posttoday
ใส่ถุงมั้ยคะ…???

ใส่ถุงมั้ยคะ…???

08 มกราคม 2558

วลีเด็ดของพนักงานร้านค้าสะดวกซื้อ มักพูดเสมอหลังจาก Check out สินค้าให้ลูกค้าแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้การซื้อหมากฝรั่ง 5 บาท เพียงแค่ชิ้นเดียว พนักงานก็ยังคว้าถุงพลาสติกก๊อบแก๊บมาใส่ให้ ลูกค้าก็คว้าไปโดยไม่ได้ไยดีอะไร ส่วนใหญ่แล้วจะนำไปทิ้งๆ ขว้างๆ ซึ่งพนักงานแคชเชียร์หุ่นยนต์จะทำหน้าที่ของเขาไปตามที่อบรมมาว่าจะต้องใส่ถุงให้ลูกค้าเสมอ

วลีเด็ดของพนักงานร้านค้าสะดวกซื้อ มักพูดเสมอหลังจาก Check out สินค้าให้ลูกค้าแล้ว ซึ่งก่อนหน้านี้การซื้อหมากฝรั่ง 5 บาท เพียงแค่ชิ้นเดียว พนักงานก็ยังคว้าถุงพลาสติกก๊อบแก๊บมาใส่ให้ ลูกค้าก็คว้าไปโดยไม่ได้ไยดีอะไร ส่วนใหญ่แล้วจะนำไปทิ้งๆ ขว้างๆ ซึ่งพนักงานแคชเชียร์หุ่นยนต์จะทำหน้าที่ของเขาไปตามที่อบรมมาว่าจะต้องใส่ถุงให้ลูกค้าเสมอ

ลองคิดดูนะครับว่า 1 คน 1 ร้าน 1 ครั้ง ทุกๆ วันจะต้องใช้ถุงพลาสติกเท่าไร แล้วร้านค้าสะดวกซื้อในปัจจุบันมีอยู่เท่าไร แค่คำนวณคร่าวๆ ก็คิดไม่ตกแล้วครับ กับปริมาณถุงพลาสติกที่เราใช้กันในแต่ละวัน

ถุงพลาสติกที่ห้างร้านต่างๆ นำมาใส่สินค้าให้ลูกค้านั้น มักจะมี โลโก้ ตราสินค้า เพื่อย้ำเตือนและสร้างความระลึกถึง บางครั้งร้านค้าก็อ้างว่าการใส่ถุงพลาสติกให้ลูกค้าเพื่อเป็นสัญลักษณ์ว่าซื้อจริงๆ ไม่ได้ขโมยออกมา จริงแล้วเราใช้ถุงพลาสติกใส่ของกันเพียงคนละไม่กี่วินาที เรามักง่ายเกินไปหรือเพราะธุระไม่ใช่กันแน่???

แต่ในปัจจุบันเริ่มเห็นห้างสรรพสินค้า มินิมาร์ท ร้านสะดวกซื้อ หลายๆ ที่เมื่อขายสินค้าชิ้นเล็กๆ จำนวนไม่มาก เริ่มเข้าใจพฤติกรรมซื้อของลูกค้าแล้วว่า ถ้าไม่เหลือบ่ากว่าแรงสามารถถือไปได้ ลูกค้าก็จะมีแนวโน้มปฏิเสธการรับถุงพลาสติกจากร้านค้า นอกจากจะเป็นการประหยัดถุงพลาสติกของร้านแล้ว ยังช่วยลดขยะพลาสติกที่ลูกค้าต้องนำไปทิ้งๆ ขว้างๆ ในถังขยะอีกด้วย

สาเหตุที่พนักงานจำเป็นต้องถามลูกค้าให้แน่ใจก่อน หากลูกค้ามีเจตนาไม่รับถุงพลาสติกจริงๆ จะได้ไม่เป็นความผิดของพนักงาน วันนี้เทสโก้รณรงค์ลดการใช้ถุงพลาสติกเป็นตัวเลขเชิงสัญลักษณ์กันเลยว่า “เราลดการใช้ถุงพลาสติกไปแล้วเป็นจำนวน...ถุง”

การปฏิเสธถุงพลาสติกจากร้านค้าต่างๆ เป็นพฤติกรรมใหม่ที่นักซื้อทั่วโลกเริ่มเข้าใจและปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกันแล้ว เพราะเริ่มมองเห็นสภาวะขยะล้นเมือง มีการรณรงค์ให้นำถุงผ้ามาใส่สินค้า จำหน่ายถุงผ้าหรือแจกถุงผ้าเป็นโปรโมชั่นของร้านค้าเพื่อลดการใช้ถุงพลาสติก การใช้วัสดุจากชานอ้อย มันสำปะหลัง หรือกระดาษมาทำบรรจุภัณฑ์ เพื่อลดปัญหาการย่อยสลายในธรรมชาติที่เร็วขึ้นกว่าพลาสติกและโฟม เนื่องจากพลาสติกและโฟมจะต้องใช้เวลาย่อยสลายอย่างน้อย 400 ปี แต่หากบรรจุภัณฑ์เป็นวัสดุธรรมชาติ จะย่อยสลายในธรรมชาติได้ภายในเวลาไม่กี่วัน

ประเทศไทยมีปริมาณขยะที่เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง มีขยะมูลฝอยประมาณ 16 ล้านตัน ซึ่งเป็นขยะใน กทม. เฉลี่ย 9,800 ตัน/วัน ในที่นี้เป็นขยะที่ถูกกำจัดอย่างถูกต้องตามหลักวิชาการเพียง 5.8 ล้านตัน ที่เหลืออีก 10 กว่าล้านตัน กลับถูกกำจัดในสิ่งแวดล้อมด้วยการเผาทิ้ง

จากสถิติดังกล่าว แม้จะมีความพยายามลดปัญหาปริมาณขยะกันมากมาย แต่ปัจจุบันปริมาณขยะไม่ได้ลดลงเลยแต่อย่างใด เหตุเหล่านี้มาจากการทิ้งขยะในชีวิตประจำวันของผู้บริโภค พฤติกรรมเหล่านี้เป็นผลพวงมาจากการตลาดบรรจุภัณฑ์ที่เป็นกลยุทธ์เพื่อสร้างความสะดวก สร้างความน่าสนใจให้กับผลิตภัณฑ์เพียงเพื่อห่อหุ้มเป็นอาภรณ์แก่ผลิตภัณฑ์เท่านั้น เมื่อถึงเวลาผู้บริโภคส่วนใหญ่ก็เลือกที่จะ “ทิ้ง”

อาหารว่างที่นิยมกินกันระหว่างมื้ออาหารที่เรียกว่า “เบรก” (Break) ส่วนใหญ่พบเห็นตามงานประชุม สัมมนา งานบุญ งานศพ ถ้าให้สะดวกหน่อยร้านค้าก็มักนิยมใส่กล่องติดโลโก้ร้าน เบอร์โทรศัพท์ สร้างเอกลักษณ์กันเต็มที่เพื่อให้ลูกค้าสามารถโทรสั่งได้ในโอกาสต่อไป

ในปัจจุบันธุรกิจรับจัดเบรกอาหารว่างมีจำนวนมากขึ้น แข่งขันกันมากขึ้น การขายจำนวนมากจึงจำเป็นต้องใส่กล่องบรรจุภัณฑ์เพื่อความสะดวกในการขนส่งได้รวดเร็ว แต่นั่นหมายถึงการเพิ่มปริมาณขยะให้มากขึ้น ผู้คนส่วนใหญ่รับประทานของว่างแล้วก็ทิ้งกล่องอาหารไว้รกรุงรังเต็มไปหมด

ทำไมผู้ประกอบการไม่คำนึงถึงสิ่งแวดล้อมกันบ้าง จำเป็นหรือไม่ที่ต้องใส่กล่อง ทำไมไม่เลือกที่จะใช้นวัตกรรมด้านบรรจุภัณฑ์เพื่อสิ่งแวดล้อม หรือเลือกใช้กระบวนการจัดจำหน่ายที่เป็นการลดขยะ เช่น เบรกแบบหยิบกิน (Finger Food) แล้วให้ความรู้ในที่ประชุมสัมมนาหรืองานเลี้ยง งานศพว่า “เราคือกิจการเพื่อสังคมและสิ่งแวดล้อม ขออภัย งดใช้กล่อง” นี่คือนวัตกรรมทางความคิดที่มีแต่ผู้บริโภคจะชื่นชม ว่าต่อไปเราจะเลือกใช้บริการของเจ้านี้เพราะห่วงใยสิ่งแวดล้อม

ข่าวล่าสุด

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด อาร์เซน่อล พบ แอต.มาดริด UCL วันนี้ 5 พ.ค.69

ดูบอลสด ถ่ายทอดสด อาร์เซน่อล พบ แอต.มาดริด UCL วันนี้ 5 พ.ค.69