลออกจากตลาดเอเชียรุนแรง เนื่องจากนักลงรับรู้ข่าวแล้ว ขณะที่ยุโรปยังไม่ฟื้นเต็มที่ยังต้องมีมาตรการอัดฉีดสภาพคล่อง ญี่ปุ่นก็อัดฉีดเงินกระตุ้นเศรษฐกิจอยู่จึงดึงดูดเงินลงทุนได้” นายวีระ กล่าว

สำหรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของไทยคาดว่ายังอยู่ในระดับต่ำ เพื่อรอประเมินสถานการณ์เศรษฐกิจ ขณะที่หุ้นไทยปีนี้มองเป้าหมายที่ 1,680 จุด

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน